ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
'ภารกิจคืนชีพกองทัพอัศวินสีส้มของ อั๊ดโวคาท'

'ภารกิจคืนชีพกองทัพอัศวินสีส้มของ อั๊ดโวคาท'

อัพเดตเมื่อ : June 11, 2017 11:43pm โดย : Cruz.

    ออกสตาร์ทได้ด้วยผลงานน่าพอใจมากทีเดียวสำหรับทีมชาติฮอลแลนด์ยุคสมัยใหม่ของเทรนเนอร์ ดิ๊ค อั๊ดโวคาท จากการลงสนาม 3 แมตช์ในช่วงสัปดาห์เศษที่ผ่านมา พร้อมกับการกลับมารื้อภารกิจลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย และการกอบกู้ศรัทธาจากแฟนบอลของพวกเขากลับคืนมา

    คงไม่เป็นการเปรียบเทียบเกินจริงมากนักหากจะบอกว่าตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีหลังมานี้ "ออรันเย่" ถอยหลังเข้าสู่ยุคตกต่ำดำดิ่งหรือนับตั้งแต่จบทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2014 เป็นต้นมา

    เพราะถ้านับย้อนไปตั้งแต่ขึ้นสหัสวรรษใหม่ฮอลแลนด์พลาดทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์เพียงครั้งเดียวเท่านั้นคือฟุตบอลโลก 2002 ฉบับเอเชียที่ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นอกนั้นพวกเขาผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปโชว์ฝีเท้ามาตลอดทั้งในเวิลด์ คัพ และยูโร





    รวมทั้งยังหักด่านเข้าชิงชนะเลิศมาแล้วด้วยในฟุตบอลโลก 2010 บนแผ่นดินแอฟริกาภายใต้การคุมทีมของ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ น่าเสียดายที่พลพรรค "อัศวินสีส้ม" ไปไม่ถึงบัลลังก์แชมป์ และผลงานล่าสุดกับทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ที่คว้าอันดับ 3 เวิลด์ คัพ ที่ประเทศบราซิลมาครอง

    แต่ภายหลังผลัดใบจาก ฟาน กัล มาเป็น กุส ฮิดดิ้งค์ กุนซือมากประสบการณ์ที่กลับมารั้งบังเหียนทีมชาติเป็นคำรบที่ 2 หลังจากเคยทำหน้าที่นี้มาแล้วในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 ผลงานของฮอลแลนด์ก็ออกอาการแกว่งจนสุ่มเสี่ยงต่อการพลาดตั๋วยูโร 2016

    อย่างไรก็ตามทีมของ บลินด์ ก็ยังไม่มีท่าทีจะฟื้น ทำให้พวกเขาต้องชวดไปสู้ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี และยังฟุบลากยาวมาจนถึงสถานการณ์ยากลำบากในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียกลางปีหน้า





    ทำให้สมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ (เคเอ็นวีบี) ต้องจัดการเฟ้นหาเจ้านายใหญ่คนใหม่ของทีมชาติอีกครั้ง ก่อนมาลงตัว อั๊ดโวคาท ในภาค 3 ด้วยวัยแตะหลัก 69 ปีพร้อมประสบการณ์คุมทีมโชกโชนกว่า 30 ปี (เป็นโค้ชให้ 6 ทีมชาติ และ 12 สโมสร) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2017 พร้อมมี รุด กุลลิท ตำนานแข้งทีมชาติฮอลแลนด์รับบทบาทมือขวา

    สำหรับทีมชุดนี้ของ อั๊ดโวคาท อาจไม่ได้ใช้ผู้เล่นที่แตกต่างจาก ฮิดดิ้งค์ กับ บลินด์ มากนัก โดยยังเป็นขุมกำลังที่นำมาโดยแกนหลักของทีมอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์, เควิน สตรอทมัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ดาเล่ย์ บลินด์ และ สเตฟาน เดอ ฟราย

    ผนึกกับ เมมฟิส เดอปาย, วินเซนต์ ยานส์เซน, ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น, โยเอล เฟลต์มัน, ดาวี่ คลาสเซ่น, เวสลี่ย์ ฮูดท์, บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้, ควินซี่ พรอมส์, เยเรเมน เลนส์ และ บาส ดอสต์ ขาดไปเพียง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กับ ดารีล ยานมัต ที่บาดเจ็บ





