ข่าว ข่าวฟุตบอล
หอกไทยในไทยลีก...หายไป

หอกไทยในไทยลีก...หายไป

อัพเดตเมื่อ : November 01, 2017 2:16pm โดย : King Kong

    ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์พลิกล็อกฟ้าถล่มดินทลายใน 3 นัดสุดท้าย ตำแหน่งแชมป์ไทยลีก 2017 จะตกเป็นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน

    ขณะที่โซนตกชั้นเคยเขียนถึงไป 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ว่า ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี กับ ศรีสะเกษ เอฟซี "รอดยาก" ถึงตรงนี้โอกาสตกชั้นยิ่งสูงลิบมากกว่าเดิม เรียกได้ว่ารอแค่ประทับตราอย่างเป็นทางการ

    แต่อีกหนึ่งที่ลุ้นสนุกคือ ตำแหน่งดาวซัลโว ที่คงต้องขีดเส้นคั่นว่าเป็นเรื่องของ "ต่างชาติ" ล้วนๆ เพราะ 10 อันดับแรกบนชาร์จไม่มีดาวยิงสัญชาติไทยติดโผเลย

    เห็นแล้วน่าตกใจไม่น้อยเหมือนกันเพราะนี่คือลีกของไทยแท้ๆ แต่ไม่มีดาวยิงท้องถิ่นคนใดเชิดหน้าชูตาได้เลย

    ยิ่งเจาะลงไปในจำนวนประตูแล้วยิ่งเห็นความแตกต่างเพราะดาวซัลโวสูงสุดของลีก ยิงได้มากกว่าดาวซัลโวสูงสุดของไทยเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว

    ไล่เรียงให้เห็นภาพกันอีกรอบ อันดับดาวซัลโวไทยลีกล่าสุดเป็นดังนี้

    36 ประตู ดราแกน บอสโควิช (แบงค็อก), 31 ประตู แจ็คสัน โคเอลโญ่ (บุรีรัมย์), 25 ประตู เรนัน มาเกวซ (ชลบุรี), 23 ประตู เลอันโดร อัสซัมเซา (เอสซีจี เมืองทอง และ ศรีสะเกษ), 22 ประตู ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต (บุรีรัมย์), 19 ประตู  มาร์เซล เอสซ็อมเบ้ (ราชบุรี) และ เฟลิเป้ อาเซเวโด้ (สิงห์ เชียงราย)

    16 ประตู  มาริโอ ยูรอฟสกี้ (แบงค็อก), 15 ประตู โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ (ราชนาวี), 13 ประตู มิชาแอล เอ็นดรี้ (โปลิศ เทโร), กิลเยร์เม่ เดลลาตอร์เร่, นิโคลัส เบเลส (สุพรรณบุรี), โจซิมาร์ โรดริเกซ (การท่าเรือ) และ...ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง)

    จะเห็นได้ว่าหัวหอกต่างชาติต่างยึดบัลลังก์แทบทั้งหมด มีเพียง ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกทีมชาติไทยจากเอสซีจี เมืองทอง ที่เกาะกลุ่มท้ายๆ จากจำนวน 13 ประตู
    แต่ก็อย่างที่บอก น้อยกว่า ดราแกน บอสโควิช เครื่องจักรสังหารของแข้งเทพถึงเกือบ 3 เท่า เป็นความห่างที่มากทีเดียว

    ย้อนไปในปี 2015 ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ หัวหอกตัวใหม่ของบุรีรัมย์ ในตอนนั้น สร้างความฮือฮากลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงได้เกิน 30 ประตูนับตั้งแต่มีไทยลีกหลังซัดกระจาย 33 ประตู

    ไม่มีใครคิดหรอกว่าแค่เพียง 2 ปีให้หลังจะมีคนที่ยิงได้ถึง 30 ประตูแบบนี้อีก แถมยิงมากกว่าจนกลายเป็นสถิติใหม่อีกต่างหาก เท่านั้นไม่พอยังมีโอกาสบวกเพิ่มอีกด้วยกับ 3 นัดที่เหลือ

    ถือได้ว่าเป็นฤดูกาลที่ บอสโควิช ซึ่งเคยรับใช้ทีมชาติมอนเตเนโกร 1 นัด พีคสุดแล้วในอาชีพค้าแข้ง และอาจทำสถิติถึง 40 ประตูได้เลย

    ในภาพรวมอื่น ดาวยิงสัญชาติบราซิเลียนยังคงเป็นตัวผลิตสกอร์ชั้นดีที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น แจ็คสัน โคเอลโญ่ ของบุรีรัมย์ที่ยิงเกิน 30 ประตูกับฤดูกาลแรกในไทยลีก

