ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
ซิโก้กับการหวนคืนสู่นรกไทยลีกอีกครั้ง

ซิโก้กับการหวนคืนสู่นรกไทยลีกอีกครั้ง

อัพเดตเมื่อ : June 29, 2017 11:15pm โดย : admin

     เดือนกรกฎาคม เป็นอีกหนึ่งเดือนสุดโหดของโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลทั้งลีกและบอลถ้วย รวมไปถึงโปรแกรมการแข่งขันทีมชาติ
    
     ซึ่งทีมไหนที่มีนักเตะติดทีมชาติเยอะ (คงหนีไม่พ้นเมืองทองฯ) ก็ย่อมได้รับอานิสงค์ในเรื่องของสภาพร่างกายที่ช้ำ อยู่ที่ว่าทีมจะบริหารจัดการอย่างไร?
    
     เพราะด้วยคุณสมบัติที่ดีสำหรับตัวนักเตะในอนาคตคือโปรไฟล์ดีกรีทีมชาติที่จะติดตัวไปต่อยอดในฟุตบอลอาชีพ รวมไปถึงความภาคภูมิใจของตัวเองและวงศ์ตระกูล
    
     ในแต่ละยุคแต่ละสมัย นักเตะทีมชาติไทยเก่งมักจะฝังตัวอยู่ในทีมใหญ่ๆ เราจึงเห็นความรุ่งเรืองในวงการฟุตบอลไทยแต่ละทศวรรษ เป็นวัฏจักรที่เป็นฟันเฟืองหมุนเวียนเปลี่ยนถ่าย ทีมใหญ่ในแต่ละยุคจึงโดดเด่นเฟื่องฟูพรูฟ่องต้องความสำเร็จยังผลสู่การเป็นตัวเลือกทีมชาติไทย ในที่สุด
    
     ถึงตอนนี้ในเรื่องของทีมชาติไทย เราคงหมดห่วงไปได้เปราะหนึ่ง เพราะเท่าที่ดูจากการทำงานของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือผู้กุมบังเหียน ดูจะมีทิศทางและแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี
    
     สิ่งหนึ่งที่ทีมงานของราเยวัชแสดงจุดยืนออกมาให้เห็นคือ  เลือกผู้เล่นตัวจริงจากลีกสูงสุด เพราะเป็นการย้ำคุณภาพลีกว่า ลีกที่ดีที่สุดจะมีนักเตะที่ดีที่สุดก้าวขึ้นมายืนหยัดได้
    
     กลับมาเข้าประเด็นหลักที่จะเขียนถึงกันดีกว่า
    
     ว่ากันถึงเรื่องโค้ชฟุตบอลลีกไทยในบ้านเรา ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่น่าจับตามอง
    
     เมื่อฟุตบอลโตขึ้น สิ่งที่ตามมากลุ่มของโค้ชเองก็ยกระดับขึ้นตามลำดับด้วย  18 ทีมไทยลีก  ช่วงเวลานี้มี โค้ชไทย 7 คน  เมืองทอง-ธชตะวัน ศรีปาน,ชลบุรี –เทิดศักดิ์ ใจมั่น,ท่าเรือ-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง,สุโขทัย-ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก,ราชนาวี-สมชาย ชวยบุญชุม,พัทยา – สุรพงษ์ คงเทพ และ ซุปเปอร์พาวเวอร์ - อภิสิทธิ์ ไข่แก้ว
      
     ประเด็นที่พูดถึงคงหนีไม่พ้นการกลับมาคุมทีมสโมสร ของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
    
     สิ่งที่เปลี่ยนอย่างแรกคือสร้างแรงกระเพื่อมให้วงการฟุตบอลไทยได้อย่างรุนแรง
    
     จากผู้ชมในสนามระดับหนึ่งกลายเป็นแน่นขนัด เพราะใครๆ ก็อยากเห็นโค้ชคนใหม่ - ใครๆ ก็อยากรู้ว่าทีมสิงห์เจ้าท่า เมื่อมีโค้ชคนใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงมากขนาดไหน พูดง่ายๆ ว่ามันมีจุดดึงดูด
    
