ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
คิงส์คัพครั้งที่45กับการรักษาแชมป์ไว้ในไทยต่อไป

คิงส์คัพครั้งที่45กับการรักษาแชมป์ไว้ในไทยต่อไป

อัพเดตเมื่อ : July 10, 2017 9:39pm โดย : King Kong

     ในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560 ศึกชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 45  ถ้วยรางวัลที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยมนต์ขลังมากที่สุดของไทย ก็จะเริ่มเปิดฉากขึ้น

     ย้อนรอยถ้วยคิงส์ คัพ นี้กันซักนิด โดย จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และตำนานที่ยิ่งใหญ่ เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2511 ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย สามารถคว้าสิทธิ์ เข้าไปเล่นรายการ โอลิมปิก เกมส์ ที่ประเทศเม็กซิโก จึงทำให้เกิดความตื่นตัวอย่างมากในวงการลูกหนังบ้านเรา

     พลตำรวจโท ต่อศักดิ์ ยมนาค นายกสมาคมฟุตบอลฯ (เวลานั้น) จึงนำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อขอพระราชทานถ้วยการแข่งขันระดับนานาชาติ

     และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช องค์ประมุขของประเทศ และองค์อุปถัมภ์สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูถัมภ์ ทรงพระราชถ้วยรางวัลชนะเลิศ มีที่ตราลัญจกร ประจำพระองค์ สำหรับทีมชนะเลิศ การแข่งขันศึกชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ

     นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงโปรดเกล้าให้ คณะนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย เข้าเฝ้า เพื่อรับพระบรมราโชวาท รวมถึงทรงเสด็จทอดพระเนตรการแข่งขัน และพระราชทานถ้วยรางวัล แก่ทีมชนะเลิศด้วยพระองค์เอง ต่อมาได้มอบให้ผู้แทนพระองค์ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ในทุกปีที่มีการแข่งขัน

     ศึกชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ถูกจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งที่ 45 นี้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทีมชาติชุดใหญ่่จาก 3 ทวีป จะมาร่วมฟาดแข้งกันในคิงส์ คัพ (ปี 2541 เคยมี ทีมจาก 3 ทวีปเข้าแข่งขันพร้อมกัน เกาหลีใต้, อียิปต์ และ เดนมาร์ก บี) แต่ครั้งนี้ ทุกชาติที่ลงเข้าร่วมการแข่งขัน จะส่งชุดใหญ่มาลงเล่น เนื่องจากเป็นรายการที่ได้การรองรับจาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟา) ให้เป็นทัวร์นาเมนต์ระดับ A  ที่มีคะแนนสะสม สูงกว่าครั้งที่ 44 ที่ครั้งนั้น ไทย ลงแข่งขันกับ 3 ชาติในทวีปเดียวกัน

     หมายความว่านอกเหนือจากการป้องกันแชมป์ในครั้งนี้ และการสานต่อแชมป์สูงสุด 13 สมัยแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นในขยับอันดับโลก เข้าใกล้ ท็อป 100 ของโลก

     สำหรับการแข่งขันในครั้งที่ 45 จะแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบแรก (รอบรองชนะเลิศ) 2 นัด ในวันศุกร์ 14 กรกฎาคม 2560 เวลา 16.30 น.  และ 19:30 น. ตามลำดับ โดยทีมแพ้ในรอบรองชนะเลิศจะแข่งขันในรอบชิงอันดับที่ 3 ส่วนทีมชนะ จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ที่จะแข่งขันในวันอาทิตย์ 16 กรกฎาคม 2560 เวลา 16.30 น. และ 19.30 น. ตามลำดับ  โดยการแข่งขันจะมีการคิดคะแนนแบบฟีฟ่าเดย์ 

     ขณะที่การเตรียมทีม ''ช้างศึก'' สำหรับลุยคิงส์คัพในปีนี้  ทาง มิโลวาน ราเยวัช ก็ทำการบ้านอยู่ตลอดเวลา ทั้งเดินทางไปชมฟอร์มผู้เล่นที่สนาม หรือการศึกษาเกมต่างๆ เพื่อวางแท็กติกให้มันลงตัว  บอกเลยว่าคิงส์คัพครั้งนี้ทีมชาติไทยเรามีแต่ได้ ไม่มีเสียอะไรเลย ที่ได้ลงสนามพบกับทีมระดับโลกที่แข็งแกร่งทั้งสิ้น อีกทั้งจะเป็นการได้ทดสอบแท็กติก และระบบต่างๆ ของ ราเยวัช ด้วย

