ข่าว ข่าวฟุตบอล
ขอบคุณครับ "กัปตัน!"

ขอบคุณครับ "กัปตัน!"

อัพเดตเมื่อ : July 09, 2017 1:54am โดย : นับหนึ่ง.

     ย้อนกลับไปในปี 2004 แฟนบอลหลายคนต่างเริ่มรู้จักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง.... หลังได้เดินทางมายังเมืองแมนเชสเตอร์ด้วยค่าตัวสูงถึง 27 ล้านปอนด์.... ชื่อของเขาคือ "เวย์น รูนีย์"


     ท่ามกลางกระแสความยินดีกับนักเตะหน้าใหม่ บางกระแสกลับดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักที่ "ปีศาจแดง" ยอมทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลไปกับเด็กหนุ่มวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น... ความแข็งแกร่งของนักเตะรายนี้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวหรือเปล่า!?


      แต่แล้วการเปิดตัวของ "หมูรูน" ก็ทำให้แฟนบอลต่างต้องอึ้งทึ่งเสียวไปตามๆกัน เมื่อเจ้าหนุ่มหน้าใหม่เบอร์ 8 จัดการซัดแฮตทริกช่วยให้ "เร้ด เดวิลส์" ถล่ม เฟเนร์บาห์เช่ ไปแบบสบายๆด้วยสกอร์ 6-2 ก่อนจะซัดตาข่ายช่วยทีมมาได้เรื่อยๆ

     และแล้วถ้วยใบแรกสำหรับเขากับชีวิตรั้ว ยูไนเต็ด ก็มาถึง.... โดยซีซั่น 2005/06 สามารถคว้าถ้วย ลีก คัพ มาครองได้สำเร็จและยังรับตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน หลังซัดตาข่ายไปได้ 2 ลูกช่วยต้นสังกัดถล่ม วีแกน แอธเลติก ไปด้วยสกอร์ถึง 4-0 นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกที่ยากจะลืมได้ลงทีเดียว

     กระนั้นแม้จะมีฟอร์มอันโดดเด่น แต่ชีวิตของ รูนีย์ กลับไม่ได้ราบรื่นมากมายนักในบางครั้งบางคราวทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคำหยาบ, ปรบมือประชดกรรมการ และ เล่นนอกเกม ซึ่งหลากหลายการกระทำมักจะทำให้เขาต้องตกอยู่ภายใต้เสียงวิพากย์วิจารณ์ รวมไปถึงการได้รับใบแดงแบบไม่ควรจะทำอีกด้วย


     อย่างไรก็ตาม... ไฮไลท์ที่ดีที่สุดในชีวิตของเจ้าหนุ่มเลือดผู้ดีคงจะหนีไม่พ้นการคว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้สำเร็จในซีซั่น 2007/08 ด้วยการโค่นสโมสรร่วมชาติอย่าง "สิงห์บลูส์" เชลซี ไปได้แบบหวุดหวิดจากการดวลจุดโทษที่สกอร์ 5-6 หลังเสมอกัน 120 นาทีที่สกอร์ 1-1 นั่นเอง

     หลังจากเจอช่วงเวลาทั้งน่ายินดียินร้ายและผ่านร้อนผ่านหนาวในเมืองแมนเชสเตอร์มานานกว่า 10 ปี ท้ายที่สุด เวย์น รูนีย์ ก็ได้รับเกียรติด้วยการรับปลอกแขนกัปตันทีม "ปีศาจแดง" ต่อจาก เนมานย่า วิดิช ก่อนซีซั่น 2014/15 จะเริ่มขึ้น

     กระนั้นแม้จะพาเพื่อนร่วมทีมทำผลงานในลีกได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่ภายใต้การทำงานร่วมกับ หลุยส์ ฟาน กัล ทางด้าน รูน ก็ได้คว้าถ้วย เอฟเอ คัพ มาครองในซีซั่น 2015/16 โดยที่เจ้าตัวไม่คาดคิดเลยว่าซีซั่นถัดมาอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นด้วย...


     ช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ทัพ "เร้ด เดวิลส์" ได้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือครั้งใหม่อีกครั้งและ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ได้เข้ามาทำงานแทนที่ของ หลุยส์ ฟาน กัล ที่มักจะโดนวิพากย์วิจารณ์อย่างหนัก...


     โดยหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คงจะหนีไม่พ้นการดรอป เวย์น รูนีย์ อยู่ข้างสนามบ่อยครั้ง ส่งผลให้เจ้าตัวไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงเท่าใดนัก แต่ลึกๆแล้วส่วนหนึ่งก็มีผลมาจากฟอร์มที่ดรอปไปอย่างชัดเจนจากเจ้าตัวอีกด้วย...

     อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนัก แต่ท้ายที่สุด "หมูรูน" ก็มีส่วนแชมป์ร่วมกับต้นสังกัดมาได้สำเร็จเพิ่มเติมทั้งการคว้าถ้วย คอมมิวนิตี้ ชิลด์, อีเอฟแอล คัพ และ ยูโรปา ลีก ถือเป็นการคว้าแชมป์ระดับยุโรปที่รอมานาน แม้จะไม่ใช่ถ้วยใบใหญ่ที่สุดของทวีปก็ตาม

     สุดท้ายแล้วอนาคตของเขาก็ยังไม่มีความแน่นอนนัก ขณะที่ผู้เขียนกำลังพิมพ์บทความนี้อยู่ เวย์น รูนีย์ ในวัย 31 ปีก็กำลังตกเป็นข่าวการย้ายกลับไปเล่นยังถิ่น กูดิสัน พาร์ค อย่างหนักเพื่อได้รับโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น....


     ตลอดระยะเวลาราว 13 ปี... เขาได้มอบหลายสิ่งหลายอย่างให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะถ้วย พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, ลีก คัพ 4 สมัย,  เอฟเอ คัพ 1 สมัย, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 6 สมัย, ยูโรปา ลีก 1 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย ถือเป็นความสำเร็จที่ยากจะทำตามได้....

     ไม่ว่าอนาคตเขาจะยังคงอยู่ในรั้ว โอล์ด แทรฟฟอร์ด หรือจะย้ายกลับไปเล่นให้ เอฟเวอร์ตัน สิ่งเดียวที่อยากจะบอกในฐานะแฟนบอล "เร้ด เดวิลส์" คือ...

     "ขอบคุณครับ กัปตัน!!"



Credit Pic : Zimbio, Goal, Who Ate all the Pies

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น