     ซึ่ง ถึงตอนนี้ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็เข้ามาคุมทีม การท่าเรือ เอฟซี ได้ครบ 1 สัปดาห์พอดิบพอดี
    
     และ "ซิโก้" คงกลับมารู้แล้วอีกครั้งว่า ทำทีมระดับสโมสรนั้นไม่หมู
    
     ด้วยเวลาที่น้อยไปนิด แถมยังต้องพาทีมลงสนามถึง 2 นัด ทำให้ยังวัดอะไรไม่ได้มากถึงความเปลี่ยนแปลงที่ "ซิโก้" นำมาสู่ถิ่น แพท สเตเดี้ยม
    
     2 นัดของ การท่าเรือ ภายใต้การคุมทีมของ "ซิโก้" พวกเขาแพ้ แบงค็อก คาบ้าน 0-3 และเก็บได้ 1 แต้มจากการบุกไปเสมอ ราชนาวี 2-2
    
     ปัญหาที่ชัดเจนของ "สิงห์เจ้าท่า" คือสภาพความฟิต ที่ไม่สามารถยืนระยะได้ใน 90 นาที พูดง่ายๆ หมดตั้งแต่นาทีที่ 70
    
     สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า "ซิโก้" จำเป็นต้องเร่งพัฒนาเรื่องความฟิตให้กับนักเตะสิงห์เจ้าท่า เพราะฟุตบอลมันต้องวัดกันหลังจบ 90 นาที
    
     ทว่าการคุมทีมในไทยลีก ไม่เหมือนกับคุมทีมชาติไทย เพราะ "ซิโก้" ไม่มีเวลามาปรุงแต่งทีมนานขนาด 2-3 สัปดาห์
    
     ดังนั้น "ซิโก้" จำเป็นต้องใช้เวลาที่น้อยนิดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
    
     ทำให้ตอนนี้ความเคลื่อนไหวหนักๆ การเสริมทัพตัวผู้เล่นจากแค้มป์คลองเตยจะเกิดขึ้นแน่นอน
    
     ซึ่งบรรดา “ลูกรัก” ของซิโก้ ตั้งแต่สมัยเล่นทีมชาติเป็นเป้าหมายหลัก
    
     ในรายของ มงคล ทศไกร “จ่าเย็น” เปิดฉากจากการที่เอสซีจี เมืองทองฯปล่อยตัวคืนให้กับต้นสังกัดอย่างเชียงราย ยูไนเต็ดก่อนเลย แต่ทีมกว่างโซ้งก็ไม่คิดที่จะใช้อยู่แล้ว
    
     สุดท้ายคงหนีไม่พ้นมาสู่ที่คลองเตยแน่นอน
    
     อีกรายอย่าง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์  ก็อยู่ในข่ายที่เป็นไปได้อีก เพราะมาจากผลงานของชลบุรี ที่ย่ำแย่ใน 2 เกมล่าสุดพวกเขาอาจจะต้องมีการขยับด้วยการหานักเตะเข้ามาเสริม ซึงนักเตะที่ท่าเรือมีถึง 35 คนไม่ได้ใช้งาน บางรายอาจจะมาอุดรูรั่วของชลบุรี ได้การแลกตัวกันก็มีโอกาสเกิดขึ้น
    
     เชื่อเหลือเกินว่า คืนวันที่ 3 ก.ค.ก่อนเที่ยงคืน เราอาจจะได้เห็น บิ๊กเซอร์ไพร์ซอีกครั้งในถิ่นคลองเตย
    
     นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ "ซิโก้" ต้องเจอในช่วงนี้ ทั้งโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่ยิบ
    
     ไทยลีกไม่มีพักเบรค ไทยลีกไม่มีการรอ ไทยลีกไม่มีโอกาสให้คนได้ลองผิดลองถูก
    
     นี่แหล่ะที่เรียกว่านรกไทยลีก

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น