ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข่าว ข่าวฟุตบอล
"ครึ่งปี" มิโลวาน ราเยวัช

"ครึ่งปี" มิโลวาน ราเยวัช

อัพเดตเมื่อ : October 11, 2017 12:29pm โดย : King Kong

    เวลาผ่านไปเร็ว มิโลวาน ราเยวัช คุมทีมชาติไทยครบ 6 เดือนพอดิบพอดีแล้ว

    กุนซือชาวเซิร์บ ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่คุมทัพ "ช้างศึก" เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แทนตำแหน่งของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่แยกทางกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

    ในเดือนตุลาคม หรือเดือนที่ 6 ในตำแหน่ง ราเยวัช พาทีมเก็บชัยชนะตามเป้าในเกมกระชับมิตร 2 นัด ทั้งบุกชนะ เมียนมา 3-1 และกลับมาเปิดบ้านเชือด เคนยา 1-0 ในเกมที่ ดัสกร ทองเหลา คัมแบ็กลงเล่นให้ทีมชาติไทยเป็นนัดที่ 100

    6 เดือน หรือ "ครึ่งปี" ผ่านไปในยุค ราเยวัช ผลงานของไทยเป็นอย่างไรบ้าง ควรอย่างยิ่งที่ต้องมองย้อนกลับไปดูอีกรอบเพื่อเป็นการ "ประเมิน" อย่างน้อยในฐานะแฟนบอลเราควรสนใจว่า ทัพช้างศึกของเราเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่

    ไล่เรียงตัวเลขให้เห็นภาพชัดกันก่อน จากนัดแรกในเกมกระชับมิตรกับอุซเบกิสถาน จนถึงนัดล่าสุดกับเคนยา ราเยวัช คุมทีมชาติไทยรวม 8 เกม แบ่งเป็น ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 3 เกม, ชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ 2 เกม และ กระชับมิตร 3 เกม

    ผลงานคือ ชนะ 3 เกม เสมอ 2 เกม และแพ้ 3 เกม ยิงได้ 10 ประตู เสีย 8 ประตู

    ถ้าดูแค่สถิติคงต้องบอกว่าไม่น่าพอใจ แต่เจาะลงไปในแต่ละเกมจะพบว่า เกมที่แพ้ถือว่าไม่ได้แพ้แบบน่าเกลียด ทั้งพ่ายอุซเบกิสถาน 0-2 ในเกมกระชับมิตร แพ้ อิรัก กับ ออสเตรเลีย สกอร์เดียวกัน 1-2 ในเกมคัดบอลโลก

    นัดกับออสเตรเลีย รูปเกมอาจเป็นรองสุดกู่และโดนทัพออสซี่ดาหน้ายิงเกือบห้าสิบครึ่ง แต่วันนั้น เกมรับของไทยก็สวมหัวใจสู้อย่างสุดชีวิต เล่นเต็มศักยภาพตัวเอง และทำให้ทัพจิงโจ้ลิ้นห้อยอยู่นานเหมือนกัน

    หรืออย่างในเกมที่ชนะเคนยาก็เป็นครั้งแรกที่ไทยเราชนะทีมแรงกิ้งต่ำกว่า 100 ในรอบ 4 ปี หรือนับตั้งแต่วันที่บุกชนะทีมชาติจีน 5-1

    อันนี้คือสถิติต่างๆ ที่เห็นกันง่าย แต่หากประเมินจากการเฝ้าดูและติดตามมาต่อเนื่อง จุดที่ มิโลวาน ราเยวัช ทำได้ดีมีพอสมควรเลยทีเดียว

    อย่างแรกที่ต้องพูดถึงคือ การให้โอกาสหน้าใหม่หลายคนที่ผลงานดี คือวัดกันที่ฟอร์มการเล่นเป็นหลัก ไม่สนว่ามีโปรไฟล์หรูเลิศหรือเป็นแข้งดังหรือไม่

    นั่นทำให้เราได้เห็นหลายคนแจ้งเกิดในยุค ราเยวัช โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์ พรรษา เหมวิบูลย์ กับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ที่เล่นเหมือนเคยมีประสบการณ์ในทีมชาติหลายปี

    ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เป็นอีกคนที่กลับมาสร้างชื่อในทีมชาติได้อีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ดูจะเป็นนักเตะ "จับฉ่าย" หาจุดเด่นไม่เจอ และไม่รู้ว่าตำแหน่งไหนคือตำแหน่งที่ดีที่สุดของตัวเอง

    แต่พอ ราเยวัช จับให้วิ่งพล่านตรงกลางก็ลงล็อกทันที เป็นแนวผึ้งงานใช้ความขยันช่วยทีมทั้งรุกและรับ ทดแทนช่วงที่ขาดทั้ง สารัช อยู่เย็น และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ได้เป็นอย่างดี

    เกมรับในยุค ราเยวัช ได้รับคำชมอย่างมากเพราะเล่นได้เหนียวแน่น แข็งแกร่ง และไม่เคยมีนัดใดแพ้ยับเลย เสียมากสุดต่อเกมคือ 2 ประตู และใน 8 เกมที่คุมทีม ไม่เสียประตูในครึ่งแรกถึง 7 เกม

    ครึ่งหลังมีแผ่ว มียุบ แต่เมื่อเทียบกับการทำงานเพียง 6 เดือน ถือว่าเริ่มต้นได้ดีแล้ว ตรงจุดนี้สามารถปรับแก้และพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต

    ถ้าไม่นับคู่เซนเตอร์ที่เป็นหน้าใหม่ กลุ่มผู้เล่นที่เหลือไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ทว่าสิ่งที่ ราเยวัช ใส่เพิ่มเติมเข้าไปคือ แท็กติกการเล่นโดยเฉพาะในเกมเจอคู่แข่งที่เหลือกว่า

    อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติกานา เน้นเกมรับรัดกุม ไม่บุ่มบ่าม ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นไม่ได้ดีไปกว่ายุคของ ซิโก้ ทว่าแผนการเล่นที่ใช้ในแต่ละเกมคือความต่าง
 
    ในเมื่อทักษะไม่ได้ดีกว่าคู่แข่ง อันที่จริงต้องบอกว่าเป็นรองแทบตลอด ก็ต้องเล่นแบบรู้จักตัวเอง รับแน่นไว้ก่อน ค่อยๆ เซตเกมจากแนวรับ อาจไม่ถูกใจคนชอบฟุตบอลเกมรุก แต่สามารถเก็บผลการแข่งขันที่น่าพอใจได้

    ตรงนี้สำคัญเพราะสุดท้าย ฟุตบอลก็วัดกันที่ผลการแข่งขัน

    อาจเร็วไปที่จะสรุปแบบฟันเปรี้ยงว่า "ของจริง" สำหรับ มิโลวาน ราเยวัช แต่หลายอย่างที่ได้เห็นตลอด 6 เดือนของการทำงาน และผลงานจริงในสนาม ทีมชาติไทยเล่นกันได้เป็นระบบมากขึ้น เกมรับแน่น มีรูปมีทรง

    ทีนี้ก็เหลือแค่พละกำลังที่ต้องฟิตให้เต็มสูบตลอด 90 นาที รวมถึงเกมรุกที่ต้องเฉียบขาดมากขึ้น มีจังหวะต้องทำให้ได้

    ถ้าทำได้ก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า "มาถูกทางแล้ว"

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น