ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
"แบบไทยๆ"

"แบบไทยๆ"

อัพเดตเมื่อ : September 14, 2017 12:30pm โดย : King Kong

    สืบเนื่องจากการลาออกของ “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีมคนสวยหลังหมดภารกิจล่าเหรียญทองซีเกมส์ ที่มาเลเซีย อนาคตของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ จึงเต็มไปด้วยคำถามว่าจะเอาไงต่อไป

    คู่นี้ทำงานด้วยกันมานานเกือบ 2 ปี เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี และความสำเร็จในการป้องกันแชมป์ซีเกมส์ก็ต้องยอมรับว่า "มาดามเดียร์" มีบทบาทไม่น้อยไปกว่า "โค้ชโย่ง"

    โค้ชโย่งก็ดูแลรับผิดชอบเกมในสนามไป เรื่องข้างสนาม รวมถึงนอกสนามความเป็นอยู่ของนักเตะก็มีมาดามเดียร์คอยดูแล ถือว่าสอดประสานกันได้เป็นอย่างดี
 
    การลาออกหลังเสร็จภารกิจเป็นเรื่องถูกต้อง แต่ทีมชุดนี้กำลังมีศึกใหญ่อีกรายการคือ ชิงแชมป์เอเชียรออยู่ในต้นปีหน้า และตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน จึงส่งผลกระทบต่อทีมชุดนี้ไม่น้อย

    คำถามต่อจากนี้ไม่มีใครโฟกัสว่าจะมีผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาหรือไม่ แต่ "โค้ชโย่ง" ต่างหากที่จะได้คุมต่อหรือเปล่า

    โครงสร้างของฟุตบอลไทยตามที่สมาคมอยากให้เป็นคือ ทีมชุดเยาวชนจะมี "เอคโคโน่" บริษัทจากสเปนเข้ามาดูและ วางระบบ และฝึกสอน เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันก่อนขึ้นสู่ชุดใหญ่ ของ มิโลวาน ราเยวัช

    ถ้าไม่นับทีม ยู-23 แล้ว ชุดเยาวชนไล่ลงไปล้วนเป็นคนของเอคโคโน่บริหารจัดการ

    ทีมชุดยู-23 เลยเหมือน "ไม่เข้าพวก" เป็น "ติ่ง" อยู่ทีมเดียว เพราะเป็นโค้ชคนไทยคุม แถมมีผู้จัดการทีมคนสวยคอยดูแลอีกแรง

    การลาออกของ "มาดามเดียร์" จึงเหมือนส่งสัญญาณกลายๆ ว่า ตำแหน่งของโค้ชคนไทยในรุ่นนี้กำลังมี เอคโคโน่ คืบคลานเข้ามา

    ในมุมของ โค้ชโย่ง เขาเคยพูดหลายรอบแล้วว่าอยากทำงานต่อเพราะเป็นเกียรติประวัติส่วนตัวที่สร้างประสบการณ์ในสายอาชีพนี้ได้อย่างดี และการเป็นโค้ชทีมชาติไทยต่อให้ยังไม่ใช่ชุดใหญ่ก็สามารถเอาไปต่อยอดในอนาคตได้อีกมาก

    แต่จนถึงตอนนี้ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็ยังไม่ออกมาฟันธงเด็ดขาดว่ายังจะให้กุนซือร่างใหญ่ทำต่อหรือไม่เพราะมาดามเดียร์ก็ลาออกหลายวันแล้ว

    ยิ่งปล่อยให้เวลาเนิ่นนานก็ยิ่งไม่เป็นผลดี เพราะสถานการณ์จะอึมครึมไปกันใหญ่

    ประเมินจากสถานการณ์ "บิ๊กอ๊อด" ที่เคยพูดมาตลอดว่าหนุนหลัง "โค้ชโย่ง" ก็อาจชี้เปรี้ยงอนาคตตรงนี้ไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะยังเกรงใจ "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคของสมาคม

    เมื่อถูกนักข่าวถาม ประมุขใหญ่บอลไทยก็มักโยนให้ "เฮงซัง" เป็นคนตอบ พร้อมย้ำว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับประธานเทคนิค

    คือถ้าให้ โค้ชเฮง ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว แน่นอนว่าเขาอุ้มโค้ชโย่งให้ไปต่ออยู่แล้ว เพราะเหมือนเป็นเด็กในคาถาที่ทำงานด้วยกันมานานตั้งแต่ถูกดึงไปเป็นสตาฟฟ์โค้ชของชลบุรี

    แต่อีกมุม โค้ชเฮง ก็เหมือนรู้ว่า มีใครไม่เห็นด้วยแน่หากจะให้โค้ชโย่งทำต่อ และเมื่อมองระบบโครงสร้างที่สมาคมอยากให้เป็น การยังอยู่ในตำแหน่งของโค้ชโย่ง หรือแม้แต่คนไทยคนใดก็ตาม จึงเหมือนต้องต้านแรงลมเยอะเหมือนกัน

    ถ้าสุดท้ายไม่อยู่จริงๆ เช่นเดียวกับไม่มีระบบผู้จัดการทีมคอยดูแลเรื่องจิปาถะให้กับนักเตะก็อดเป็นห่วงไม่ได้

    เพราะถ้าจะให้ระดับสากล ทุกอย่างต้องต่างชาติหมด ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เรายังเป็นแบบไทยๆ โดยเฉพาะการทำงานที่ขาดการวางแผนที่ดี ติดความคิดแบบไทยๆ ที่มีมานาน ล้างยังไงก็ไม่ออก

    และถ้าสมาคมไม่ปั้น "คนไทย" ให้โอกาสคุมสักชุด หรือทำหน้าที่สตาฟฟ์โค้ชเคียงข้างโค้ชนอก เป็นมือขวาคอยเรียนรู้งาน ในอนาคตก็จะไม่มีตัวเลือกหากเปลี่ยนใจย้อนกลับมาเลือกคนไทยคุมทีมอีกครั้ง

    กลายเป็นว่าทุกคนต้องไปสร้างชื่อในระดับสโมสรแทนซึ่งดูจากไทยลีกตอนนี้ เกินครึ่งก็เป็นโค้ชต่างชาติ โค้ชคนไทยหากภูมิคุ้มกันไม่แกร่งจริง คุมทีมในไทยลีกลำบากมาก
    การโละออกไปทำได้ง่ายอยู่แล้ว แต่การสร้างใหม่คงไม่ง่ายเหมือนดีดนิ้วสั่งการ สมาคมต้องคิดให้ดีในเรื่องนี้

    แต่ก่อนอื่นควรออกมาพูดให้ชัดเจนว่าจะเอายังไง ไม่ใช่ปล่อยให้ โค้ชโย่ง อยู่เหมือนไร้ตัวตน ทั้งที่ควรได้วางแผนสำหรับการลุยศึกเอเชียในต้นปีหน้าได้แล้ว

    สุดท้ายก็ไม่พ้นกรอบ "แบบไทยๆ" ออกลูกกั๊ก ไม่เด็ดขาดเหมือนเดิม

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น