ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : ชื่อชั้นที่ดูเท่ากันแต่ศักยภาพคนล่ะเรื่อง

คุยกันหลังเกม : ชื่อชั้นที่ดูเท่ากันแต่ศักยภาพคนล่ะเรื่อง

อัพเดตเมื่อ : April 09, 2017 1:52am โดย : เค.เค.

     หากพูดถึง บุนเดสลีกา ลีกสูงสุดของเยอรมันนีแล้วล่ะก็แน่นอนว่าทุกคนต่างคิดถึงการขับเคี่ยวกันของ 'เสือสองตัว' ทั้ง "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค และ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพราะภาพลักษณ์มันเป็นแบบนั้นมาแทบจะตลอดในช่วงหลัง

     เพราะ 3 จาก 4 ฤดูกาลหลังสุด ดอร์ทมุนด์ เป็นรองแชมป์ของ บุนเดสลีกา ได้ทั้งหมด จะมีเป๋เหลวแหลกไปตอนปีสุดท้ายของ เยอร์เกน คล็อปป์ นั่นแหละครับที่ทะลึ่งหลุดไปอันดับที่ 7 และ โวล์ฟบวร์ก เป็นรองแชมป์แทน



     มันเป็นแค่ภาพลักษณ์เท่านั้นแล้วครับในตอนนี้ หรือบางทีอาจจะเป็นภาพมโนขึ้นมาเองไปแล้ว ?

     จากการย้อนกลับไปดูตารางคะแนนเก่าๆปีที่ บาเยิร์น มิวนิค ผงาดคว้าแชมป์และมี ดอร์ทมุนด์ เป็นรองแชมป์นั้นคะแนน 'ขาด' ทุกปี

2012-13 : ห่าง 25 คะแนน
2013-14 : ห่าง 19 คะแนน
2015-16 : ห่าง 10 คะแนน

     แม้คะแนนมันจะบีบลงมาเรื่อยๆ แต่ในทุกปีนั้นมันมากกว่า 10 คะแนนอยู่ร่ำไป

     โดยเฉพาะนัดล่าสุดที่ "เสือใต้" เปิดถ้ำถลุงโหด "เสือเหลือง" แบบไม่ไว้หน้า 4-1 ศักยภาพที่ลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ แสดงออกมาแตกต่างกับ โทมัส ทูเคิ่ล แบบแตกต่าง



     ความเฉียบคมก็แตกต่างกันแล้วครับตั้งแต่ต้นเกม บาเยิร์น เปิดมาปุ๊ปก็จัดไปเลยจากการยิงแบบสุดเจ๋งของ ฟรองค์ ริเบรี่

     จังหวะนี้มันเหมือนกับว่า บาเยิร์น ฉีกแนวรับของ ดอร์ทมุนด์ ออกทีล่ะชิ้นแบบช้าๆ สุดท้ายก็จัดการแบบเด็ดขาดแบบไร้ซึ่งความปราณี เกมดูจะสนุกขึ้นแต่มันกลับกลายเป็น 'ไหล' ซะอย่างนั้น

     เลวานดอฟสกี้ มาซัดฟรีคิกแบบงามหยดย้อยใส่ทีมเก่า แม้ว่าทางทีมเยือนเหมือนจะกลับมาได้จากการยิงผีจับยัดของ ราเฟล เกอร์เรโร่ แต่แนวรับของ "เสือใต้" เขานั้นแกร่งจริงๆ



     ปิแอร์-เอเมอร์ริค โอบาเมย็อง กลายเป็นศูนย์หน้าไร้ค่าตัวไปเลยในวันนี้ โอกาสเหน่งๆที่ผมเห็นเน้นๆก็คือจังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านตัว สเวน อูลไรซ์ ได้แล้วแต่ก็โดนเคลียออกมาจากเส้นได้อย่างเหลือเชื่อ

     เอาจริงๆผมไม่คิดว่าในศึก 'บิ๊กแมตช์' ครั้งนี้จะได้เห็นสิ่งที่เป็น 'จุดขาย' ของ อาร์เยน ร็อบเบน เลยนะครับกับการเลี้ยงมาทางขวาก่อนกระชากตัดเข้าในแล้วยิงด้วยซ้าย



     คือมันเป็นสเต็ปเดิมๆที่เราเห็นกันบ่อยมาก แต่สุดท้ายแผงหลังของ ดอร์ทมุนด์ ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น เช่นเดียวกับจังหวะเสียลูกที่ 4 ที่ เลวานดอฟสกี้ หลุดเข้าไปเดี่ยวๆ

     จากจังหวะสวนไม่กี่ครั้ง โดนแทงทะลุช่องไปตู้มเดียวหายถึงหน้าประตู

     นายด่านอย่าง โรมัน เบอร์กี้ เองก็เสียเหลี่ยมเข้าจังเบ้อเริ่มและการให้เป็นแค่ใบเหลืองก็ดีแค่ไหนแล้วครับ จังหวะสกัดพลาดแบบนั้นมันใบแดงได้ซึ่งก็สมเหตุสมผลด้วย

     เลวานดี้ สังหารไม่มีพลาด ทุกอย่างจบทันที หรือ ทูเคิ่ล คิดว่าจบตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว ?



     การส่ง เซบาสเตียน โรเด้ ลงสนามมาแทน กอนซาโล กาสโตร ผมไม่คิดว่ามันเป็นการแก้เกมอะไรเลยให้ตายเถอะ มันอาจจะเป็นการพักผู้เล่นเพื่อศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลางสัปดาห์มากกว่า

     เช่นเดียวกับตอนถอด ราเฟล เกอร์เรโร่ ออกและส่งดาวรุ่งอย่าง มิเกล เมริโน่ ลงสนามมาแทนภายหลังจากโดนยิงไป 4 เม็ด

     เปลี่ยนตัวแบบถอดใจอย่างนี้แฟนๆของ "เสือเหลือง" อาจจะไม่ค่อยสบอารมณ์ซักเท่าไรนัก อีกทั้งนัดนี้ทาง อันเชล็อตติ ยังทำตัวอินดี้ด้วยการส่ง โจชัว กิมมิช ลงมาเล่นเป็นศูนย์หน้าอีกต่างหาก

     นี่ถ้ายิงได้แฟน "เสือใต้" คงฮาพร้อมกับหัวเราะดังๆเลยทีเดียว



     กลายเป็นว่าตอนนี้ กิมมิช ลงเล่นทั้งในตำแหน่ง กองหลัง กองกลาง และ กองหน้า ครบหมดแล้วให้กับ บาเยิร์น

     เอาล่ะ รอดูว่าเขาจะบรรลุจุดสุดยอดของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วยการมีโอกาสเล่นเป็นผู้รักษาประตูจำเป็นด้วยหรือไม่ !

เค.เค.
pic : zimbio
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น