ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : ราชัน แกร่งสยบทุกคำแช่ง

คุยกันหลังเกม : ราชัน แกร่งสยบทุกคำแช่ง

อัพเดตเมื่อ : June 04, 2017 4:22am โดย : เค.เค.

     ว่ากันตามตรงก่อนเกมการแข่งขันสื่อหลายค่ายต่างพูดถึงการกลับเข้ามาชิงชนะเลิศของ จานลุยจิ บุฟฟ่อน พร้อมกับยกประเด็นว่านี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับการชูโทรฟี่ 'หูใหญ่' ในช่วงชีวิตการเฝ้าเสาบนผืนสนามหญ้า



     ซึ่งมันก็อาจจะจริงตามที่สื่อว่านั่นแหละครับเพราะ บุฟฟ่อน อายุอานามปาไป 39 ปีแล้ว มันอยู่ในช่วงบั้นปลายที่เป็นบั้นปลายจริงๆ

     ทำให้สาวกลูกหนังบางส่วน แฟนๆทีมอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้ง เรอัล มาดริด หรือ ยูเวนตุส น่าจะมีแอบปันใจมาเชียร์ บุฟฟ่อน ให้ได้รับเกียรติยศสุดท้ายของเจ้าตัวที่ไม่เคยสัมผัสสำหรับแชมป์เมเจอร์ระดับสโมสร



     การโหมกระแสดังกล่าวมันเลยอาจจะทำให้ใครหลายคนลืมไปเหมือนกันว่า "ราชันชุดขาว" แข็งแกร่งขนาดไหน

     ซีเนอดีน ซีดาน แม้เพิ่งจะขึ้นมารั้งบังเหียนเป็นผู้จัดการทีมไม่ถึง 2 ปีแต่เขานำทีมประสบความสำเร็จมากมายและนัดนี้ก็กลายเป็นนัดที่พิสูจน์แล้วว่าการนำทีมของเขามันยอดเยี่ยมไม่แพ้การร่ายมนต์บนผืนสนามหญ้าเลยแม้แต่น้อย



     อีกทั้งในนัดนี้ต้องยอมรับส่วนหนึ่งด้วยว่า "ราชันชุดขาว" มาพร้อมกับดวงจริงๆ ดวงที่จะก้าวขึ้นบัลลังก์เป็นแชมป์สมัยที่ 12 ของรายการนี้

     ลูกแรกที่ โรนัลโด้ ยิงได้บอลก็แฉลบแบบเหมาะเหม็งมากๆสังเกตุได้ว่า บุฟฟ่อน พุ่งไปแล้ว พุ่งไปตรงบริเวณที่บอลมาพอดีแต่เหมือนโชคชะตาเข้าข้างบอลมันไปแฉลบ โบนุชชี่ หนีมือเขาซะอย่างนั้นเลยอ่ะ



     มาถึงลูกที่ 2 การยิงของ คาเซไมโร่ ผมลองดูภาพช้า เห้ย บอลมันแฉลบอะไรเป็นใจขนาดนั้นอ่ะ มันโค้งเหมือนกับว่าจะออกไปแล้วเลี้ยงมุดเสาตุงตาข่ายเฉยเลย ลูกยิงฟรีคิกของ โรแบร์โต คาร์ลอส ลอยเข้ามาในหัวผมเลยในช่วงเวลานั้น

     มันต้องยอมรับจริงๆครับว่า 2 ลูกแรกความ 'เฮง' ทะลุพิกัดจริงๆสำหรับพลพรรค "ราชันชุดขาว"



     จากนั้น ยูเว่ พยายามจะเปิดเกมรุกเข้าใส่ พยายามจนลน พยายามจนท้อแท้ มันเหมือนกับเป็นการแหวกแนวของพวกเขาที่เล่นเกมรับได้ดีมาตลอดต้องมาเปิดเกมรุกอย่างเต็มตัว สุดท้ายแนวรับที่ขึ้นชื่อว่าโคตรแน่น โคตรแจ่ม กลับโดนฉีกเป็นชิ้นๆ

     ลูก 3-1 ของ โรนัลโด้ ยอมใจกับความขยันของ โมดริช มันเห็นได้ถึงการพัฒนาของเขามากๆ เขาไม่ใช่แค่หน้าที่ตัดเกมเพียงอย่างเดียวแล้ว คราวนี้พอตัดได้ วิ่งหาช่อง จนสุดท้ายก็สามารถเปิดมาให้กับ โรนัลโด้ ยิงจ่อๆเน้นๆ



     สังเกตุได้จากการขาตายในจังหวะนั้นของแผงหลัง ยูเว่ ที่แม้แต่ อเล็กซ์ ซานโดร คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่า โมดริช จะทำแบบนี้และสุดท้ายลูกที่ 4 ต้องซูฮกจากความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆของ มาร์เซโล่ เลยครับ

     แบ๊คบราซิเลี่ยนรายนี้เน้นทุกจังหวะอยู่แล้ว และหากมีโอกาสไล่บี้คู่ต่อสู้ก็ต้องจัดให้สุดและก็กลายเป็น มาร์โก อเซนซิโอ ปิดบัญชี ปึ้ง รอฉลองกันไปเลย



     แข็งแกร่งจริงๆ อันนี้ต้องยอมรับเลยครับสำหรับ เรอัล มาดริด ไม่ใช่แค่ตัวจริงนะครับ แต่ตัวสำรองที่ลงมายังสร้างความปั่นป่วนได้แบบสุดแสบอีกต่างหาก

     เมื่อลองเทียบกับ ยูเว่ มันต่างกันน่าตกใจ ฮวน กวาดราโด้ ที่ลงมาก็เป็นการทำลายทีมแบบน่าเหลือเชื่อ แถมยังไม่สามารถป่วนเกมรับของ มาดริด ได้เลย หรือแม้แต่อีก 2 คนอย่าง เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ และ มาริโอ เลมิน่า ก็แทบจะไม่ได้ทำให้รูปเกมของ "ม้าลาย" ดีขึ้นแม้แต่น้อย



     สุดท้ายความแตกต่างในเรื่องของเล็กๆน้อยๆ บวกกับเรื่องโชคนิดๆหน่อยๆ กลายเป็นว่าทำให้ "ราชันชุดขาว" สร้างประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง

     ชัยชนะครั้งนี้ของ "ราชันชุดขาว" ทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้นับตั้งแต่การแข่งขันเปลี่ยนชื่อมาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (ครั้งล่าสุดคือ เอซี มิลาน ปี 1989, 1990 สมัยชื่อ ยูโรเปี้ยน คัพ)



     เชื่อครับว่าทีมระดับ เรอัล มาดริด ไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอนครับ ความมุ่งมั่นอะไรต่างๆมันอาจจะทำให้พวกเขาต้องการที่จะเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ต่อไป

     ยิ่งในตอนนี้ความสำเร็จที่ถาโถมเข้ามา อีกทั้งแนวทางการทำทีมของ ซีดาน มันจะทำให้พวกเขาแกร่งขึ้นไปอีก มากกว่านี้อีก



     ในตอนนี้ก็รับความสุขจากแชมป์ลีกและแชมป์ที่ใหญ่ที่สุดในระดับสโมสรของยุโรปไปให้เต็มที่ครับสำหรับสาวก "ราชันชุดขาว"

     ยินดีด้วยครับ

เค.เค.

pic : Sky Football, zimbio

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น