ข่าว ข่าวฟุตบอล
เผยโฉม 12 สังเวียนแข้งฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

เผยโฉม 12 สังเวียนแข้งฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

อัพเดตเมื่อ : June 07, 2018 6:10pm โดย : เค.เค.

     มีการจับสลากแบ่งกลุ่มกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียมาในวันนี้ผมเลยขออาสาแนะนำสังเวียนลูกหนังที่จะใช้โม่แข้งให้แฟนๆได้ตื่นตาตื่นใจไปพร้อมๆกันครับ

1. คาซาน อารีน่า



เมือง : คาซาน
สร้างเสร็จเมื่อ : กรกฏาคม 2013
ความจุ : 45,379 ที่นั่ง
มูลค่า : 439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม ซี : ฝรั่งเศส-ออสเตรเลีย
กลุ่ม บี : อิหร่าน-สเปน
กลุ่ม เอช : โปแลนด์-โคลอมเบีย
กลุ่ม เอฟ : เกาหลีใต้-เยอรมันนี
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 30 มิถุนายน และ รอบ 8 ทีมสุดท้าย 6 กรกฏาคม



คาซาน อารีน่า นั้นเป็นรังเหย้าของทีมชื่อดังอย่าง รูบิน คาซาน ที่โลดแล่นอยู่ใน รัสเซียน พรีเมียร์ลีก โดยพวกเขาใช้สนามแห่งนี้ในปี 2013 ตั้งแต่สร้างเสร็จซึ่งในทัวนาเมนท์ฟุตบอลโลกสนามแห่งนี้เป็นสนามที่เก่าแก่ที่สุดแล้วที่ทาง รัสเซีย เลือกให้เป็นสังเวียนแข้ง

2. เอคาเตรินเบิร์ค อารีน่า



เมือง : เอคาเตรินเบิร์ค
สร้างเสร็จเมื่อ : ปรับปรุงใหม่ยังไม่เสร็จคาดว่าจะเสร็จช่วงภายในเดือนธันวาคม 2017
ความจุ : 35,696 ที่นั่ง
มูลค่า : 215 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม เอ : อียิปต์-อุรุกวัย
กลุ่ม ซี : ฝรั่งเศส-เปรู
กลุ่ม เอช : ญี่ปุ่น-เซเนกัล
กลุ่ม เอฟ : เม็กซิโก-สวีเดน



สนามแห่งนี้เป็นสนามที่เก่าแก่มากๆของ รัสเซีย ซึ่งสนามดั้งเดิมนั้นถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1957 โดยใช้ชื่อว่า เซ็นทรัล สเตเดี้ยม เคยใช้ในการแข่งขันฟุตบอลระดับรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีเท่านั้นซึ่งส่วนใหญ่สนามแห่งนี้แต่เดิมจะใช้จัดพวกกีฬาจักรยาน, สเก็ตน้ำแข็ง ระดับโลกมาแล้วและภายหลังจากการปรับปรุงทีมท้องถิ่นอย่าง FC Ural Yekaterinburg ก็จองเอาไว้แล้วว่าจะใช้เป็นสนามเหย้าต่อทันที

3. ฟิชต์ โอลิมปิค สเตเดี้ยม



เมือง : โซชิ
สร้างเสร็จเมื่อ : ธันวาคม 2013
ความจุ : 47,659 ที่นั่ง
มูลค่า : 519 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม บี : โปรตุเกส-สเปน
กลุ่ม จี : เบลเยี่ยม-ปานามา
กลุ่ม เอฟ : เยอรมันนี-สวีเดน
กลุ่ม ซี : ออสเตรเลีย-เปรู
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 30 มิถุนายน และ รอบ 8 ทีมสุดท้าย 7 กรกฏาคม



สนามแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับ โอลิมปิค ฤดูหนาวปี 2014 และก็ไม่ได้ถูกเปิดให้กับทีมสโมสรฟุตบอลทั่วไปใช้เป็นรังเหย้าแต่อย่างใดเพราะสนามแห่งนี้รัฐบาลเป็นเจ้าของซึ่งภายหลังจากปี 2014 ฟิชต์ โอลิมปิค ก็ถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้งในศึก ฟีฟ่า คอนเฟ็ดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 นั่นเอง

4. คาลินินการ์ด สเตเดี้ยม



เมือง : คาลินินการ์ด
สร้างเสร็จเมื่อ : ธันวาคม 2017
ความจุ : 35,212
มูลค่า : 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม ดี : โครเอเชีย-ไนจีเรีย
กลุ่ม อี : เซอร์เบีย-สวิตเซอร์แลนด์
กลุ่ม บี : สเปน-โมร็อคโค
กลุ่ม จี : อังกฤษ-เบลเยี่ยม



แต่เดิมนั้น คาลินินการ์ด มีความจุเพียง 25,000 ที่นั่งแต่ภายหลังจากได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสนามจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกก็มีการปรับปรุงใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิมทั้งหมดและหลังจากเสร็จสิ้นศึกแล้ว เอฟซี บัลติก้า ก็ต่อคิวรอใช้เป็นสนามเหย้าทันที

5. สปาร์ตัก สเตเดี้ยม หรือ ออตครีไทร์ อารีน่า



เมือง : มอสโกว์
สร้างเสร็จเมื่อ : กันยายน 2014
ความจุ : 45,360 ที่นั่ง
มูลค่า : 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม ดี : อาร์เจนติน่า-ไอซ์แลนด์
กลุ่ม เอช : โปแลนด์-เซเนกัล
กลุ่ม จี : เบลเยี่ยม-ตูนิเซีย
กลุ่ม อี : เซอร์เบีย - บราซิล
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 3 กรกฏาคม



