ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : โค้ชกล้าลองทีม แฟนบอลก็ต้องกล้าให้เวลา

คุยกันหลังเกม : โค้ชกล้าลองทีม แฟนบอลก็ต้องกล้าให้เวลา

อัพเดตเมื่อ : June 07, 2017 12:44am โดย : เค.เค.

     จบเกมไปแบบอาจจะเซ็งกันนิดๆสำหรับคอลูกหนังชาวไทยสำหรับความพ่ายแพ้ต่อ อุซเบกิสถาน 2-0

     แน่นอนครับความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องดี ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนอยากเจอ แต่มันก็ต้องเป็นสิ่งที่แฟนฟุตบอล "ช้างศึก" ทีมชาติไทย จะต้องเผชิญและผ่านมันไปพร้อมกันให้ได้



     ยอดทีมจากดินแดนอาหรับอย่าง "หมาป่าสีขาว" ไม่ใช่ทีมกะโหลกกะลาหรือทีมธรรมดาเอาไว้ดูเล่นนะครับ นี่คือทีมปัจจุบันที่ยังคงมีลุ้นเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซีย และยังเป็นทีมอันดับที่ 6 ของเอเชีย ณ ปัจจุบัน

     รูปแบบการเล่นในวันนี้ความเป็นจริงแล้วนายใหญ่ป้ายแดง มิโลวาน ราเยวัช อาจจะคงแผนของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เอาไว้นิดๆหน่อยๆด้วยสไตล์ 4-2-3-1



     สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมวันนี้ก็คือผู้เล่นหน้าใหม่ที่ได้รับโอกาสเข้ามาเติมเต็ม เรียกได้ว่ารับ 'โอกาสเน้นๆ' อย่างเต็มที่แบบไม่มีกั๊กโดยเฉพาะกับ 2 ปราการหลัง พรรษา เหมวิบูลย์ กับ เฉลิงพงษ์ เกิดแก้ว

     เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะชอบนะครับที่ว่าในที่สุดก็มีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหน้าใหม่เข้ามาซักที และไม่ต้องเห็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ลงมารักษาการในตำแหน่งนี้อีกต่อไป



     มันเป็นเรื่องดีมากกว่าเรื่องแย่อยู่แล้วเพราะตำแหน่งธรรมชาติที่แท้จริงของ "ตั้ม" ยังไงก็คงต้องเป็นกลางรับ และผมยังขอยืนยันว่า "ตั้ม" นี่แหละคือ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ แห่งเมืองไทยตามที่สื่อหลายเจ้าเคยให้ฉายาเอาไว้

     รวมถึงนักเตะที่แทบไม่ได้รับโอกาสเลยจากชุดเดิม อารมณ์แบบมีชื่อติดบ้างเป็นครั้งคราวพอแก้ขัดอย่าง นูรูล ศรียานเก็ม ก็ทำได้ดีแถมยังมีความกล้าเล่น กล้ากระชากในจังหวะที่สมควร แม้ว่าตัวของ นูรูล จะเล็กแต่สิ่งที่ต้องเข้ามาทดแทนก็นี่ล่ะครับ 'หัวใจ' ล้วนๆ



     ไหนจะการกลับมาอีกครั้งของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่เคยโด่งดังในทีมชาติชุดซีเกมส์และเอเชี่ยนเกมส์ ทว่าในช่วงหลังๆกลับหายออกไปจากสารระบบเอาดื้อๆ ซึ่งผมคิดว่าการนำ "นิว" กับ "ตั้ม" มาเล่นคู่กันมันก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดเท่าไรเลย

     การทดสอบผู้เล่นแบบนี้เป็นเรื่องดี ดีมากๆด้วยครับ คือเอาง่ายๆเลยอ่ะ ทีมชาติยุคก่อนการจะได้มาเล่นอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่าแบบ 'ออกไปเยือน' ชาติอื่นเนี่ย เกิดขึ้นเมื่อไร ตอนไหน เห้ยจำไม่ได้แล้วอ่ะ



     อีกทั้งการมาเจอกับ อุซเบ ที่มีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกอีกด้วยบรรดานักเตะหน้าใหม่ได้รับประโยชน์และประสบการณ์ไปเต็มๆแน่นอนครับ เพราะหากมองกันจริงๆในช่วงหลังเราแทบจะไม่เห็นนักเตะหน้าใหม่ได้รับโอกาสเลยนอกจาก สิโรจน์ ฉัตรทอง

     สิ่งที่ มิโลวาน ราเยวัช ตัดสินใจไม่หนีบแข้งของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาในนัดนี้ด้วยมันเป็นอีกอย่างที่ทำให้ผมคิดว่าตัวกุนซือชาวเซิร์บรายนี้ทำถูกต้องในระดับหนึ่ง



     ประสบการณ์ของแข้งทีมชาติในรั้ว "กิเลนผยอง" ไม่ต้องพูดถึงครับ มากมายล้นเหลือเพราะช่วงหลังผ่านมาโชกโชนจริงๆ โชกโชนจนนี่แหละ ผมคิดว่าพักบ้างก็เป็นการดีต่อทั้งตัวนักเตะเอง สโมสร รวมถึงการให้โอกาสคนใหม่ๆ

     ประตูที่เสีย 2 ลูกให้กับ อุซเบ แฟนๆหลายคนอาจจะเสียดายเพราะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของแบ๊คทั้งสองข้างซึ่งตำแหน่งนี้ตัวจริงคงหนีไม่พ้น ทริสตอง โด และ ธีราทร บุญมาทัน ซึ่งจุดนี้ผมก็ไม่ค่อยอยากให้นำไปเปรียบเทียบกันซักเท่าไรนักว่าหากเป็นทั้งสองคนนี้ "ช้างศึก" คงไม่เสียประตูให้กับ อุซเบ



     ทุกๆอย่างมันคือจังหวะของฟุตบอลครับ สิ่งที่ผิดพลาดไปในนัดนี้มันก็จะกลายเป็นประสบการณ์ให้แก่ตัวนักเตะเองจดจำและนำไปพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างที่ "โด" และ "อุ้ม" เคยได้รับโอกาสมาก่อน

     อีกจุดหนึ่งที่น่าเสียดายก็คือการขาด ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ถ้าหากมีอยู่ในทีมจังหวะสวนกลับเร็วคงจะมีลุ้นมากกว่านี้เพราะ ราเยวัช ตั้งแทคติกสวนกลับได้น่ากลัวจริงๆ ลองคิดถึงลีลาการเล่นของ "เจ" และ "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา แล้วหลายคนก็อาจจะอดเสียดายไม่ได้

     แต่ก็นั่นล่ะครับ ฟุตบอล กล้าเสี่ยง กล้าลอง ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าอะไรเดิมๆ อีกทั้งตัวนักเตะอาจจะกดดันด้วย



     ราเยวัช ตัดสินใจครั้งนี้อาจจะเพื่อเป็นการผ่อนคลายแข้งหลายรายที่ทำเพื่อชาติมาตลอดของ "กิเลนผยอง" นะครับ มันได้ทั้งการทดสอบนักเตะหน้าใหม่ ได้พักนักเตะตัวหลักหลังจากกรำศึกหนักมานาน รวมถึงได้ในเรื่องของ "จิตวิทยา" ด้วย

     ในเมื่อโค้ชชาวเซิร์บรายนี้กล้าลอง และกล้าที่จะทำอะไรให้แหวกไปจากเดิม ทางแฟนๆก็น่าจะต้องกล้าให้เวลาเขาทำอะไรบ้างนะครับ

เค.เค.
รูปภาพทั้งหมดจาก : FA Thailand

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น