ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
อนาคตต่อไปของ 'ซิโก้'

อนาคตต่อไปของ 'ซิโก้'

อัพเดตเมื่อ : September 27, 2017 12:27pm โดย : King Kong

    สุดท้ายการท่าเรือ กับ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ไปด้วยกันไม่รอด มีช่วงเวลาร่วมงานอันน้อยนิดเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น

    ซิโก้ ทำตามที่เคยลั่นวาจาเอาไว้ก่อนเกมกับชลบุรี เอฟซี ว่าถ้าหากไม่ชนะก็จะขอลาออกจากตำแหน่งซึ่งเมื่อผลการแข่งขันออกมาเป็นฉลามชลบุกขย้ำ 3-1 การท่าเรือก็ถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงกุนซืออีกครั้ง

    ผลงานของอดีตกุนซือทีมชาติไทยกับสิงห์เจ้าท่าคือ คุมทีมในลีก 10 นัด เก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียว และ 7 นัดหลังสุดไม่ชนะใครเลย

    เป็นผลงานที่แตกต่างอย่างยิ่งกับการคุมทีมชาติไทยจนสร้างกระแสให้แฟนบอลหลายคนกลับมาเชียร์ทัพช้างศึกอีกครั้ง

    สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังการอำลาตำแหน่งกุนซือการท่าเรือคือ การทำงานในระดับสโมสรของ ซิโก้ ยังคงไม่ประสบความสำเร็จ ต่างจากการคุมทีมชาติที่มีหลายแชมป์ติดมือ

    ก่อนหน้านี้ อดีตหัวหอกทีมชาติไทยเคยคุมทั้ง ฮอง อันห์ ยาลาย ในเวียดนาม, จุฬาฯ-สินธนา, บีบีซียู, ชลบุรี เอฟซี และ บางกอก เอฟซี แต่ก็ไม่ "ปัง" เท่าที่ควร
 
    เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่ ซิโก้ เท่านั้น กุนซือชื่อดังทั่วโลกก็เป็นกันหลายคน ไม่ว่าจะเป็น มิโลวาน ราเยวัช เองที่แทบไม่เคยได้แชมป์ในระดับสโมสร แต่เคยพาทีมชาติกานาเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก

    หรืออย่าง เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ที่ทำเยอรมันได้ดีเยี่ยม แต่ไปได้ไม่กี่น้ำกับการคุมระดับสโมสร

    หากดูจากตรงนี้ก็ถือว่าความล้มเหลวในระดับสโมสรของ ซิโก้ ไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการฟุตบอล เพราะปัจจัยหลายอย่างในการคุมทีมสโมสรกับทีมชาติต่างกัน และโค้ชแต่ละคนก็มีความถนัดไม่เหมือนกัน

    สิ่งที่น่าสนใจต่อจากนี้คือ อนาคตของ โค้ชซิโก้ จะไปในทิศทางใด

    ข่าวลือกับทีมชาติเวียดนามมีมาหนาหูตลอดหลายช่วงเพราะความที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีทั้งตอนที่ซิโก้ค้าแข้งและทำหน้าที่คุมทีม ฮอง อันห์ ยาลาย

    กระแสข่าวหนักหน่วงมากขึ้นในช่วงเวลาที่ ซิโก้ เดินทางไปร่วมงานประชุมของเอเอฟเอฟที่บาหลี, อินโดนีเซีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจนทำให้หลายฝ่ายกะเก็งกันว่าต้องไปคุยเรื่องการคุมทัพดาวแดงอย่างแน่นอน

    อย่างไรก็ตาม อดีตกุนซือทีมชาติก็ออกมาปฏิเสธด้วยตัวเองว่า แค่ไปร่วมงานและมีชื่อรับรางวัลกุนซือยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนเท่านั้น (และก็ได้รางวัลดังกล่าว) ไม่ได้ไปถกเรื่องคุมทีมชาติเวียดนามแต่อย่างใด

    แต่แน่นอนว่าทางเวียดนามโดยเฉพาะสื่อมวลชน และแฟนบอลค่อนข้างสนิทและรู้จักกับซิโก้ก็ต่างเชียร์ให้อดีตกุนซือของไทยไปรับงานคุมเวียดนาม

    ซิโก้ บอกเองว่ามีการพูดคุยทักทายกันทั่วไปกับคนในวงการฟุตบอลทั่วอาเซียน และใจจริงต้องการอบรมโปรไลเซนส์กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้จบในช่วงปลายปีนี้เสียก่อน

    ตามกำหนดการจบหลักสูตรคือในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่สมาคมฟุตบอลเวียดนามเผยว่ารายชื่อตัวเลือกโค้ชคนใหม่ยังไม่ได้สรุปจนกว่าจะถึงเดือนตุลาคม นั่นทำให้ ซิโก้ ยังไม่ได้คุณสมบัติตรงตามที่ส.บอลลูกหนังเวียดนามต้องการ

    ดังนั้นจึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ข่าวไปคุมทีมชาติเวียดนามยังไม่ใช่ในปีนี้  แต่ในอนาคตเป็นไปได้หมด

    ก่อนหน้านี้ ซิโก้ เคยพูดเสมอมาไม่อยากคุมทีมชาติอื่นแล้วมาเจอทีมชาติไทยเพราะคงทำใจลำบาก แต่ท่าทีล่าสุดเห็นชัดว่าเจ้าตัวพร้อมเปิดรับข้อเสนอในต่างแดนทั้งระดับทีมชาติและสโมสร

    อดีตแม่ทัพช้างศึกเปรียบเทียบว่า โค้ชฟุตบอลก็เหมือนนักฟุตบอลที่เป็นสินค้าอีกอย่าง ถ้ามีคุณภาพที่ดีก็ได้โอกาสไปค้าแข้งหรือคุมทีมในต่างแดน เป็นของส่งออกชั้นดีที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย

    นั่นหมายความว่า ซิโก้ พร้อมเปิดรับข้อเสนอ และย้ำด้วยว่าการเรียนโค้ชหรือเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ในการคุมทีมก็เพื่อโอกาสเติบโตในเส้นทางสายนี้ คงไม่ไปเสียเวลาอบรมนู้นนี่แล้วกลับมานั่งอยู่ที่บ้านเฉยๆ แน่นอน

    แต่ก่อนอื่นใด เป็นเรื่องถูกต้องที่เจ้าตัวตั้งใจผ่านการอมรบ AFC Pro-Diploma Coaching คอร์ส 4 กับส.บอลไทยในปลายปีนี้ให้ได้ก่อน

    การเริ่มกลับมาทำงานคุมทีมอีกครั้งก็ควรเป็นต้นปีหน้าไปเลยซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะไม่ว่าจะเป็นระดับชาติที่หลายทัวร์นาเมนต์เริ่มนับหนึ่งกันใหม่ หรือสโมสรที่เป็นช่วงปิดฤดูกาลของลีกส่วนใหญ่ในเอเชีย ได้จัดการทีมในช่วงปรี-ซีซั่นอย่างเต็มที่ และพาทีมลุยฤดูกาลใหม่ตั้งแต่นัดแรก

    อบรมโปรไลเซนส์ให้จบ และใช้เวลาฉลองปีใหม่กับครอบครัวอย่างเต็มที่ ต้นปีหน้าค่อยตัดสินใจอีกที

    ทีนี้ก็เลือกแค่ว่า จะข้อพิสูจน์ตัวเองในระดับสโมสร หรือ เลือกของถนัดอย่างทีมชาติ

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น