ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : ความเก๋าของ โอนีล ที่ทำให้ เวลส์ เจ็บช้ำ

คุยกันหลังเกม : ความเก๋าของ โอนีล ที่ทำให้ เวลส์ เจ็บช้ำ

อัพเดตเมื่อ : October 10, 2017 4:01am โดย : เค.เค.

     สุดท้ายก็ต้องน้ำตาตกไปแบบน่าเหลือเชื่อสำหรับพลพรรค "มังกรแดง" ทีมชาติเวลส์ ที่พลาดโอกาสตีตั๋วเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซีย

     ความพ่ายแพ้ในบ้านต่อ "ยักษ์เขียว" ไอร์แลนด์ เป็นสิ่งที่ค่อนข้างประหลาดใจเล็กๆสำหรับความคิดของผม



     แต่ก็ไม่เชิงแปลกใจซักทีเดียวเพราะ เวลส์ ขาดกำลังหลักอย่าง แกเร็ธ เบล อีกทั้งกุนซือของ ไอร์แลนด์ มีชื่อว่า มาร์ติน โอนีล แถมผู้ช่วยอย่าง รอย คีน อีกต่างหาก

     เริ่มเกมมาก็ตามคาดกับการที่ "ยักษ์เขียว" ระดมกำลังตั้งรับเต็มพิกัดจนแนวรุกที่ไร้ เบล ของ เวลส์ แทบจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย มันเลยทำให้ครึ่งเวลาหลังพวกเขาต้องเดินหน้าแลกเต็มที่เพื่อ 'โอกาส' ที่ 4 ปีจะมาซักครั้ง

     แต่การเดินหมากของ คริส โคลแมน นายใหญ่ของ เวลส์ จะไปเข้าทางของ โอนีล ซะหมดเมื่อเหล่าขุนพล 'มังกรแดง' ดาหน้าบุกไม่ยั้งทำให้หลังบ้านย่อมมีรอยรั่ว



     การสวนตูมเดียวแล้วได้ประตูนี่คือความเด็ดขาดมากๆของ ไอร์แลนด์ พวกเขาทำสำเร็จในบ้านของ เวลส์ ทีมนี้ ทีมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'ยุคทอง' ของพวกเขา

     มันน่าเสียดายนะครับจากความสำเร็จในศึก ยูโร 2016 ที่สามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้แต่ต้องมาตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกแบบนี้ แถมยังเป็นการตกรอบคาบ้านของตัวเองอีกต่างหาก

     ความเคี่ยวและความเก๋าของ โอนีล คือสิ่งที่ โคลแมน ต้องเรียนรู้และนำไปปรับใช้ต่อไป



     กลับมาพูดถึงคำว่า 'ยุคทอง' ของ เวลส์ เอาจริงๆผมว่า เวลส์ เป็นชาติที่ผู้เล่นมันเหลื่อนล้ำยุคสมัยกันไปซักนิดซักหน่อยอยู่ตลอดจนน่าเสียดาย

     อย่างยุคก่อนๆเลยที่เรารู้จักกันก็คือ มาร์ค ฮิวจ์, เนวิล เซาธ์ฮอลล์ และ เอียน รัช ที่ได้เล่นด้วยกันแต่ก็ไม่ได้บอลโลก

     ถัดมาก็มีทั้ง ไรอัน กิ๊กส์, เคร็ก เบลลามี่, แกรี่ สปีด หรือแม้แต่ ร็อบบี้ ซาเวจ ที่คอลูกหนังยุคปลาย 90 ถึง 2000 น่าจะรู้จักและคุ้นชื่อเป็นอย่างดี

     จนมาถึงตอนนี้ที่มี แกเร็ธ เบล, แอชลีย์ วิลเลียมส์ และ อารอน แรมซีย์ ที่เป็นสตาร์ของทีมแต่ก็พลาดไปแบบน่าเสียดายมากๆ



     เห้ย คุณลองคิดถึงการที่เราจะได้เห็นนักเตะเหล่านี้เกิดในยุคเดียวกันสิครับ เวลส์ จะแข็งแกร่งขนาดไหน ฮิวจ์ คู่ รัช พร้อมมี กิ๊กส์ เล่นกลางขนาบข้างซ้ายด้วย เบล ขวา เบลลามี่ และมี สปีด กับ แรมซีย์ คอยคุมกลาง วิลเลียมส์ เป็นปราการแนวรับและ เซาธ์ฮอลล์ ยืนเฝ้าเสา

     แต่ก็นั่นแหละครับ ได้แค่คิดเท่านั้น

     การเฝ้ารอของแฟนๆ 'มังกรแดง' ที่จะได้เห็นทีมรักของพวกเขาไปโลดแล่นยังคงต้องรอต่อไปซึ่งครั้งสุดท้ายก็ต้องย้อนไปปี 1958 เลยทีเดียว



     เอาตรงๆนะครับด้วยฟอร์มและสภาพทีม รวมถึงข่าวคราวสปิริตต่างๆ ผมเสียดายที่ไม่เห็น เวลส์ ไปเล่นฟุตบอลโลกมากกว่าเสียดายเนเธอร์แลนด์ซะอีก

เค.เค.
pic : Mirror

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น