ข่าว ข่าวฟุตบอล
ลาก่อน "กูปรี"

ลาก่อน "กูปรี"

อัพเดตเมื่อ : November 15, 2017 5:43pm โดย : King Kong

    ไม่มีอะไรพลิกความคาดหมาย "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี ต้องตกชั้นจากลีกสูงสุดของไทยไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแม้ฤดูกาลนี้ยังไม่ปิดฉากอย่างเป็นทางการ

    ยอดทีมจากแดนอีสานใต้พ่ายคาบ้านต่อ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง 2-5 ในเกมนัดชี้ชะตาซึ่งเป็นเกมสุดท้ายในบ้านทำให้แต้มหยุดอยู่ที่ 23 คะแนนจาก 32 นัด หล่นไปอยู่อันดับ 17 ของตาราง และไม่มีทางปีนกลับมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยได้แน่นอนเพราะตามหลังสุโขทัย 7 คะแนนและเหลืออีก 2 นัดสุดท้าย

    ย้อนไปดูเส้นทางตลอด 6 ปีในลีกสูงสุดของทัพกูปรีอีกครั้ง พวกเขาได้เล่นไทยลีกครั้งแรกในฤดูกาล 2010 โดยจบอันดับ 14 จาก 16 ทีมซึ่งเป็นอันดับต้องตกชั้น ทว่าได้สิทธิ์เพลย์ออฟเพิ่มทีมไทยลีกก่อนเอาชนะอาร์มี่ ยูไนเต็ด และรักษาสถานะบนลีกสูงสุดไว้ได้

    จากนั้นในฤดูกาล 2011 ผลงานของทีมดีขึ้นชัดเจน จบอันดับ 12 จาก 18 ทีม และเก็บได้ถึง 38 คะแนน  

    ฤดูกาลต่อมา ทัพกูปรีเปลี่ยนชื่อเป็น "อีสาน ยูไนเต็ด" ซึ่งฤดูกาลนี้คือฤดูกาลที่ดีที่สุดของทีมเลยเพราะจบถึงอันดับ 6 ของตาราง แฟนบอลมีความสุขสุดๆ กับผลงานของทีม

    แต่ในฤดูกาล 2013 เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ลงเล่นไปเพียง 3 นัด ศาลปกครองฯ ก็มีคำสั่งระงับเกมที่เหลือทั้งหมดเนื่องจากมีการฟ้องร้องเรื่องสิทธิ์การทำทีมกับ อีสาน ยูไนเต็ด

    ท้ายที่สุด ศรีสะเกษ เอฟซี กลับมาอีกครั้งในปี 2014 เนื่องจากไทยลีกมีการเพิ่มทีม และจากนั้นปักหลักจนกระทั่งฤดูกาลล่าสุดโดยได้อันดับ 12, 13, 13 และล่าสุด...ตกชั้น

    วิถีทางของทีมฟุตบอลย่อมมีขึ้นมีลง และกรณีของ ศรีสะเกษ เอฟซี ก็พอจะรู้ชะตากรรมอยู่ก่อนแล้ว แต่ทันทีที่เห็นพวกเขาตกชั้นก็อดใจหายไม่ได้โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงยุคที่ฟุตบอลของจังหวัด "บูม" สุดขีด

    ใน 2-3 ปีแรกที่ขึ้นมาลุยไทยลีก อีกหนึ่งภาพจำของทัพกูปรีคือแฟนบอลที่บ้าคลั่งสุดๆ เกมเหย้าแต่ละนัดการันตีผู้ชมหลัก 3-4 พันคนเป็นอย่างน้อย

    ฟุตบอลของพวกเขาเชียร์มันส์ และได้ใจแฟนบอล จึงไม่แปลกที่ทีมนี้ขยายฐานแฟนบอลได้เกินกว่าจังหวัดของตัวเอง

    แฟนบอลกูปรีคือกลุ่มกองเชียร์ที่หนุนหลังทีมแบบเหนียวแน่นมาตั้งแต่ลีกล่างๆ ผูกพันและตามเชียร์ทีมแบบไม่ต้องให้ใครมากระตุ้นหรือจัดตั้ง ทุกคนมาด้วยใจ และรวมกันเข้าเป็นภาพผู้เล่นคนที่ 12 ที่น่ายกย่อง

    เกมเหย้าทุกเกมที่ศรีนครลำดวนจึงคึกคักและมีสีสันสุดๆ ยิ่งแฟนบอลใส่เสื้อสีส้มแบบพร้อมใจ ยิ่งเกิดภาพอันสวยงาม และเป็นที่อิจฉาของหลายจังหวัดที่แม้มีประชากรมากกว่าแต่ยังรวมพลังกันแบบนี้ไม่ได้

    ทว่าใน 2-3 ปีหลัง ความนิยมของทีมลดลงไปมาก ช่วงที่ฟ้องสิทธิ์กันไปมาจนถูกพักการแข่งขันก็ทำให้หลายคนเริ่มเบื่อหน่ายเพราะทีมขาดความต่อเนื่อง และเมื่อผลงานตกต่ำลงในทุกปี ความนิยมก็ลดลง

    "เจ้าตั๊ก" เอกพันธ์ จันดากรณ์ กองหลังจอมเก๋าที่ถือเป็นลูกหม้อของทีมเป็นอีกคนที่เสียใจสุดๆ กับกราฟชีวิตขาลงของสโมสร

    เขายอมรับว่าปัจจัยสำคัญคือ เกมในบ้านที่ผลงานไม่ดีเหมือนเดิม ทั้งที่เคยเป็นจุดแข็งที่ทีมใดมาเยือนก็ต้องเจองานหนัก ไม่เว้นแม้กระทั่งทีมหัวแถวในกลุ่มลุ้นแชมป์

    เมื่อผลงานเริ่มดร็อปลง แฟนบอลก็เริ่มหายไปด้วย ไม่เหมือนยุคแรกที่ข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้ชัดเจน

    เหมือนแฟนบอลเริ่มลดลง ทุกอย่างก็ฉุดกันตามไปด้วย ผลงานของทีมที่ทรงๆ ทรุดๆ ก็เลยหาจุดเปลี่ยนเพื่อกลับมาไม่ได้

    เห็นแล้วก็ได้แต่เสียดาย พวกเขามีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทีมฟุตบอลที่ดีควรมี ทั้งความเป็นจังหวัดที่ชัดเจน สนามการแข่งขัน และแฟนบอลที่ (เคย) เหนียวแน่น
 
    ทว่าความวุ่นวายในเรื่องสิทธิ์การทำทีมเมื่อ 3-4 ปีก่อนทำให้ทีมเกิดอาการชะงัก เดินหน้า 2 ก้าว ถอนหลัง 3 ก้าว และไม่เคยกลับสู่จุดสูงสุดที่เคยทำได้อีกเลย

    ไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่สีสันในแบบศรีสะเกษจะกลับคืนสู่เวทีไทยลีกอีกครั้ง

ภาพ : ศรีสะเกษ เอฟซี

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น