ข่าว
วิเคราะห์ฟุตบอล ฟิลิปปินส์ VS ไทย

วิเคราะห์ฟุตบอล ฟิลิปปินส์ VS ไทย

อัพเดตเมื่อ : November 21, 2018 12:10pm โดย : คุณชายฉอ

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561

ซูซูกิ คัพ

ฟิลิปปินส์ -VS- ไทย

เวลา : 18:30 น.

สนาม : ปานาอัด สเตเดี้ยม (บาโคลอด ซิตี้)

ถ่ายทอดสด : ช่อง 7

เรตราคาไทย : ไทยต่อครึ่งลูกบวก 88.0

ผลการพบกันทั้ง 2 ทีม

25/11/16 ชิงแชมป์อาเซียน ฟิลิปปินส์ แพ้ ไทย 0-1 
10/12/14 ชิงแชมป์อาเซียน ไทย ชน ฟิลิปปินส์ 3-0 
06/12/14 ชิงแชมป์อาเซียน ฟิลิปปินส์ เสมอ ไทย 0-0 
24/11/12 ชิงแชมป์อาเซียน ไทย ชนะ ฟิลิปปินส์ 2-1 
14/01/07 ชิงแชมป์อาเซียน ไทย ชนะ ฟิลิปปินส์ 4-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

 
17/11/18 ชนะ ติมอร์ 3-2 (เยือน) ชิงแชมป์อาเซียน 
13/11/18 ชนะ สิงคโปร์ 1-0 (เหย้า) ชิงแชมป์อาเซียน 
13/10/18 เสมอ โอมาน 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
09/10/18 แพ้ ทาจิกิสถาน 0-2 (เหย้า) กระชับมิตร 
05/10/18 ชนะ บังกลาเทศ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร 

 
17/11/18 ชนะ อินโดนีเซีย 4-2 (เหย้า) ชิงแชมป์อาเซียน 
09/11/18 ชนะ ติมอร์-เลสเต้ 7-0 (เหย้า) ชิงแชมป์อาเซียน
14/10/18 ชนะ ตรินิแดดฯ 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร 
11/09/18 ชนะ ฮ่องกง 1-0 (เยือน) กระชับมิตร 
02/06/18 แพ้ จีน 0-2 (เหย้า) กระชับมิตร 

สภาพทีมโดยทั่วไป

 
"ดิ อัซกาลส์" ภายใต้การคุมทัพของ สเวน โกรัน อีริคส์ สัน กุนซือชาวสวีเดน พาทีมลงเล่นไป 2 นัดในรายการนี้ คว้าชัยได้ทั้ง 2 เกม สภาพความพร้อมล่าสุดจะไร้ นีล เอเธอร์ริดจ์ ที่เดินทางกลับสโมสรไปแล้ว นอกจากนี้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ่ หัวหอก และ ลุค วู้ดแลนด์ สองแข้งจากบุรีรัมย์ มีอาการบาดเจ็บ ขอถอนตัวไปแล้ว โดยแกนหลักที่เหลือยังคงเป็น ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด, ไดสุเกะ ซาโต, เจมส์ ยังฮัสแบนด์ และ แพทริค ไรเชลท์ 

 
"ช้างศึก" ภายใต้การคุมทัพของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือใหญ่ชาวเซอร์เบีย พาทีมคว้าชัย 2 นัดในการลงเล่นรายการนี้ นัดล่าสุดอัดอินโดนีเซียมา 4-2 โดยทีมชุดนี้ไม่มีแข้งตัวเก่งที่ไปค้าแข้งในต่างแดนทั้ง 4 คนไล่จาก ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สงกระสินธ์ และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ แต่ทีมชุดนี้ก็มีแข้งตัวเก๋าคอยประครองทีมหลายคนทั้ง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , สรรวัชญ์ เดชมิตร, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ อดิศักดิ์ ไกรษา เป็นแกนหลัก โดยสภาพทีมล่าสุดจะไร้ มานูเอล ทอม เบียร์ แนวรับที่บาดเจ็บขอถอนตัวออกไปแล้ว 
การจัดทัพเกมนี้คงไม่ปรับทัพอะไร ในระบบ 4-3-3 โดยมี ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เฝ้าเสา แนวรับ 4 คน กรกช วิริยอุดมศิริ, พรรษา เหมวิบูลย์, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, ฟิลิป โรลเลอร์ ในแดนกลาง ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สรรวัชญ์ เดชมิตร ลงทำเกม ส่วนแดนหน้า มงคล ทศไกร, อดิศักดิ์ ไกรษร และ นูรูล ศรียามเก็ม น่าจะได้ลงเล่นเป็น 3 ประสาน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

 
ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด, เควิน อิงเกรโซ, คาร์ลี เด มูร์กา, พอล มัลเดอร์ส, ไดสุเกะ ซาโต, เจมส์ ยังฮัสแบนด์, จอห์น พาทริค สเตราส์, สเตฟาน ชร็อค, ฟิล ยัง ฮัสแบนด์, แพทริค ไรเชลท์

 
ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน(ผู้รักษาประตู), กรกช วิริยอุดมศิริ, พรรษา เหมวิบูลย์, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , ฟิลิป โรลเลอร์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, มงคล ทศไกร, อดิศักดิ์ ไกรษร, นูรูล ศรียามเก็ม 

ความน่าจะเป็นของเกม

แม้ว่า ทัพช้างศึก จะอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม แต่จากเกมที่แล้วปัญหาที่เห็นได้ชัดคือเกมรับที่เมื่อโดนบอมบ์มักมีปัญหา ซึ่งจุดนี้เป็นลูกถนัดของฟิลลิปนส์อยู่แล้ว ยิ่งได้ สเวน โกรัน อีริคส์สัน มาคุมทัพ ก็ทำให้พวกเขามีแท็กติกน่ากลัวยิ่งขึ้น เกมในบ้านพวกเขาสู้ยิบตาอยู่แล้ว แม้ว่าสถิติที่ผ่านมาไทยจะข่มมิด แต่ชั่วโมงนี้ฟิลิปปินส์ที่เต็มไปด้วยแข้งโอนสัญชาติ น่าจะสู้กับไทยได้ไม่เป็นรอง มองแล้วเกมออกเบียดแน่ มีโอกาสออกหน้าเสมอสูงทีเดียว

สกอร์ที่คาด : ฟิลิปปินส์ เสมอ ไทย 1-1


เชียร์บอลฟันธง : รองฟิลิปปินส์ดีกว่า