ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
ฝนทำพิษ!ช้างศึกยู-23หวิดหน้าแหก

ฝนทำพิษ!ช้างศึกยู-23หวิดหน้าแหก

อัพเดตเมื่อ : July 24, 2017 10:05pm โดย : admin

     ในที่สุดก็จบสิ้นลงไปอย่างเป็นทางการสำหรับของการแข่งขันในศึกฟุตบอลเอเอฟซียู-23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ของกลุ่มเอช
    
     ทีมชาติไทยชุดยู-23 ก็ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2018 ได้สำเร็จ แม้ว่าจะทำผลงานได้ไม่ดีนัก ต้องลุ้นหน่อยกว่าจะเข้ารอบได้
    
     บทสรุปแล้วในกลุ่มนี้ เป็นทีมชาติมาเลเซีย ที่เข้ารอบเป็นอับดับหนึ่งของสายและทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยการเป็นทีมอันดับที่สองที่สุดใน 6 ทีมจาก 10 กลุ่ม
    
     ไปดูเหตุผลที่ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบมาได้กันบ้าง
    
     ซึ่งศึกเอเชียนคัพ 2018 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก แบ่งออกเป็น 10 สาย สายละ 4 ทีม โดยคัดเอาทีมแชมป์กลุ่ม 10 ทีม เข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ และ อันดับ 2 ของสายอีก 5 ทีม รวมกับเจ้าภาพจีน แต่กรณีที่ จีน ได้สิทธิ์เป็นแชมป์กลุ่มหรืออันดับ 2 ที่ดีที่สุด จะทำให้สิทธิ์ทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุดเพิ่มเป็น 6 ทีม
    
     โดย ทีมชาติจีน สามารถคว้าแชมป์กลุ่มเอมาครองได้ ทำให้ทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุดได้สิทธิ์เพิ่มเป็น 6 ทีม และเมื่อ ทีมชาติศรีลังกา ถอนตัวออกไปทำให้สายเอ เหลือทีมแข่งขัน 3 ทีม โดย เอเอฟซี ได้ใช้วิธีการนับคะแนนทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุดโดยการตัดผลการแข่งขันในเกมที่พบกับทีมอันดับสุดท้ายของแต่ละกลุ่มออก
    
      ส่วนทีมชาติไทย คว้าอันดับ 2 ของสาย เอช ด้วยการมี 5 คะแนน ลูกได้เสียบวก 3 ประตู (เสมอ มองโกเลีย 1-1 ,ชนะ มาเลเซีย 3-0 และ เสมอ อินโดนีเซีย 0-0) เมื่อตัดผลการแข่งขันกับ มองโกเลีย ที่ได้อันดับสุดท้ายออก ทีมชาติไทย จะมี 4 คะแนน และลูกได้เสียบวก 3 เช่นเดิม
    
     ขณะที่ผลของกลุ่มอื่นๆในเวลานี้มีเพียง ปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นทีมอันดับ 2 ที่มี 4 คะแนน โดยมีลูกได้เสีย บวก 1 และเกมนัดสุดท้ายพวกเขาจะเจอกับ บังคลาเทศ ที่อยู่อันดับสุดท้าย ซึ่งจะต้องตัดผลการแข่งขันนัดนี้ออก ขณะที่ อิหร่าน หรือ อิรัก ที่มี 3 แต้ม ลูกได้เสีย บวก 1 และยังเหลือนัดสุดท้ายนั้นจะต้องตัดแต้มกับทีมจ่าฝูงที่มี 3 แต้มเท่ากัน ทำให้จะไม่สามารถมีแต้มมากกว่าไทยแน่นอนไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร
    
     ย้อนกลับไปดูฟอร์มทั้ง 3 เกมของทีมชาติไทยกันบ้าง ทำไมถึงต้องไปลุ้นเหนื่อยในการเข้ารอบ ทั้งๆ ที่ได้เปรียบการเป็นเจ้าภาพในกลุ่มนี้
    
      นัดแรก เจอ มองโกเลีย หากพูดถึงศักยภาพทีมแล้วห่างกันลิบลับ หลายๆ คนมองว่า ยังไงแมตช์นี้ต้องมีชนะ 5 ลูกเป็นอย่างต่ำ
    
      แต่ด้วยสนามที่เรียกได้ว่าย่ำแย่สุดๆ เจอมรสุมพายุฝนถาโถมอย่างหนัก เล่นเอาการแข่งขันสะดุดไปจากหน้ามือเป็นหลังมือมองโกเลีย ร้อยทั้งร้อยทุกคนคงไม่มีใครคาดคิดว่าผลจะออกมาด้วยการเสมอ
    
     แมตช์ที่สอง รับมือ "เสือเหลือง" มาเลเซีย เกมนี้ทัพช้างศึกอยู่ในสถานการณ์บังคับ ต้องชนะให้ได้สถานเดียว ซึ่งยังดีที่ฟ้าฝนเป็นใจไม่ตกลงมาในวันแข่งขัน ทำให้สภาพสนามสามารถทำให้เราเล่นเกมต่อบอลกันได้เกือบปกติ และก็เอาชนะมาเลเซียไปได้ตามคาด 3-0
    
     ซึ่งต้องบอกว่าสถานการณ์ ณ ตอนนั้นทีมชาติไทยขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของสายหลังผ่านนัดที่สอง ซึ่งถ้าหากสามารถเอาชนะทีมชาติอินโดนีเซีย ได้ในนัดสุดท้ายก็จะการันตีผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายทันที โดยไม่ต้องไปลุ้นผลในคู่อื่น
    
     ในนัดสุดท้ายทีมชาติไทย ที่พบกับทางอินโดนีเซีย ก็ต้องบอกว่าสภาพสนามเหมือนกับนัดแรกที่เจอกับมองโกเลีย โดยมีฝนตกลงมาอย่างหนักและตกอย่างต่อเนื่องทำให้สภาพสนามศุภชลาศัย เจิ่งนองไปด้วยน้ำและเล่นกันด้วยความยากลำบากและแน่นอนว่าเกมนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อการเข้ารอบสำคัญทั้งสองทีม หากเป็นทีมไทยที่เอาชนะได้ก็จะสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายทันที ส่วนถ้าหากเป็นทางอินโดนีเซียที่สามารถเอาชนะทีมไทย ก็จะส่งให้พวกเขาไปมีลุ้นเข้ารอบในฐานะอันดับสองที่ดีที่สุด
    
     ซึ่งตลอด 90 นาที ทั้งสองทีมพยายามเปิดแลกเพื่อหวังเก็บ 3 แต้ม แต่ด้วยสภาพสนามที่ย่ำแย่ ทำให้ทำอะไรกันลำบาก ทำให้เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0
    
     ส่งผลให้ทั้งสองทีมเก็บเพิ่มทีมละ 1 แต้ม โดยทีมชาติไทย ลงสนาม 3 นัด มี 5 คะแนน คว้าอันดับที่สองของสาย ส่วนอินโดนีเซีย ลงสนาม 3 นัดมี 4 คะแนน คว้าอันดับที่สามตกรอบเป็นที่แน่นอน ขณะที่ มาเลเซีย นัดสุดท้ายพวกเขาสามารถเอาชนะมองโกเลียไปได้ 2-0 ส่งผลให้พวกเขาลงสนามครบ 3 นัดเก็บได้ 6 คะแนนและคว้าแชมป์กลุ่มผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ
    
     แม้ว่าทีมชาติไทย จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปได้ แต่จากที่รีวิวให้เห็นถึง 3 แมตช์ สะท้อนถึงอะไร
    
     ตอบได้ไม่ยาก สภาพสนามไงครับ ซึ่งหากเทียบศักยภาพทีมแล้ว ทีมชาติไทยเหนือกว่าทุกทีมในกลุ่มเอช หากเล่นกันด้วยสภาพสนามปกติแล้ว มองแล้วมี 9 แต้มเต็มได้ไม่ยาก
    
      ย้ำอีกครั้งว่าไม่ยาก เพราะแกนหลักในทีมชุดนี้ของเรา มีตัวเด็ดจากสโมสรใหญ่ๆหลายคน ดูจากเกมที่ต้อนมาเลเซีย 3-0 พอแข้งพวกนี้สามารถต่อบอล หรือใช้ความสามารถลากเลื้อยโดยที่ไม่ติดน้ำในสนาม พวกเขาก็ทำผลงานได้ออกมาดี
    
        หากใครได้ดูในอีกสองเกมที่พบกับ มองโกเลีย และอินโดนีเซีย คงต้องบอกว่านี่เล่นอะไรกันเตะบอลหรือเล่นโปโลน้ำ
    
     สภาพสนามแบบนี้หากออกนอกประเทศไทย คงไม่มีใครเค้าลงแข่งขันกัน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าฝ่ายจัดการแข่งขันปล่อยให้ดำเนินเกมแข่งต่อไปได้อย่างไร
    
     เข้าใจว่าการแข่งขันต้องดำเนินต่อไป เพราะมีผลเสียหายกับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด เสียหายหลายอย่างถ้าไม่ได้แข่งตามที่กำหนด ค่าโฆษณา ค่าสปอนเซอร์ ค่าสิทธิประโยชน์โน่นนี่นั่น อันนี้ทุกฝ่ายทราบดีอยู่แล้ว
    
      แม้ว่าหลายคนอาจจะไปโทษแผนการเล่นของโค้ชโย่ง แต่บอกตามตรงให้ โชเซ่ มูรินโญ่ มาคุมไทย ก็ไม่น่าจะดีกว่ากันซักเท่าไหร่ หากต้องเล่นด้วยสภาพสนามแบบนี้
    
     ซึ่งหากใครได้ไปอ่านในสังคมโซเชี่ยล บางคนเสนอแนะมาได้ดี ว่าทำไม่ส.บอล ไม่ลงทุนสร้างสนามที่มีหลังคาที่ได้มาตรฐานมาซักสนาม เพราะหากทีมชาติมีโปรแกรมต้องลงแข่งในช่วงหน้าฝน ก็จะไม่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่น
    
     นี่ซ้อมกันมาแทบตาย ได้เล่นตามที่ซ้อมกันจริงๆ แค่เกมเดียว
    
     อันนี้เป็นเรื่องที่ ส.บอล หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย น่าจะหวนคิดดูบ้าง
    
     ปิดท้ายการซักนิดมาสรุป 16 ทีมที่ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ประกอบไปด้วย จีน(เจ้าภาพ) ,โอมาน ,อิรัก ,กาตาร์ ,อุซเบกิสถาน ,ปาเลสไตน์,ออสเตรเลีย ,เกาหลีเหนือ ,มาเลเซีย ,เกาหลีใต้ ,ไทย ,ซีเรีย ,เวียดนาม ,จอร์แดน ,ญี่ปุ่น ,ซาอุดิอาระเบีย
    
     โดยโปรแกรมในรอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ จะทำการแข่งขันในระหว่างวันที่ 9-27 มกราคม 2561

ภาพ : FA Thailand

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น