    นอกจากนี้ยังมีสายเลือดใหม่อย่าง นาธาน อาเก้ กองหลังดาวรุ่งของ เชลซี, ทอนนี่ วิลเฮน่า มิดฟิลด์ค่าย เฟเยนูร์ด ทีมแชมป์เอเรดิวิซี่ ซีซั่น 2016-17, มัตไธจ์ส เดอ ลิกต์ เซ็นเตอร์แบ็กยังบลัดวัยเพียง 17 ปี กับ เคนนี่ เทต ฟูลแบ็กจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และ เจอร์เก้น โลคาเดีย กับ บาร์ท รัมเซลาร์ 2 ดาวโรจน์ของ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น

    แต่แน่นอนว่าขุมกำลังของ "เดอะ ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน" ชุดนี้ได้รับไฟเขียวจาก อั๊ดโวคาท มาก่อนแล้ว เพราะทั้ง 2 นัดดังกล่าวถือเป็นการเตรียมทีมของพวกเขาสำหรับฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มเอ กับลักเซมเบิร์กที่สนามสตาดิโอน เฟเยนูร์ด ในเมืองร็อตเตอร์ดัม อีก 5 วันต่อมา

    อั๊ดโวคาท จัดทัพประเดิมคุมทีมชาติคำรบสามเป็นนัดแรกด้วยระบบ 4-2-3-1 โดยมีแผงแบ็กโฟร์เป็น โยเอล เฟลท์มัน, สเตฟาน เดอ ฟราย, เวสลี่ย์ ฮูดท์ และ ดาเล่ย์ บลินด์





    พร้อมใช้งาน จอร์จินโย่ ไวนัลดุม กับ เควิน สตรอทมัน เป็นคู่มิดฟิลด์ตัวกลาง โดยวาง เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ ยืนเป็นเพลย์เมกเกอร์ขนาบด้วยตัวริมเส้น 2 ข้างอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน กับ เมมฟิส เดอปาย เดินเกมรุกหลังกองหน้าตัวเป้าคือ วินเซนต์ ยานส์เซ่น

    ไลน์-อัพชุดนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น 11 ตัวจริงของทัพ "ออรันเย่" ที่ดี และลงตัวมากที่สุดจากทุกๆตัวตำแหน่งในช่วงนี้ และสุดท้ายผลงานที่เดอ ไคป์ จะออกมาด้วยชัยชนะแบบสวยหรู 5-0 ของเจ้าถิ่นทั้งในแง่ของฟอร์มการเล่น, ผลการแข่งขัน, ความมั่นใจ และสถานการณ์ลุ้นไปเล่นรอบสุดท้าย

    จริงอยู่ที่คู่แข่งต่อหน้าอย่างลักเซมเบิร์กอาจเป็นเพียงทีมรองบ่อน แต่ฟอร์มโดยรวมของพวกเขาก็ดีขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้ชัดเจนทั้งเกมรับที่รัดกุม และเหนี่ยวแน่น แดนกลางที่เล่นได้แข็งแกร่ง และแน่นอนขึ้น พร้อมกับเกมรุกที่มีหลากหลาย และมีประสิทธิมากขึ้น





    ซึ่งเมื่อดูจากขุมกำลังของพวกเขาที่มีอยู่ตอนนี้มันก็ควรต้องเป็นนั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่หลังผ่านครึ่งทางของรอบคัดเลือกแล้วสถานการณ์ของทีมยังต้องลุ้นหนักเพื่อเวิลด์ คัพ รอบสุดท้ายอยู่ รวมทั้งเป็นทีมที่ไม่มีอนาคตเพื่อท้าทายความสำเร็จ

    นอกจากนี้ชัยชนะนัดนี้ยังเป็นการลงสนามในนามทีมชาตินัดที่ 131 ของ สไนจ์เดอร์ จอมทัพตัวเก๋าที่บัญชาเกมรับใช้ชาติมายาวนานกว่าทศวรรษ ก่อนก้าวขึ้นเป็นนักเตะที่เล่นในเครื่องแบบทีมชาติมากที่สุดเหนือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่ทำไว้ 130 นัด และยังเป็นการฉลองวันเกิดอายุครบ 33 ปีของเขาอีกด้วย

    ทำให้ช่วงเวลานี้ทัพ "อัศวินสีส้ม" ของ ดิ๊ค อั๊ดโวคาท มีทั้งโอกาส และอยู่ในทิศทางที่ดีกับ 4 นัดสุดท้ายในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 กับการรั้งอันดับ 3 บนตารางคะแนนด้วยการมีแต้มตามหลัง 2 ทีมนำของกลุ่มคือสวีเดน และฝรั่งเศสเท่ากันที่ 3 คะแนน




Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น