ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : สิ่งที่แตกต่างของสองทีมแมนเชสเตอร์

คุยกันหลังเกม : สิ่งที่แตกต่างของสองทีมแมนเชสเตอร์

อัพเดตเมื่อ : October 01, 2017 1:59am โดย : เค.เค.

     คำว่าร้อนแรงยังน้อยไปสำหรับ 2 มหากาฬแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ทั้ง ยูไนเต็ด และ ซิตี้

     เป็นตัวเต็งกันมาตั้งแต่ต้นฤดูกาลอยู่แล้วสำหรับ "ปีศาจแดง" และ "เรือใบสีฟ้า" ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรหากดูกันที่ชื่อชั้นของตัวผู้เล่นและมันสมองของผู้จัดการทีม



     โชเซ่ มูรินโญ่ มักจะมีปีที่พิเศษในฤดูกาลที่ 2 ของเขากับทีมที่รั้งบังเหียนมันเลยอาจจะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในครั้งนี้ของเหล่าอสูรแดง

     เป๊ป กวาดิโอล่า เพิ่งจะร้างแชมป์เป็นครั้งแรกในชีวิตของอาชีพกุนซือเมื่อฤดูกาลที่แล้วมันเลยอาจจะทำให้เป็นแรงกระตุ้นสำคัญในปีนี้ของเขาและบรรดานักเตะซิตี้เซนส์

     ทั้งสองทีมลงเล่นไปแล้ว 7 นัดชนะ 6 เสมอ 1 มีแต้มเท่ากันโดยแตกต่างกันแค่ประตูได้เสียเท่านั้นซึ่งในตอนนี้ ซิตี้ ห่างจาก ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1 ลูก



     ศักยภาพในแนวรุกของทั้งสองทีมถือว่าสะเด็ดสะเด่าและเร้าใจ คู่ควรแก่การรับชมมากๆนะครับ

    "ปีศาจแดง" บรรเลงเพลงแข้งถลุงใส่ คริสตัล พาเลซ ไปไม่ยั้ง 4-0 และพวกเขาก็สามารถเก็บชัยชนะด้วยสกอร์นี้ไปแล้ว 4 นัดในฤดูกาลนี้ส่วน "เรือใบสีฟ้า" ไม่เน้นสกอร์ซ้ำแต่เน้นยิงไม่ยั้งหากมีโอกาสซึ่งก็เป็นสไตล์ของ เป๊ป กวาดิโอล่า อยู่แล้ว

     แน่นอนในตอนนี้ให้พูดว่าใครจะมาหยุดสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์นั้นก็พูดได้แต่สิ่งที่แตกต่างในตอนนี้ของ ยูไนเต็ด และ ซิตี้ นั้นมีอยู่



     นั่นก็คือ "เรือใบสีฟ้า" พิสูจน์ตัวเองกับทีมในระดับ 'บิ๊ก 6' ไปแล้ว 2 นัดด้วยผลงานชนะ ลิเวอร์พูล 5-0 และล่าสุดก็เบียดเอาชนะ เชลซี ไปเน้นๆ 1-0

     ต่างจาก "ปีศาจแดง" ครับที่พวกเขายังไม่เจอทีมที่พูดได้เต็มปากว่า 'อยู่ในระดับเดียวกัน' เลยแม้แต่นัดเดียวซึ่งจุดนี้ก็น่าสนใจเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ?!

     น่าสนใจครับ น่าสนใจมากๆว่าผลงานจะออกมาเป็นยังไง และสิ่งที่ตามมาจะเป็นแบบไหน



     เพราะถ้าหากยังจำกันได้หนึ่งในเหตุผลที่ ซิตี้ สะดุดหน้าคว่ำนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะว่าพวกเขาพลาดท่าแพ้ต่อ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-0 ทั้งๆที่ก่อนหน้าคว้าชัยชนะใน พรีเมียร์ลีก มาได้ 6 นัดติดต่อกัน

     ครับ พอเสียศูนย์กับทีมระดับเดียวกันจากนั้นพวกเขาก็เป๋และผลงานการเจอกับ 'บิ๊ก 6' ในฤดูกาลที่แล้วของ ซิตี้ ก็กลายเป็นโดนเก็บแต้มเรียบเหมือนกัน

     ภายหลังจากแพ้ต่อ สเปอร์ พวกเขาก็แพ้ให้ เชลซี กับ ลิเวอร์พูล ต่อทันที



     มันเลยทำให้อยากรู้เหมือนกันว่า ยูไนเต็ด ในปีนี้จะมีทิศทางไปแบบไหนและพวกเขาจะสามารถรับมือกับทีมระดับ 'บิ๊ก 6' ยังไงเมื่อมีโอกาสได้เผชิญหน้ากันใน พรีเมียร์ลีก

     และมันก็เป็นออะไรที่เหมาะเหม็งมากๆซะด้วยครับเพราะหลังจากเบรคทีมชาติปุ๊ป "ปีศาจแดง" มีคิวจะบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในวันที่ 14 ตุลาคมพอดิบพอดี

     อีกทั้ง "หงส์แดง" เองตอนนี้ก็ 3 วันดี 4 วันไข้ นึกอยากจะดีก็ดี นึกอยากจะตันก็ตัน เล่นกันแล้วแต่อารมณ์ตามใจฉันเหลือเกิน



     แต่การมาเจอกับอริตลอดกาลในช่วงเวลาแบบนี้ ช่วงเวลาที่หากว่าพวกเขาสามารถเตะขัดขาได้ก็ไม่รู้ว่าจะเป๋ยาวเลยหรือไม่ มันเลยกลายเป็นเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดเกมหนึ่งเหมือนกัน

     จากแต่เดิมแน่นอนครับว่า "ศึกแดงเดือด" มันน่าสนใจอยู่แล้ว แต่คราวนี้กับเส้นทางของ "ปีศาจแดง" ที่กำลังเร่าร้อนนั้นมันเลยทำให้น่ารักน่าลุ้นมากกว่าเดิม

เค.เค.
pic : zimbio

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น