     แม้ว่าล่าสุดสภาพทีมของ "ช้างศึก" จะไม่เต็มร้อยทั้ง "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา แนวรุกตัวเอ้ จะขอถอนตัวออกจากทีม เนื่องจากร่างกายไม่สมบูรณ์และคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหัน รวมไปถึงไม่ได้เรียก "เมสซี่เจ" ชนาธิป สงกระสินธ์ มาติดทัพด้วย โดยทาง มิโลวาน ราเยวัช กุนซือใหญ่ ยืนยันว่าจะไม่เรียกผู้เล่นเข้ามาแทน ทำให้เหลือ 24 คน จาก 25 คนที่เรียกมาตอนแรก และจะตัดให้เหลือ 23 คนต่อไป

     ถึงตอนนี้ ทีมชาติไทย ปักหลักเก็บตัวที่ เกียรติธานี คันทรี คลับ ก่อนมีคิวลงเล่นรอบรองชนะเลิศ พบกับ ทีมชาติเกาหลี เหนือ ในเวลา 19.30 น. ส่วนอีกคู่ ทีมชาติเบลารุส พบกับ ทีมชาติบูร์กินาฟาโซ เวลา 16.30 น. ในวันศุกร์ที่ 14 ก.ค. นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

     ปิดท้ายมาความดูความพร้อมของทั้ง 3 ชาติที่จะมาร่วมโม่แข้งศึกครั้งนี้กันบ้าง

     โดยในส่วนของบูร์กินาฟาโซ ทีมอันดับ 44 ของโลก ซึ่งถือเป็นชาติที่มีอันดับโลกดีที่สุดในบรรดาทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งได้มีการส่งหนังสือยืนยันว่าจะส่งผู้เล่นทีมเอมาเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งอาจได้เห็น เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ กองหน้าสเต็ปเทพวัย 21 ปี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับทีม ''อาแจ็กซ์'' คว้ารองแชมป์ยูโรปา ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดได้ย้ายไปร่วมทีมโอลิมปิก ลียง ในลีก เอิง ฝรั่งเศส ด้วย โดยในครั้งนี้ถือเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันคิงส์คัพครั้งแรกของบูร์กินาฟาโซ

     ขณะที่ ''โสมแดง'' เกาหลีเหนือ ทีมอันดับ 113 ของโลก ที่มีดีกรีเป็นแชมป์คิงส์คัพ 3 สมัย ในปี 1986, 1987 และ 2002 ปรับทีมยุคใหม่ โดยสมาคมฟุตบอลเกาหลีเหนือเลือกใช้งานโค้ชชาวนอร์เวย์อย่าง ยอร์น แอนเดอร์สัน ซึ่งถือเป็นอดีตกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ รวมถึงเคยค้าแข้งอยู่ในบุนเดสลีกากับหลายทีมดัง ทั้งไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต, ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ รวมถึงฮัมบูร์ก นอกจากนี้ยังเคยผงาดคว้าดาวซัลโวของบุนเดสลีกาได้ในปี 1991 อีกด้วย ส่วนงานด้านกุนซือก็ผ่านมาแล้วโชกโชกทั้งกับไมนซ์ 05, คาร์ลสรูห์ และล่าสุดในปี 2015 กับออสเตรีย ซัลซ์บวร์ก

     ส่วนในรายของทีมชาติเบลารุส ทีมจากทวีปยุโรป ล่าสุดยืนยันค่อนข้างแน่แล้วว่าจะส่งนักเตะที่เล่นอยู่ในประเทศมาร่วมโม่แข้งทั้งหมด หรือที่เรียกว่า Tier 2 ที่จะไม่มีผลกับการนับแรงกิ้ง แต่ถือว่าเป็นแมตช์ทางการให้กับฟีฟ่า สรุปก็คือแมตช์ที่เบลารุสลงเล่นจะมีบันทึกรายงานผลส่งให้ฟีฟ่า แต่ไม่ได้ใช้ในการนับแรงกิ้ง

     สำหรับแฟนบอลตอนนี้สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ไทย ทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา ทุกช่องทาง ส่วนท่านใดที่รอเชียร์จากทางบ้านติดตามได้จากไทยรัฐทีวีได้เลย

ภาพ : FA Thailand

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น