    ขณะที่ เรนัน มาเกวซ กับ เลอันโดร อัสซัมเซา ก็ต่างทำผลงานได้ดีขึ้นกว่าหลายปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่แม้ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนปีแรกก็ยังกดได้ถึง 22 ประตู
    หากไม่นับกองหน้าแล้ว มาริโอ ยูรอฟสกี้ จอมทัพแบงค็อกเป็นผู้เล่น "มิดฟิลด์" ที่ยิงได้มากที่สุดเมื่อกระหน่ำไป 16 ประตู ซึ่งใครที่ติดตามผลงานของดาวเตะมาซิโดเนียมาตั้งแต่ยุคที่ย้ายมาเล่นร่วมกับเอสซีจี เมืองทอง เมื่อ 6 ปีก่อนจะไม่แปลกใจเลยเพราะเป็นนักเตะที่ยิงได้คมกริบและยิงแบบ "มันสมอง" อีกต่างหาก

    ส่วนนักเตะไทยที่นอกจาก "มุ้ย" แล้ว สุรชาติ สารีพิม คือคนที่ผลงานดีสุดจากการยิงไป 10 ประตู ซึ่งก็ยังถือว่าธรรมดามาก

    เรื่องนี้สะท้อนได้อย่างหลายอย่าง อันดับแรกคือ ไทยลีกขาดแคลนกองหน้าเพชฌฆาตสังหารประตู และเรื่องนี้ส่งผลกระทบไปถึงทีมชาติด้วยทำให้มีตัวเลือกน้อย
    ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงมีเพียง ธีรศิลป์ แดงดา ที่ช่วยทีมได้ต่อเนื่อง คนอื่นมาแบบขาดๆ หายๆ ไม่สามารถคาดหวังระยะยาวได้เลย

    อีกเรื่องที่สะท้อนคือ เมื่อดาวยิงต่างชาติมีผลงานชัดเจน หลายสโมสรก็เชื่อมั่นมากกว่านักเตะในบ้านเราเอง แถมกองหน้าสัญชาติไทยบางคนก็ค่าตัวแพงแบบโอเวอร์ทั้งที่เงินจำนวนเท่ากันอาจหาดาวยิงชั้นดีจากต่างแดนได้ 2-3 คนด้วยซ้ำ

    เมื่อกองหน้าไทยแพงเกินจริง หลายทีมยิ่งมองหาดาวยิงต่างชาติเป็นหลัก นั่นเท่ากับทำให้แข้งไทยแทบไม่มีที่ยืน ขนาดตัวทีมชาติไทยบางคนยังเป็นเพียงสำรองของหัวหอกต่างชาติในสโมสร

    เรื่องนี้นับเป็นปัญหาน่าห่วงจริงๆ เพราะด้วยความที่การแข่งขันสูง จึงไม่มีใครอดทนรอได้กับการผลิตกองหน้าไทยแท้ๆ ขึ้นมาใช้งาน สู้เอาเงินสักก้อนไปหาดาวยิงต่างชาติมาเลยดีกว่า ตาดีหน่อยก็ได้แบบของดีราคาถูก ปั้นอีกนิดขายต่อได้หลายเท่าอีกด้วย

    หันไปมองลีกหัวแถวของเอเชีย มีทั้งความเหมือนและต่างเมื่อเทียบกับเรา

    15 คนแรกของอันดับดาวซัลโวใน ซูเปอร์ลีกของจีน มีเพียง อู่ เล่ย ดาวยิงทีมชาติจีนคนเดียวที่ติดโผ ตรงนี้พอจะพูดได้เลยว่าเหมือนไทยลีกของเราอย่างมาก

    ลีกแดนมังกรบูมขึ้นมาในช่วงหลัง และก้าวกระโดดไปเร็วกว่าไทยเราเพราะมีเม็ดเงินมหาศาล แต่พวกเขาก็ไม่สามารถผลิตดาวยิงในประเทศให้ "โต" ทันกระแสของลีกได้ และส่งผลโดยตรงต่อทีมชาติที่ตกรอบเดียวกับไทยเราในการคัดบอลโลกหนล่าสุด

    ต่างจากลีกที่เอาจริงเอาจังและมีมาตรฐานมานานทั้ง เจลีก ญี่ปุ่น ที่สโมสรให้ความร่วมมือและเห็นความสำคัญกับการปั้นนักเตะเพื่อทีมชาติเพราะในลิสต์ 5 คนแรก เป็นแข้งซามูไรถึง 4 คน และเป็น 4 คนแรกของชาร์จด้วย

    ส่วนเคลีก เกาหลีใต้ ก็มีหัวหอกชาติตัวเองเบียดอยู่ใน 5 อันดับแรกได้ถึง 2 คน

    มีเงิน มีความตั้งใจจริง แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะสร้างกันได้ง่าย วิกฤตกองหน้าไทยในไทยลีกจึงเป็นตัวสะท้อนอย่างดีว่า ลีกได้รับความนิยมจริง แต่หากไม่ร่วมกันสร้างนักเตะไทย ทีมชาติก็เก็บดอกผลไปใช้ประโยชน์ได้น้อย


ภาพ : แบงค็อก ยูไนเต็ด

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น