ข่าว ข่าวฟุตบอล
โหมโรงนัดชิงแชมป์ชนแชมป์ : ชิลีVsเยอรมัน

โหมโรงนัดชิงแชมป์ชนแชมป์ : ชิลีVsเยอรมัน

อัพเดตเมื่อ : July 02, 2017 12:04am โดย : Cruz.



    นัดชิงชนะเลิศฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 บนสังเวียนสตาดิโอน เครสตอฟสกี้ ในเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซียเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 วันอาทิตย์นี้ระหว่างชิลีแชมป์โคปา อเมริกา 2015 กับเยอรมันแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ถือเป็นคู่ประชันที่เหมาะสม และสมน้ำสมเนื้อกันอย่างแน่นอน เพราะทั้ง 2 ชาติต่างพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าคู่ควรที่ได้ผ่านเข้ามาถึงรอบชิงดำนี้ และนอกจากเกียรติยศในฐานะแชมป์แล้ว ทั้ง 2 ทีมยังเดิมพันกันด้วย



    ทีมเวิร์ค และความสดของแชมป์โลก

    เยอรมันชุดบีของบุนเดสเทรนเนอร์ โยอัคคิม เลิฟ เล่นได้น่าประทับใจมากทั้งในแง่ของฟอร์มการเล่นที่พวกเขาทำได้ดีสม่ำเสมอมาโดยตลอดนับตั้งแต่เปิดหัวรายการมา พร้อมกับจุดเด่นความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีมที่ทุกส่วนสัดของเกมรับ-รุกสอดประสานกันลงล็อค, หลากหลาย และมีความยืดหยุ่นสูง เห็นได้จากการที่ทัพ "ดี มานน์ชาฟท์" ทีมนี้จะออกสตาร์ทด้วยการปรับทัพอย่างน้อย 2-3 ตำแหน่งเสมอ แต่ก็ยังสามารถเล่นด้วยพล็อต และแพลนเดิมได้เสมอ

    รวมทั้งผลงานที่ออกมามีประสิทธิภาพทั้งที่ไม่ใช่ชุดใหญ่แต่ก็เล่นใกล้เคียงชุดใหญ่ แน่นอนว่าทีมนี้ของ เลิฟ อาจไม่ได้เล่นเนี้ยบเนียนตาเหมือนกับชุดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเหล่านักเตะซุปสตาร์ทุกตัวตำแหน่ง อาทิเช่น เมซุต โอซิล, โทนี่ โครส, โธมัส มุลเลอร์, มานูเอล นอยเออร์, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ และ ซามี่ เคดิร่า แต่ก็ทดแทนด้วยการเกมที่รวดเร็ว และสดจากลูกห้าวของดาวรุ่งทั้ง ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, เลออน โกเร็ตซ์ก้า, โจชัว คิมมิช, ยูเลี่ยน บรันด์ท, เบนจามิน เฮนริชส์  และ ทิโม แวร์เนอร์



    ความดุดัน และลูกเก๋าของแชมป์โคปา อเมริกา

    ชิลีภายใต้การบัญชาทัพของเฮดโค้ช ฮวน อันโตนิโอ ปิซซี่ เล่นได้ดีคงเส้นคงวาตามมาตรฐานของพวกเขา พร้อมกับจุดแข็งของเกมรับอันรัดกุม, เหนี่ยวแน่น และเขี้ยวลากดินจากการเสียประตูเพียง 2 ลูกจากการลงสนาม 4 นัดที่ผ่านมา (น้อยที่สุดในรายการเท่ากับโปรตุเกส) และเกมรุกที่ดุดัน, หนักหน่วง และเฉียบคม แม้ว่าทัวร์นาเมนต์นี้ทัพ "ลา โรฆา" จะกดสกอร์ได้เพียง 4 ประตูเท่านั้นก็ตาม

    นอกจากนี้ทัพ "ลา โรฮา" ยังแสดงให้เห็นถึงความเคี่ยว และประสบการณ์ในเวทีการแข่งขันนานาชาติของพวกเขาอีกครั้งจากการผ่านเข้าถึงรอบรอบชนะเลิศในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ได้เป็นรายการที่ 3 ติดต่อกันแล้ว เมื่อบรรดานักเตะทั้ง อเล็กซิส ซานเชซ, อาร์ตูโร่ วิดาล, เคลาดิโอ บราโว่, แกรี่ เมเดล, ชาร์ลส์ อรานกิซ, มาร์เซโล่ ดิอาซ, ฌอง โบเซฌูร์, เอดูอาร์โด้ วาร์กัส และ เมาริซิโอ อิสล่า ต่างเป็นขุมพลที่กรำศึกด้วยกันยาวนาน และโชกโชน



