ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
"แล้วใครจะหยุดชุดขาวของ ซีดาน"

"แล้วใครจะหยุดชุดขาวของ ซีดาน"

อัพเดตเมื่อ : January 07, 2017 10:23pm โดย : Cruz.

    ออกสตาร์ทปี 2017 ด้วยฟอร์มที่ยังคงเข้าฝักสม่ำเสมอต่อเนื่องจากปีที่แล้ว สำหรับจ่าฝูง เรอัล มาดริด ที่เปิดหัวคริสตศักราชใหม่ด้วยการดาหน้าปูพรมถลุง กรานาด้า แบบขาดลอย 5-0 บนเอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ของตัวเอง


    ชัยชนะนัดนี้นอกจากจะเป็นการประเดิมเก็บ 3 คะแนนในเกมลา ลีกา แมตช์แรกของปีใหม่แล้ว ยังเป็นการเฉลิมฉลองรางวัลบัลลง ดอร์ 2016 ให้กับซูเปอร์สตาร์ของทีม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่นำลูกบอลทองคำใบที่ 4 ของเขามาโชว์สาวกมาดริดิสต้าเป็นครั้งแรกในวันนี้อีกด้วย

    นัดนี้ "โลส บลังโกส" กลับใช้งานขุมกำลังชุดใหญ่ลงสนามอีกครั้งหลังเกมโกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขาเปิดรังไล่ต้อน เซบีย่า ราบคาบ 3-0




    แม้เทรนเนอร์ ซีเนอดีน ซีดาน เลือกโรเตชั่นทีมพัก โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า และ เคย์ลอร์ นาวาส โดยเฉพาะในรายของหัวหอกกัปตันทีมชาติโปรตุกีสที่ไม่มีแม้แต่ชื่อบนม้านั่งสำรองเหมือน เบนเซม่า กับ นาวาส เลาด้วยซ้ำ

    แต่ทีมชุดผสมที่ยังมี ลูก้า โมดริช, มาร์เซโล่, โทนี่ โครส, ดานี่ การ์บาฆาล และ ราฟาแอล วาราน เป็นแกนหลักก็เอาตัวรอดมาแบบไม่มีปัญหา ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์อะไรนัก เพราะบอสชาวเฟร้นช์เคยจัดทัพลักษณะนี้มาแล้วในเกมบี้ ลา กอรุนญ่า 3-2 ก่อนไปคว้าแชมป์สโมสรโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 2016 ที่ผ่านมา




    และแมตช์นี้ที่เบร์นาเบว พลพรรคเต็มอัตราศึกของ "ราชันชุดขาว" ก็จัดการไล่ต้อน "เอล กรานา" ไปแบบสบายเท้า โดยเป็นเกมที่ขาดตั้งแต่ครึ่งแรกแล้วหลังพวกเขานำห่าง 4-0 จาก เบนเซม่า, โรนัลโด้ และอีก 2 ลูกจาก อิสโก้ ก่อนตามด้วย 1 ประตูปิดกล่องในครึ่งหลังจาก คาร์ลอส คาเซมิโร่

    ทำให้ตอนนี้ทีมของ ซีดาน ที่รั้งตำแหน่งจ่าฝูงกลับมามีแต้มนำทีมอันดับ 2 บาร์เซโลน่า 6 คะแนนเท่าเดิม โดย บาร์ซ่า จะลงเล่นมากกว่า 1 นัด เนื่องจากมีโปรแกรมเยือน บียาร์เรอัล ที่เอล มาดรีกัล รออยู่ในวันพรุ่งนี้  (วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2560)




    และแน่นอนว่ากับคะแนนช่องว่างจากแชมป์เก่า "อาซูลกราน่า" หลังกรำศึกลา ลีกา ฤดูกาล 2016-17 กันมาเกือบถึงครึ่งทางของซีซั่น ทำให้ เรอัล มาดริด อยู่บนเส้นทางทวงบัลลังก์แชมป์ลา ลีกา กลับสู่เบร์นาเบว ที่ดีมากทีเดียวหลังเว้นว่างจากการชูโทรฟี่แชมป์ลีกสูงสุดแดนกระทิงมายาวนานกว่า 4 ปีเต็ม

    แต่ก่อนที่จะไปถึงครึ่งซีซั่นหลังของฤดูกาล ตอนนี้ทัพ "โลส บลังโกส" โชว์ผลงานเอกอุรักษาฟอร์มเสมอต้นเสมอปลายจนทาบสถิติไม่แพ้ใคร 39 นัดในทุกรายการ (ของสโมสรสแปนิช) ของ บาร์เซโลน่า ที่จารึกไว้เมื่อปี 2016 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว




    ทำให้ยอดทีมแห่งกรุงมาดริดต้องการผลการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นชนะหรือเสมออีกเพัยงนัดเดียวเท่านั้นในแมตช์หน้า เรอัล มาดริด ก็จะกลายเป็นเจ้าของสถิติไม่แพ้ใครแต่เพียงผู้เดียวในลา ลีกา    

    โดยคู่ปรับด่านต่อไปของลูกทีมของ ซีดาน ก็คือ เซบีย่า ในเกมโกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลก 2 ช่วงกลางสัปดาห์หน้า จริงอยู่ที่จากสกอร์ในนัดแรกทำให้พวกเขาเล่นค่อนข้างง่าย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่านัดนี้คือเกมเยือนสังเวียนรามอน ซานเชส ปิซฆวน ป้อมปราการอันแข็งแกร่งของ "โลส โรฆิบลังโกส" เสียด้วย




    และหาก มาดริด สามารถเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการออกจากได้จากแคว้นอันดาลูเซียในเกมชิงถ้วยพระราชทานของกษัตริย์ ฆวน คาร์ลอส นัดดังกล่าวมาได้ พวกเขาก็ยังมีสถิติให้ลุ้นทำลายอีก

    นั่นคือสถิติไม่แพ้ใคร 29 นัดในลา ลีกา ของพวกเขาเอง ซึ่งเป็นสถิติไร้พ่ายที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสรที่บันทึกเอาเมื่อปี 1997 หรือกว่า 20 ปีที่แล้ว โดยตอนนี้ มาดริด เก็บจำนวนเกมลีกที่สะกดคำว่าปราชัยไม่เป็นไว้ที่ 28 แมตช์




    ซึ่งหมายความว่าสถิติดังกล่าวจะสามารถถูกทำลายได้จากการลงสนามอีก 2 นัดในลีกข้างหน้าของทีม (เยือน เซบีย่า วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2017 และเหย้า มาลาก้า วันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2017)

    นอกจากนี้ยังมีอีก 1 เป้าหมายที่น่าสนใจกับการทำลายสถิติไม่แพ้ใครในทุกรายการตลอดกาลของ ยูเวนตุส ที่ทำเอาไว้ 43 นัดในช่วงปี 2010-11 ภายใต้การการรั้งบังเหียนของ อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม เชลซี คนปัจจุบัน




    แน่นอนกับเป้าหมายทำลาย 3 สถิติดังกล่าว ขุนพล "ราชันชุดขาว" ภายใต้การบัญชาทัพของ ซีเนอดีน ซีดาน ไม่ใช่เป็นเพียงแรงกระตุ้นสำหรับการรักษาฟอร์มคงเส้นคงวาของพวกเขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องความมั่นใจสำหรับการไล่ล่ากวาดแชมป์  3 โทรฟี่ทั้งลา ลีกา, โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีกด้วย

pic : realmadrid.com / twitter.com/OptaJose / twitter.com/realmadrid / twitter.com/LaLiga

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น