ข่าว

Football Knowledge

"เพชรยอดมงกุฎแห่งฟลอเรนซ์"

อัพเดตเมื่อ : May 15, 2019 11:28pm โดย : admin

ทัสคานี่แสนงาม แคว้นที่เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์ของอิตาลี

ไร่องุ่น ไวน์ เนินหญ้าสูงๆ  ต่ำๆ ทุ่งดอกไม้ สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และแน่นอนศิลปะ  รูปปั้นดาวิด ของ มิเกลันเจโล่

ฟลอเรนซ์ เมืองหลักของทัสคานี่ คือจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว

บางคนไม่ได้มาท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่พวกเขาเป็นแฟนบอล ฟิออเรนติน่า คือสโมสรใหญ่ของฟลอเรนซ์

ทว่าหากเดินทางขึ้นเหนือไปจากฟลอเรนซ์อีกหน่อย ในย่านที่เรียกกันว่า "โคแวร์ชาโน่" ที่นี่คือเพชรยอดมงกุฏของฟุตบอลอิตาลี


กาซ่า อิตาเลีย  หรือที่เรียกกันติดปากตามย่านที่ตั้งว่า โคแวร์ชาโน่ นี่คือ ศูนย์บัญชาการใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาเลี่ยน  วางตัวอยู่ในหุบเขาเหนือเมืองฟลอเรนซ์

ที่นี่คือโรงเรียนลูกหนังชั้นยอด ในนี้มีสนามฟุตบอล กับสนามฟุตซอล, มียิมมาตรฐานระดับโลก, มีห้องประชุม, มี สปอร์ตส์ ฮอลล์ ไว้เล่นกีฬาได้แทบทุกชนิด พร้อมที่นั่ง 500 ที่, มีโรงแรม และร้านอาหารภายใน

แรกเริ่มนั้นสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี มีศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ที่กรุงโรม ก่อนจะมีการซื้อที่ทางแล้วสร้างโคแวร์ชาโน่  ขึ้นในปี 1952 ก่อนจะเสร็จสมบูรณ์เปิดใช้ในปี 1958

นักเตะทีมชาติทุกชุดของอิตาลีมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่นี่ แต่ที่เป็นไฮไลท์ของโคแวร์ชาโน่ คือมันเป็นแหล่งฝึกปรือวิทยายุทธของเหล่าเทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยน

"ในระบบกองกลาง 3 คน เรจิสต้า (เพลย์เมกเกอร์) ที่ยืนตรงกลาง ต้องมีความพิเศษ มีการยืนตำแหน่งที่ดี และผ่านบอลขึ้นหน้าได้เร็วเพื่อการโต้กลับ ส่วนคนที่ยืนทางขวาของเขาต้องขยันวิ่ง แกร่งลูกกลางอากาศ และช่วยเกมรับ ขณะที่ตัวที่ยืนด้านซ้าย ต้องมีทักษะดีกว่า พาบอลผ่านคู่แข่งได้ และพาบอลขึ้นหน้าเพื่อสร้างโอกาสยิงประตู หรือยิงประตูด้วยตัวเอง"

นี่คือข้อความส่วนหนึ่งในบทความวิจัยเพื่อจบหลักสูตรโค้ชของ มัสซิมิอาโน่ อัลเลกรี

มักซ์ อัลเลกรี สมัยเป็นนักเตะเขาเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก และปีก จึงสนใจทำบทความวิจัยในหัวข้อ กองกลาง 3 ตัว

ซึ่งไม่แปลกใจเลยทำไม ยูเวนตุส ในช่วงขวบปีแรกที่เขามาคุมทีมจึงออกมารูปทรงนั้น เรจิสต้าคือ ปีร์โล่ มิดฟิลด์ทางขวาคือ วิดาล หรือมาร์คิซิโอ ส่วนมิดฟิลด์ทางซ้ายคือ ปอล  ป็อกบา  


อัลเลกรี มีภาพชัดอยู่ในหัวมาตั้งแต่เรียนหลักสูตรโค้ชแล้ว

ใช่ โค้ชที่จะทำงานใน เซเรีย  อา ต้องมาผ่านการเรียนรู้และจบหลักสูตรที่ โคแวร์ชาโน่ และก่อนจบ คุณต้องทำบทความวิจัย

ลองนึกภาพว่าตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา อิตาลี สร้างยอดกุนซือออกมาสู่โลกกี่คน แต่ละคนฝากผลงานวิจัยเอาไว้ในโคแวร์ชาโน่ นี่

"ห้องสมุด"ของโคแวร์ชาโน่ คือเพชรน้ำเอกของที่นี่ มันเต็มไปด้วยศาสตร์ลูกหนังที่อัดแน่นกันปีแล้วปีเล่า

ที่นี่มีบทความวิจัยของ คาร์โล อันเชล็อตติ วางอยู่นานหลายปีแล้ว ชื่อว่า "อนาคตของฟุตบอล : เคลื่อนที่ให้มากขึ้น", มีแนวคิดของ คาเปลโล่ เกี่ยวกับการคุมโซน , มาร์เชลโล่ ลิปปี้ เคยมาศึกษาเรียนรู้ได้อะไรไปเยอะจากที่นี่

ราฟาเอล เบนิเตซ  ตอนแต่งงานและมาฮันนีมูนในฟลอเรนซ์  ยังเคยแวะเยี่ยมชมที่นี่เพื่อขอศึกษาศาสตร์ลูกหนังจากโคแวร์ชาโน่


ครั้งหนึ่ง อาริโก้  ซาคคี่ เคยเอ่ยถึงลูกศิษย์ของตน 3 คนไว้อย่างนี้

"อันโตนิโอ คอนเต้ มีแววจะเป็นโค้ชมาเสมอ เขาจดโน้ตการซ้อมของผมตลอดในทีมชาติอิตาลียุค 90s ความสำเร็จของเขาอยู่บนความมุ่งมั่น จริงจังของเขา"

"คาร์โล (อันเชล็อตติ) รู้ว่าจะจัดการนักเตะอย่างไร รู้จักการทำงานกับคน ขณะที่ คาเปลโล่ นั้นออกไปในแนวทางผู้เชี่ยวชาญด้านแท็คติก"

แล้วก็แน่นอน ทั้งสามคนเคยผ่านโคแวร์ชาโน่มาแล้ว และได้ฝากงานวิจัยล้ำค่าไว้ที่นั่นด้วย

กัลเลเรีย เดลลัคคาเดเมีย ดี ฟิเรนเซ่ คือจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเพื่อมาเยี่ยมชม ดาวิด ของมิเกลันเจโล่


แต่สำหรับผู้เสพลูกหนัง เมื่อมาเยือนแถบถิ่นนี้ คงไม่มีอะไรจะทำให้เนื้อเต้นได้มากกว่าการได้มีโอกาสไปนั่งในห้องสมุดของโคแวร์ชาโน่  สักครั้ง

การไป โคแวร์ชาโน่ นั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคนแต่ถ้าหากคุณต้องการสนุกและเนื้อเต้นไปไม่น้อยกว่าการเข้าห้องสมุดที่นั่นล่ะก็ขอเชิญเลยที่ MYSBOBET สนุกตื่นเต้นทุกชนิดทุกแวดวง ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/



บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment