ข่าว ข่าวฟุตบอล
โหมโรงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ :'ราชันVsผี'ศึกแชมป์ยูซีแอลชนแชมป์ยูโรปา

โหมโรงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ :'ราชันVsผี'ศึกแชมป์ยูซีแอลชนแชมป์ยูโรปา

อัพเดตเมื่อ : August 08, 2017 2:57am โดย : Cruz.




    เกมยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ประจำปี 2017 นี้ถือเป็นแมตช์ 5 ดาวอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อสโมสรเจ้าของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และยูฟ่า ยูโรปา ลีก ที่โคจรมาเผชิญหน้ากันบนสังเวียนเนชั่นแนลน่า อารีน่า ฟิลิป ทู มาเคดอนสกี้ ในกรุงสโกเปีย ประเทศมาซิโดเนีย คือ 2 ทีมขวัญใจมหาชนคนทั่วโลกอย่าง เรอัล มาดริด กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

    แน่นอนว่านอกจากจะเป็นการชิงถ้วยอันทรงเกียรติ และยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นยุโรป พร้อมกับความภาคภูมิใจในฐานะแชมป์จ้าวสโมสรยุโรปแล้ว ยังเป็นการวางเดิมครั้งสำคัญอีกมหาศาลของ 2 สโมสรยักษ์ใหญ่จากสเปน และ อังกฤษ อีกด้วยสำหรับทีมที่ก้าวครบอครองแชมป์ซูเปอร์ คัพ.....



    ฟอร์มพรีซีซั่นสวนทาง

    ผลงานของ มาดริด และ "ยูไนเต็ด" ระหว่างพรี-ซีซั่นซัมเมอร์ปี 2017 นี้ออกมาแตกต่างกันมากอย่างชัดเจน เพราะนับตั้งแต่ลูกทีมของเทรนเนอร์ ซีเนอดีน ซีดาน กลับมาครองบัลลงก์แชมป์ลา ลีกา สเปน ที่เฝ้ารอคอยมายาวนาน 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2012 และจารึกประวัติศาสตร์ป้องกันแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขายังไม่สามารถเก็บชัยชนะในเวลาปกติได้เลยกับเกมลับแข้งที่ผ่านมา

    สวนทางกับทีมของเฮดโค้ช โชเซ่ มูรินโญ่ เพราะหลังผงาดคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร "เร้ด เดวิลส์" ดูเหมือนจะเน้น และเอาจริงเอาจังมากๆในการเตรียมทีมตั้งแต่เนิ่นๆของช่วงพรี-ซีซั่น ทำให้พวกเขาวิ่งเข้าวินถึง 6 จาก 7 นัดที่ลงอุ่นเครื่องมา และปราชัยไปเพียงแมตช์เดียวเท่านั้นแบบหวุดหวิดต่อ บาร์เซโลน่า



    โรนัลโด้ คัมแบ็กนำทัพราชัน

    นัดชิงชนะเลิศยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ จะต้องกลายเป็นแมตช์ที่มีสีสัน และความน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว หลังซูเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาชื่อลงสนามสำหรับเกมมาซิโดเนีย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการคาดกันว่าหัวหอกวัย 32 ปีที่กระหน่ำทั้งสิ้น 42 ประตูในทุกรายการซีซั่นที่แล้วกับสโมสรต้นสังกัดจะไม่มีส่วนร่วมกับทัพ "ราชันชุดขาว" อย่างแน่นอน

    หลัง โรนัลโด้ กรำศึกมายาวนานต่อเนื่องเต็มตลอดฤดูกาล 2016-17 กับ มาดริด ตามด้วยในรายการฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 กับทีมชาติโปรตุสเกสเจ้าของแชมป์ยูโร 2016 ก่อนเพิ่งกลับซ้อมมื้อแรกกับทีมของ ซีดาน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง! แต่ดาวยิงชาวโปรตุกีสก็มีชื่อเผชิญหน้ากับอดีตทีมที่สร้าง 'ซีอาร์ เซเว่น' แบบสุดเซอร์ไพรส์



    มู-โด้ เจอทีมเก่า

    ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า โชเซ่ มูรินโญ่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็น 2 บุคคลที่ทรงอิทธิพลทั้งกับ มาดริด และ "ยูไนเต็ด" มหาศาล เพราะ มูรินโญ่ ที่เคยกุมบังเหียนในถิ่นเอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ระหว่างปี 2010-2013 คือผู้จัดการทีมที่นำทัพ "โลส บลังโกส" กลับมาประสบความสำเร็จทั้งแชมป์โกปา เดล เรย์ ที่พวกเขาห่างหายไปนาน 18 ปี รวมทั้งชูถ้วยแชมป์ลา ลีกา เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีอีกด้วย

    ขณะที่  โรนัลโด้ ถือเป็นอีกหนึ่งขวัญใจตลอดกาลของสาวก "เร้ด อาร์มี่" จากผลงานถล่มประตู 118 ประตูจากการลงสนาม 292 นัดในทุกรายการกับยอดทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ตลอด พร้อมพาทีมของบรมกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กวาดแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ยูซีแอล 1 สมัย และสโมสรโลกอีก 1 สมัยในช่วงเวลาล่าตาข่าย 6 ปีที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนย้ายไป เรอัล มาดริด



    หน้าตาทีม มู ซีซั่นใหม่

    กับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18 ที่เตรียมรูดม่านเปิดฉากอย่างเป็นทางการในสุปดาห์นี้แล้ว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เห็นรูปโฉมใหม่ของพลพรรค "ปีศาจแดง" กับการออกสตาร์ทด้วย 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด และคาดว่าจะเป็นทีมที่ใช้ในช่วงแรกของซีซั่นหน้า โดยลูกทีมของบอสชาวโปรตุกีสมีโปรแกรมประเดิมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของตัวเอง

    โดยก่อนหน้านี้ มูรินโญ่ บอกแบบติดตลกว่าคงสนุกไม่น้อยสำหรับการจัดทีม เพราะด้วยขุมกำลังขนาดใหญ่ขึ้นจากการเสริมทัพด้วย โรเมลู ลูกากู, เนมานย่า มาติช และ วิคตอร์ ลินเดอร์เลิฟ มาผนึกกับแกนหลักเดิมทั้ง ปอล ป็อกบา, อันเดร์ เอร์เรร่า, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ดาบิด เด เคอา, ฆวน มาต้า, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เฮนริค มคิทาร์ยาน, เจสซี่ ลินการ์ด และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ทุกคนล้วนมีศักยภาพเพื่อมีชื่อในไลน์-อัพ



    6 โทรฟี่ใน 20 เดือนของมาดริด

    ช่วงเวลายังถึง 2 ปีเต็มนับตั้งแต่ ซีดาน เข้ามารั้งบังเหียนในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เมื่อต้นปี 2016 "ซิซู" นำขุนพล "ราชันชุดขาว" ผลงานน่ามหัศจรรย์กวาดแชมป์มาแล้วทั้งแชมป์ลา ลีกา 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย ที่พวกเขาซิวมาเมื่อปลายปีก่อน

    รวมทั้งการทำในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมายาวนานนับตั้งแต่ปี 1990 ด้วยการป้องกันแชมป์ถ้วย 'บิ๊กเอียร์' พร้อมคว้าแชมป์ยูซีแอลสมัยที่ 12 ในประวัติศาสตร์ของสโมสรหรือ 'ลา ดูโอเดซีม่า' โดยเป็นการครองแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ สมัยที่ 3 ในรอบ 4 ปีหลังสุด (2013-14, 2015-16 และ 2016–17) ทำให้เกมนี้จะเป็นการลุ้นโทรฟี่แชมป์ใบที่ 6 ของ มาดริด ในยุคของ ซีดาน แล้ว



    จากยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ สู่สโมสรโลก

    แน่นอนว่าทีมที่มีได้เกียรติยศแชมป์สโมสรโลกจะคว้าสิทธิ์ไปไล่ล่าตำแหน่งฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2017 ช่วงปลายปีนี้ที่ประเทศสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ เพื่อท้าทายความเป็นจ้าวสโมสรโลกกับอีก 5 สโมสรแชมป์ระดับทวีปคือ อเมริกาใต้, เอเชีย, แอฟริกา, คอนคาเคฟ, โอเชียเนีย และสโมสรเจ้าภาพของยูเออี

    ทำให้แมตช์ชิงแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เป็นการเดิมพันสูงมากกว่าเพียงการความเป็นจ้าวสโมสรยุโรปที่การันตีให้ทั้ง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องจัดเต็ม และทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อต่อยอดความยิ่งใหญ่ของพวกเขาจากตำแหน่งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือยูฟ่า ยูโรปา ลีก








Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น