ข่าว ข่าวฟุตบอล
คดีประวัติศาสตร์

คดีประวัติศาสตร์

อัพเดตเมื่อ : November 22, 2017 2:29pm โดย : King Kong

     เรียกได้ว่าสั่นสะเทือนไปทั้งวงการจริงๆ สำหรับการแถลงข่าวของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่เปิดเผยรายชื่อ 12 คนที่มีเอี่ยวกับการล้มบอลซึ่งมีทั้งผู้บริหารสโมสร, ผู้ตัดสิน, นักฟุตบอล และอดีตนักฟุตบอลที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จ้างวาน

     ใครเป็นใครกันบ้างคงไม่ต้องไล่เรียงซ้ำเพราะสื่อทุกแขนงต่างพร้อมใจกันรายงานอย่างครบถ้วน กลายเป็นข่าวใหญ่ประจำวัน และแน่นอนว่าเป็นข่าวฉาวของวงการฟุตบอลและกีฬาแห่งปี

     งานนี้ต้องยกย่อง "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ด้วยใจจริงที่กล้าเดินหน้าถอนรากถอนโคนแบบไม่กลัวใครหน้าไหน

     เรื่องการล้มบอลในวงการฟุตบอลไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ว่าในอดีตที่ผ่านมา เรายังไม่เคยเห็นการไล่เช็กบิลเอาผิดกันอย่างเป็นรูปธรรมแบบนี้ อีกทั้งยังไม่มีพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ที่รองรับในเรื่องนี้

     นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง ด้วยความที่บิ๊กอ๊อดอยู่ในวงการตำรวจมานานทำให้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ง่าย รวมถึงทำงานรวมกับสปอร์ตเรดาร์ที่คอยสอดส่องความไม่ชอบมาพากลในวงการ และสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย

     ทำงานกันอย่างหนักเป็นเวลาหลายเดือนก่อนลากตัวมะเร็งร้ายในวงการฟุตบอลออกมาได้แทบทุกบางส่วนที่ร่วมขบวนการ และ บิ๊กอ๊อด ก็ย้ำว่านี่เป็นเพียงแค่ "ลอตแรก" เท่านั้น

     การจัดงานแถลงข่าวใหญ่โต และประกาศรายชื่อออกมาแบบนี้ได้ต้องมั่นใจในหลักฐานที่สืบหามามได้ ไม่อย่างนั้นแล้ว ศาลคงไม่พิจารณาก่อนอนุมัติให้ออกหมายจับแน่นอน

     ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า 12 รายชื่อในลอตแรก "รอดยาก" และไม่สามารถปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มบอล แม้มีโอกาสสู้คดีความในชั้นศาลอีกหลายศาล และใช้เวลาพอสมควรกว่าคดีความจะสิ้นสุด

     แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องในตอนนี้แทบจะหมดอนาคตในเส้นทางของตัวเองทันที แถมยังเป็นตราบาปติดตัวไปอีกนาน

     การตัดเนื้อร้ายที่ส่งผลเสียต่อวงการฟุตบอลเป็นสิ่งที่ควรทำตั้งนานแล้วเพราะขืนปล่อยไว้ก็มีแต่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม ส่วนสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็ต้องยอมรับและหาทางแก้ไขกันไป

     สำหรับหลายคนที่เชียร์ฟุตบอลด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่มีเรื่องการพนันมาเกี่ยวข้อง คง "เอือม" กับข่าวใหญ่ข่าวนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

     มุมมองที่มีต่อฟุตบอลไทยก็คงไม่เหมือนเดิม แฟนบอลคงไม่มั่นใจว่าเกมที่แข่งขันอยู่ตรงหน้าเอาจริงเอาจังแค่ไหน เป็นการเล่นปาหี่ และหลอกคนดูอีกหรือไม่

     เมื่อความระแวงสงสัยนี้ยังคงอยู่ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะให้การหนุนหลังได้อย่างเต็มหัวใจ และคงเป็นแบบนี้อีกนานจนกว่าจะลืมเลือนกันไป หรือมีสิ่งที่ทำให้แน่ใจว่าวงการนี้กลับมา "สะอาด" อีกครั้ง

     และว่ากันตามจริง เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพนันอย่างเดียว เพราะในสังคมแบบไทยๆ เรา การให้ผลประโยชน์ด้านอื่นก็นำมาซึ่งผลการแข่งขันที่กำหนดล่วงหน้าไว้ได้

     การตอบแทนเป็นไปได้หมดทั้งช่วยเหลือทางการงาน ได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ซึ่งนักฟุตบอลหลายคนก็มีงานทำในหน่วยงานต่างๆ กินเงินเดือนอีกที่อยู่แล้ว อย่าง 4 จาก 5 คนที่โดนจับจากทีมราชนาวีก็รับราชการอยู่ด้วย

     รวมไปถึงการที่ทำเพื่อผลงานของทีมจริงๆ เพื่อตำแหน่งแชมป์ เพื่ออันดับที่ดีกว่าเดิม เพื่อการอยู่รอด ไม่ตกชั้น ทั้งหมดล้วนเป็นแรงจูงใจให้เกิดการประพฤติมิชอบได้ทั้งนั้น

     แต่เรื่องที่น่าห่วงต่อจากนี้ภาพลักษณ์ที่เสียหายอย่างมาก เมื่อแฟนบอลเริ่มหมดศรัทธา คนดูในสนามก็คงน้อยลง สปอนเซอร์ก็อาจถอนตัวเพราะมองว่าวงการนี้สกปรกเกินไป

     เมื่อสปอนเซอร์หาย รายได้เข้าระบบก็น้อยลง มีผลต่อจำนวนเงินที่แบ่งให้แต่ละสโมสร สุทด้ายก็ย้อนกลับไปที่รายได้ของนักเตะ เมื่อนักเตะรายได้น้อย ไม่สอดคล้องกับความโลคที่มากเกินไป พวกเขาจึงยอมรับในวิธีไม่ถูกต้องเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ก้อนโตในเวลาอันรวดเร็ว

     แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะการเอาปัญหาออกมาตีแผ่ ลงโทษคนที่มีเอี่ยวให้เห็นเป็นตัวอย่างย่อมดีกว่าซุกเอาไว้ใต้พรมจนหมักหมมเน่าเฟะ

    "บิ๊กอ๊อด" ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า "'หากเปรียบคดีนี้เหมือนมวย นี่เพียงแค่การชกแค่ยกแรกเท่านั้น และยังไม่จบแค่นี้ ยังมีอีกหลายคนที่เกี่ยวข้อง ต้องพยายามหาหลักฐานมัดตัวกันต่อไป เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้น"

     อยากเห็นยกสอง และยกสามในเร็วๆ นี้เหลือเกิน เชื่อได้เลยว่ายังมี "ตัวเป้ง" ยิ่งกว่า 12 คนแรก รอถูกกระชากหน้ากากแน่นอน

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น