    2 จอมทัพ

    ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ได้รับการหนุนหลังเต็มตัวจาก เลิฟ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะฟอร์มส่วนตัวที่ดีดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องของเขานับตั้งแต่ย้ายออกจากบุนเดสลีกากับ โวล์ฟสบวร์ก ไปค้าแข้งต่างแดนในลีก เอิง ฝรั่งเศส กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง นอกจากนี้ยังมอบปลอกแขนกัปตันทีมชุดนี้ให้อีกด้วย และเพลย์เมกเกอร์วัย 23 ปีก็สามารถฉกฉวยโอกาสครั้งนี้ได้ด้วยการโชว์ฟอร์มโดดเด่นในบทบาทตัวขับเคลื่อนเกมรุกของทีม พร้อมยังเป็นนักเตะที่สร้างโอกาสทำประตูได้มากที่สุดในรอบแบ่งกลุ่มอีกด้วย

    อาร์ตูโร่ วิดาล ถูกดันขึ้นมาเล่นเกมรุกมากขึ้นในมากขึ้นในทัวร์นาเมนต์นี้ แน่นอนว่าตำแหน่งที่ถนัด และดีที่สุดของเขาคือการปักหลักบู๊แหลกในแดนกลาง แต่รายการนี้ ปิซซี่ จัดการปรับหมากจับห้องเครื่องของ บาเยิร์น มิวนิค มาประจำการเป็นจอมทัพ รวมทั้งยืนเป็น 'ฟอลส์ ไนน์' หรือกองหน้าตัวหลอกตามแท็คติกเพื่อทำให้เกมบุกมีความลื่นไหล และหลากหลายมากขึ้นจากการคุมจังหวะเกมรุก และประสานงานกับ 2 ตัวรุกริมเส้น อเล็กซิส ซานเชซ กับ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส และแผงมิดฟิลด์



    3 โทรฟี่แชมป์ติด

    แน่นอนว่าพลพรรค "ลา โรฮา" ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาถือเป็นทีมชุดประวัติศาสตร์ของประเทศชิลี เพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาไม่เคยสัมผัสแชมป์ในระดับทัวร์นาเมนต์เลย และการเข้าเฉียดเข้าใกล้มากที่สุดคือการเป็นรองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ถึง 4 ครั้ง (1955, 1956, 1979 และะ 1987) และการคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 1962 ที่ชิลีรับหน้าที่เจ้าภาพจัดการแข่งขันเวิลด์ คัพ เอง

    ก่อนมาปลดล็อคด้วยตำแหน่งแชมป์โคปา อเมริกา 2015 บนแผ่นดินตัวเองในยุคของกุนซือ ฮอร์เก้ ซามเปาลี ที่ทำให้พวกเขาผ่านเมาลุยศึกคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ เป็นครั้งแรกในฐานะตัวแทนคอนเมโบล รวมทั้งเมื่อกลางปีก่อนลูกทีมของ ปิซซี่ ยังผงาดครองแชมป์โคปา อเมริกา เซนเทนาริโอ 2016 รายการแข่งขันฉลองครบรอบ 100 ปีของทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์แห่งชาติแถบละตินอีกด้วย ทำให้บัลลังก์แชมป์คอนเฟดฯจะทำให้ชิลีจารึกประวัติศาสตร์กวาดแชมป์ระดับนานาชาติ 3 ปีซ้อนเลยทีเดียว



    โครงสร้างของเยอรมัน

    การหักด่านมาถึงรอบรองชนะเลิศคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ ปีนี้ทำให้เยอรมันสามารถผ่านมาตัดเชือกได้ตลอด 7 ทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ติดต่อกัน (ฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2005 / ยูโร 2008, 2012 และ 2016 / ฟุตบอลโลก 2006, 2010 และ 2014) ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลงานส่วนนี้เกิดจากการปูทางวางรากฐานอันแข็งแกร่งพวกเขาตั้งแต่รุ่นเล็กจนถึงชุดใหญ่

    รวมทั้งการที่ผลงานในคอนเฟดฯซัมเมอร์ปี 2017 นี้ยังมากจากฟอร์มของพลพรรค "อินทรีเหล็ก" ชุดบีก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของโครงสร้างทีมชาติพวกเขาแบบไร้ข้อกังขาอีกด้วย นอกจากนี้หากนับรวมเหล่าแข้งดาวโรจน์จากทีมชาติเยอรมัน ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ก้าวคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี มาครองหมาดๆก็ทำให้บุนเดสเทรนเนอร์จะมีขุมกำลังให้เลือกไปป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียชนิดที่หลายๆชาติต้องอิจฉา

pic : twitter.com/FIFAcom, twitter.com/BleacherReport

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น