หน้าหลัก

วิเคราะห์ฟุตบอล ไทย -VS- มาเลเซีย

วันพุธที่ 05 ธันวาคม 2561

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศนัดสอง

ไทย -VS- มาเลเซีย

เวลา : 19:00 น.

สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน

ถ่ายทอดสด : 7HD / Fox Sports 2 / LINE TV / Bugaboo.TV

เรตราคาไทย : ไทยต่อลูกควบลูกครึ่งลบ 89.0

ผลการพบกันทั้ง 2 ทีม

1 ธ.ค. 61 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย เสมอ ไทย 0-0
20 ธ.ค.59 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย ชนะ ไทย 3-2
17 ธ.ค.59 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ไทย ชนะ มาเลเซีย 2-0
26 พ.ย.59 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย แพ้ ไทย 2-3
13 ธ.ค.55 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ไทย ชนะ มาเลเซีย 2-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด


1 ธ.ค. 61 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย เสมอ ไทย 0-0 (เยือน)
25 พ.ย.61 - เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ไทย ชนะ สิงคโปร์ 3-0 (เหย้า)
21 พ.ย.61 - เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ไทย เสมอ ฟิลิปปินส์ 1-1 (เยือน)
17 พ.ย.61 - เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ไทย ชนะ อินโดนีเซีย 4-2 (เหย้า)
9 พ.ย.61 - เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ไทย ชนะ ติมอร์-เลสเต 7-0 (เยือน)


1 ธ.ค. 61 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย เสมอ ไทย 0-0 (เหย้า)
24 พ.ย.61 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย ชนะ เมียนมา 3-0 (เหย้า)
16 พ.ย.61 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย แพ้ เวียดนาม 0-2 (เยือน)
12 พ.ย.61 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย ชนะ ลาว 3-1 (เหย้า)
8 พ.ย.61 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาเลเซีย ชนะ กัมพูชา 1-0 (เยือน)

สภาพทีมโดยทั่วไป


"ช้างศึก" ภายใต้การคุมทัพของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือใหญ่ พาทีมบุกยันเสมอมาเลเซียมา 0-0 มาในรอบรองชนะเลิศ นัดแรก ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ในรอบแบ่งกลุ่มถือว่ายอดเยี่ยม ลงเล่น 4 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 สภาพความพร้อมในเกมนี้ถือว่าสมบูรณ์ทีเดียว ไร้ปัญหาการจัดทัพ แข้งตัวหลักที่ลงเล่นในเกมที่แล้ว ก็พร้อมลงสนามทั้งหมด
การจัดทัพเกมนี้คงปรับทัพมาเน้นเกมรุกมากขึ้น ในระบบ 4-2-3-1 โดยมี ฉัตรชัย บุตรพรหม เฝ้าเสา แนวรับ 4 คน กรกช วิริยอุดมศิริ, พรรษา เหมวิบูลย์, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, มิก้า ชูนวลศรี ในแดนกลาง ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ลงคุมจังหวะกม ส่วนแนวรุก ศุภชัย ใจเด็ด, สรรวัชญ์ เดชมิตร และ นูรูล ศรียานเกม จะทำเกมรุกหนุน อดิศักดิ์ ไกรษร


"เสือเหลือง" ภายใต้การคุมทัพของ ตัน เจิ้ง เหอ พาทีมผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ด้วยฟอร์มที่ดีทีเดียว ชนะ 3 เสมอ 1 นัดแรกในรอบรองฯ ก็เล่นได้ดีกว่าไทย แต่จังหวะจบสกอร์ไม่คม สภาพความพร้อมในเกมนี้ถือว่าพร้อมทีเดียวไร้ปัญหาการจัดทัพ แกนหลักทั้ง ซยาเมร์ คุตตี้, ซาฟาวี ราซิด, นอร์ชาห์รูล อิดลาน ตาลาฮา และ โมฮามาดู ซูมาเรห์ พร้อมลงทั้งหมด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม


ไทย (4-2-3-1) : ฉัตรชัย บุตรพรหม (ผู้รักษาประตู), กรกช วิริยอุดมศิริ, พรรษา เหมวิบูลย์, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , มิก้า ชูนวลศรี, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, นูรูล ศรียานเกม, ศุภชัย ใจเด็ด, อดิศักดิ์ ไกรษร


มาเลเซีย (4-4-2) : ฟาริซาล มาร์ลิอาส(ผู้รักษาประตู), ชาห์รูล ซะอั๊ด, ซยาห์มี ซาฟารี, ซยาซวาน อันดิค , ไอดิล ซาฟวน, ซาควน อัดฮา, นอร์ชาห์รูล อิดลาน ตาลาฮา, ซาฟาวี ราซิด, อัคราน มาหินาน, โมฮามาดู ซูมาเรห์, ซยาเมร์ คุตตี้

ความน่าจะเป็นของเกม

เกมนี้รูปเกมจะต่างนัดแรกแน่ เชื่อว่า มิโลวาน ราเยวัช จะปรับ "ช้างศึก" ให้เน้นเกมรุกมากกว่าเดิม เพราะเป็นการเล่นในรัง ซึ่งตามศักยภาพทีมโดยรวมก็ถือว่าแกร่งกว่าอยู่แล้ว ยิ่ง "เสือเหลือง" กำลังได้ใจเพราะเล่นดีกว่าในเกมแรก คงเล่นสไตล์เดิมเดินหน้าบุกแลก ซึ่งมองแล้วเข้าทาง "ช้างศึก" มากกว่า ด้วยเสียงเชียร์ และสภาพแวดล้อม มองว่าหากเกมรุกเล่นได้ตามมาตรฐาน ก็น่าจะบดเก็บชัยได้

สกอร์ที่คาด : ไทย ชนะ มาเลเซีย 3-1


เชียร์บอลฟันธง : วัดใจช้างศึก