ข่าว ข่าวฟุตบอล
มุมมองจาก’เฮงซัง’

มุมมองจาก’เฮงซัง’

อัพเดตเมื่อ : September 20, 2017 6:18pm โดย : King Kong

    ใครที่ได้ดูคลิปการพูดคุยกันระหว่าง "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล กับ "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ที่แพร่หลายในโลกโซเชียล คงรู้สึกได้ว่าคู่นี้เหมือน "พ่อ" คุยกับ "ลูก" มากกว่า โค้ชกับนักฟุตบอล

    ในคลิปดังกล่าว ประธานเทคนิคของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศบอกว่าเดี๋ยวจะมีผู้บริหารของสโมสรโออิตะ (ทรินิตะ) ในลีก เจทู ของญี่ปุ่นเดินทางมาไทยเพื่อพูดคุยถึงการดึง "เจ้ายิม" ไปเล่นที่ญี่ปุ่น

    โค้ชเฮง ที่พูดแทนตัวเองว่า "อาจารย์" ก็บอกศิกษ์รักว่า โออิตะ ทีมทีมที่ดี และถ้าดึงไปจริงก็ควรมีค่าตัวมากกว่า "เจ้าย้า" สิทธิโชค ภาโส อีกหนึ่งแข้งไทยที่ไปพิสูจน์ตัวเองในลีกญี่ปุ่นโดยอยู่ในระดับ เจทรี กับทีมคาโงชิมา ยูไนเต็ด ในสัญญายืมตัว 1 ปี

    แต่ในความสำคัญของการพูดคุยอยู่ที่ "เฮงซัง" พยายามกระตุ้นให้ วรชิต ยกระดับการเล่นของตัวเองให้ดีขึ้นกว่านี้เพราะที่ผ่านมายังไม่น่าประทับใจนัก

    คนที่ตามฟุตบอลไทยมาพอสมควรรู้อยู่แล้วว่า "เจ้ายิม" ได้รับการยกย่องมาตั้งแต่อายุยังน้อย และเด่นสุดๆ ในศึกยู-18 ชิงแชมป์เอเชีย ที่เล่นร่วมตัวหลักชุดนั้นอย่าง สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ และ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์

    แถมเป็นเด็กปั้นของชลบุรีโดยตรง ผ่านการฟูมฟักดูแลโดย "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเด็กหนุ่มจากเชียงใหม่โด่งดังเหนือกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

    และด้วยความสำเร็จของ "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำให้นักเตะไทยเริ่มได้รับความสนใจจากทีมในญี่ปุ่นมากขึ้น ชื่อชอง "เจ้ายิม" จึงอยู่ในข่ายที่อาจได้ค้าแข้งในเจลีก เช่นเดียวกับ "อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน ที่ เซเรโซ โอซาก้า ให้ความสนใจอย่างจริงจังในตอนนี้

    ในอดีต "ยิม" เคยไปฝึกฝีเท้ากับ วิสเซล โกเบ รวมถึงได้โอกาสทดสอบฝีเท้ากับ เอฟซี โตเกียว มาแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้เซ็นสัญญา ทว่าชื่อของเจ้าตัวก็อยู่ในลิสต์ที่ทีมเจลีกเฝ้าจับตามองพัฒนาการอยู่ตลอด

    จนกระทั่งล่าสุดที่ โค้ชเฮง ออกมาเปิดเผย และบอกลูกนอกไส้คนนี้ว่าต้องรู้จักเล่นบอลให้เป็น มีเป้าหมาย เพราะถ้าโอกาสมาถึงจะได้คว้าเอาไว้ได้

    แต่สิ่งที่ โค้ชเฮง อยากให้ปรับปรุงคือ ต้องเรียกบอลให้มากขึ้น โดยยกตัวอย่างว่าสมัยตัวเองเล่นยังได้บอลถึง 160 ครั้ง นั่นเพราะมีเป้าหมายชัดเจน ต้องได้เล่น ต้องยิงประตู

    ตรงนี้คือสิ่งที่ ยิม ยังไม่เข้าใจ และแย้งตามประสาวัยรุ่นไปว่ากลัวเสียตำแหน่ง ก่อนจะโดนอาจารย์เอ็ดกลับมาว่า ไม่เกี่ยวกันเลย

    หลายๆ ประโยคเห็นได้ชัดว่า โค้ชเฮง รู้จักเจ้ายิมไม่น้อยไปกว่าใคร และรู้ว่าเด็กคนนี้มีดีอย่างไรเพราะดูแลกันมาตั้งแต่อายุน้อยๆ ฝึกสอน และบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต้องรู้ให้หมด

    แต่กระนั้นก็ยังมีอีกหลายอย่างที่แข้งวัย 20 ปีต้องเรียนรู้

    "ยิม" ผ่านเวทีใหญ่อย่างศึกยู-23 ชิงแชมป์เอเชียเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อเดือนเพิ่งช่วยให้ทีมซีเกมส์คว้าเหรียญทองมาครองในการแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย

    แต่ในระดับสโมสร เขายังไม่สามารถยึดตัวจริงในทัพฉลามชลได้ ต้องเข้าๆ ออกๆ ระหว่าง 11 ตัวแรกกับสำรองข้างสนามซึ่งนี่คือสิ่งที่ต้องพยายามต่อไป

    โค้ชเฮง คลุกคลีกับฟุตบอลมาชั่วชีวิต และดูแลเด็กมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคน หากจะเลือกสักคนไปเล่นในลีกที่มาตรฐานดีกว่าก็ต้องให้แน่ใจว่าไปแล้วทำได้ดี

    ถ้าจะเอาแค่ "ได้ไป" คงไม่ใช่ปัญหาเพราะ โค้ชเฮง ค่อนข้างมีสายป่านพอสมควรในญี่ปุ่น ได้รับการยอมรับทั้งในฐานะนักเตะและโค้ชฟุตบอล รู้จักคนใหญ่คนโตในเจลีกพอสมควร

    แต่นั่นไม่ใช่จุดที่ว่าจะสามารถส่งใครก็ได้ไปเล่นที่ญี่ปุ่น เพราะหากไม่ดีจริงก็ต้องซบซานกลับมา

     ประโยคนึงที่ห้วนๆ แต่สื่อได้ตรงถึงใจ ไม่ต้องแปลความหมายคือ "หากยังเล่นเขะขะแบบนี้ อย่าไป ไปแล้วเสียชื่อ"

    มันเป็นแบบนี้จริงๆ เพราะถ้าแค่ไปเพื่อเป็นข่าว ไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น