ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
"สกู๊ปบอลไทย เกียรติยศที่คู่ควร"

"สกู๊ปบอลไทย เกียรติยศที่คู่ควร"

อัพเดตเมื่อ : October 04, 2017 1:09pm โดย : King Kong

    ต้องขอชื่นชมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่เรียกตัว "โก้" ดัสกร ทองเหลา มิดฟิลด์จอมเก๋ากลับมาติดทีมชาติอีกรอบในรอบ 3 ปี เพื่อโอกาสในการลงเล่นนัดที่ 100  

    ทีมชาติไทยมีคิวลงอุ่นเกมกระชับมิตรในช่วงฟีฟ่าเดย์ 2 นัด คือเจอกับเมียนมา ในวันที่ 5 ตุลาคม ซึ่งเป็นเกมที่ทัพช้างศึกเดินทางไปเยือน อีกนัดกลับมาเล่นในบ้านพบกับเคนยา ในวันที่ 8 ตุลาคม

    "โก้" ไม่ได้เดินทางไปที่เมียนมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม เพราะอยากเตรียมร่างกายไว้เต็มที่สำหรับเกมนัดที่ 100 ซึ่งถือว่าเป็นเกมประวัติศาสตร์สำหรับเจ้าตัวอย่างแท้จริงเพราะมีนักฟุตบอลไม่กี่คนทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ได้รับใช้ชาติผ่านหลักร้อยแบบนี้

    สำหรับแฟนบอลรุ่นใหม่ที่อาจเพิ่งตามเชียร์ในยุค "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ช่วง 2-3 ปีหลัง อาจไม่รู้สึก "อิน" กับการคัมแบ็กทีมชาติอีกรอบของกองกลางจอมเก๋าจากโปลิส เทโรฯ

     แต่ขอบอกเลยว่าก่อนถึงยุค "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกศารัตน์ หรือหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ อย่าง ชาริล ชัปปุยส์

    คนที่เป็น "รอยต่อ" มาจากยุคดรีมทีมที่มียอดนักเตะอย่าง ตะวัน (ธชตะวัน) ศรีปาน, สุรชัย จตุรภัทรพงษ์, ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล รวมถึง เทิดศักดิ์ ใจมั่น ก็คือ ดัสกร ทองเหลา นี่แหละ

    "โก้" จัดเป็นนักเตะไทยที่พรสวรรค์สูงมากคนหนึ่ง และแจ้งเกิดได้ตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถเล่นร่วมกับรุ่นพี่ได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ

    เด็กหนุ่มจากหนองบัวลำภูเมื่อสิบกว่าปีก่อน ได้โอกาสสำคัญจากบีอีซี เทโรฯ และก็ไม่ทำให้ต้นสังกัดผิดหวัง เกือบพาทีมได้แชมป์เอเชียในปี 2003

    ในวัยไม่ถึง 20 ปี ดัสกร กลายเป็นตัวหลักของทีมชาติไทยชุดที่เข้าถึงรอบสุดท้ายของรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2002 โซนเอเชีย ปะทะแข้งกับทีมชั้นนำของทวีปอย่างเต็มความสามารถ แม้ไม่สามารถคว้าตั๋วรอบสุดท้ายได้ แต่แฟนบอลไทยก็ต่างประทับใจในผลงานของดาวรุ่งที่ตอนนั้นได้ฉายาว่า "เด็กระเบิด" เพราะเก่งเกินวัย

    ฝีเท้าของ ดัสกร หาตัวจับยากมากในยุคแรกๆ ที่ก้าวขึ้นมาเล่นอาชีพ เป็นนักเตะที่ทักษะเหลือล้น นิ่งเกินอายุ ยิงไกลดี และมันสมองในการสร้างสรรค์เกมราวกับนักเตะรุ่นเก๋า
    แต่ในอีกมุม ดัสกร ทองเหลา คือนักเตะที่อารมณ์ร้อน เล่นแรง มีลูกติดดาบให้เห็นบ่อยจนได้ใบเหลือง-ใบแดงเป็นเรื่องปกติ
    พอมาถึงยุค ซิโก้ ที่เน้นความเป็นระเบียบวินัย และการควบคุมอารมณ์ ชื่อของ ดัสกร ทองเหลา ยิ่งหายไปแบบแทบไม่มีใครถามหาทั้งที่ก่อนหน้านี้คือนักเตะที่แดนกลางของไทยขาดไม่ได้เลย
    แต่ไม่ว่าภาพลักษณ์ของ ดัสกร ทองเหลา เป็นอย่างไรในสายตาแฟนบอล สิ่งหนึ่งที่ทุกคนยอมรับคือ เขาคือนักเตะที่รับใช้ชาติอย่างเต็มที่มาโดยตลอด และไม่เคยปฏิเสธทีมชาติเลยสักครั้ง
    หลายคนกาชื่อเขาออกจากทีมชาตินานแล้ว แต่เจ้าตัวยังแอบหวังลึกๆ ที่จะได้กลับมาติดธง นั่นทำให้หลายปีที่โดนเมินไม่ได้ทำให้ท้อใจจนถึงขั้นประกาศอำลาทีมชาติ
    และแล้ววันที่ ดัสกร ทองเหลา รอคอยก็มาถึง เขาถูกเรียกเข้าสู่ทีมชาติครั้งแรกนับตั้งแต่จบศึกเอเชียน คัพ รอบคัดเลือก กับเลบานอน เมื่อปี 2014

    ดัสกร ไม่ได้กลับมาเป็นตัวหลักในระยะยาวเพราะอายุอานามย่าง 34 ปีแล้ว แต่การคัมแบ็กหนนี้เป็นสิ่งที่ตอกย้ำสิ่งที่เขาทุ่มเทให้กับทีมชาติมานานหลายปี และคู่ควรกับเกียรติประวัติการได้เล่นทีมชาติครบ 100 นัด

    เป็นตัวเลขที่สวยงาม และเหมาะสมหากเจ้าตัวจะใช้โอกาสนี้ ประกาศอำลาทีมชาติอย่างสมเกียรติซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าตัวสมควรได้รับ

    เกมในวันที่ 8 ตุลาคมนี้จึงสำคัญมากๆ สำหรับ ดัสกร ทองเหลา และเป็นอีกวันประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไทย

    ดัสกร จะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่รุ่นน้องได้เข้าใจมากขึ้นว่า การรับใช้ชาติมีความหมายและสำคัญมากเพียงใด เป็น "เกียรติ" อันสูงสุดต่อทั้งตัวเองและครอบครัว
 
    ขอปรบมือให้ ดัสกร ทองเหลา จากใจจริง

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น