รังเหย้าปัจจุบันของทีม สปาร์ตัก มอสโกว์ หนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่ของ รัสเซียน พรีเมียร์ลีก และเคยถูกเลือกให้เป็นสนามของทีมชาติรัสเซียอยู่บ่อยๆด้วยซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในสังเวียนแข้งฟุตบอลโลกครั้งนี้

6. ลุซห์นิกี สเตเดี้ยม



เมือง : มอสโกว์
สร้างเสร็จเมื่อ : มิถุนายน 2017
ความจุ : 80,000 ที่นั่ง
มูลค่า : 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม เอ : รัสเซีย-ซาอุดิอาระเบีย (นัดเปิด)
กลุ่ม เอฟ : เยอรมันนี-เม็กซิโก
กลุ่ม บี : โปรตุเกส-โมร็อคโค
กลุ่ม ซี : เดนมาร์ค-ฝรั่งเศส
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 กรกฏาคม
รอบรองชนะเลิศ 11 กรกฏาคม
รอบชิงชนะเลิศ 15 กรกฏาคม



สนามหลักที่ทาง รัสเซีย เลือกให้ใช้ในการเปิดและปิดประจำศึกฟุตบอลโลกที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพโดย ลุซห์นิกี ได้ถูกเลือกเป็นสนามรอบชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก 1999 และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2008 มาแล้ว ซึ่งสังเวียนแข้งแห่งนี้ไม่มีสโมสรไหนใช้แต่ที่นี่คือ 'บ้าน' ของทีมชาติรัสเซีย

7. นิซห์นี นอฟโกร็อด สเตเดี้ยม



เมือง : นิซห์นี นอฟโกร็อด
สร้างเสร็จเมื่อ : ธันวาคม 2017
ความจุ : 44,899 ที่นั่ง
มูลค่า : 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม เอฟ : สวีเดน-เกาหลีใต้
กลุ่ม ดี : อาร์เจนติน่า-โครเอเชีย
กลุ่ม จี : อังกฤษ-ปานามา
กลุ่ม อี : สวิตเซอร์แลนด์-คอสตาริก้า
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 กรกฏาคม
รอบ 8 ทีมสุดท้าย 6 กรกฏาคม



เป็นหนึ่งในสนามที่ทาง รัสเซีย สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับศึกฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งสนามแห่งนี้เคยมีเหตุเพลิงไหม้ระหว่างก่อสร้างตอนเดือนตุลาคมที่ผ่านมาด้วยทว่าโชคดีที่ไม่เกิดความเสียหายมากนักทำให้กำหนดการสร้างสนามสามารถดำเนินไปได้และเสร็จตามกำหนดโดยหลังจากจบศึกฟุตบอลโลกสโมสร โอลิมปีเย็ตส์ นิซห์นี นอฟโกร็อด (ชื่อเดิม โวลก้า) จะเป็นทีมที่ใช้สังเวียนแห่งนี้เป็นรังเหย้า

8. รอสตอฟ อารีน่า



เมือง : รอสตอฟ-ออน-ดอน
สร้างเสร็จเมื่อ : ธันวาคม 2017
ความจุ : 45,145 ที่นั่ง
มูลค่า : 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม อี : บราซิล-สวิตเซอร์แลนด์
กลุ่ม เอ : อุรุกวัย-ซาอุดิอาระเบีย
กลุ่ม เอฟ : เกาหลีใต้-เม็กซิโก
กลุ่ม ดี : ไอซ์แลนด์-โครเอเชีย
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 2 กรกฏาคม



สนามแห่งนี้ก็สร้างขึ้นมาใหม่เช่นกันโดย รัสเซีย เริ่มต้นสร้างตั้งแต่ปี 2013 และ รอสตอฟ อารีน่า แห่งนี้ก็จะกลายเป็นรังเหย้าแห่งใหม่ของทีมเล็กใจใหญ่อย่าง เอฟซี รอสตอฟ เจ้าของแชมป์รัสเซียน พรีเมียร์ลีก 1 สมัยนั่นเอง

9. เซนท์ ปีเตอร์สเบิร์ค สเตเดี้ยม (เครสตอฟสกี้ สเตเดี้ยม)



เมือง : เซนท์ ปีเตอร์สเบิร์ค
สร้างเสร็จเมื่อ : เมษายน 2017
ความจุ : 64,287 ที่นั่ง
มูลค่า : 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรั
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม บี : โมร็อคโค-อิหร่าน
กลุ่ม เอ : รัสเซีย-อียิปต์
กลุ่ม อี : บราซิล-คอสตาริก้า
กลุ่ม ดี : ไนจีเรีย-อาร์เจนติน่า
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 3 กรกฏาคม
รอบรองชนะเลิศ 10 กรกฏาคม
รอบชิงอันดับที่ 3



อาจจะคุ้นๆกันมาบ้างสำหรับสนามแห่งนี้เพราะว่าเป็นสนามที่ได้รับเลือกให้ใช้ในการแข่งขัน คอนเฟ็ดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ทั้งในพิธีเปิดและนัดชิงชนะเลิศและปัจจุบันสโมสรอย่าง เซนิท เซนท์ ปีเตอร์สเบิร์ค ก็เป็นผู้เช่าใช้งานอยู่

10. คอสมอส อารีน่า (ซามาร่า อารีน่า)



เมือง : ซามาร่า
สร้างยังไม่เสร็จ คาดว่าจะเสร็จต้นปี 2018
ความจุ : 44,807 ที่นั่ง
มูลค่า : 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม อี : คอสตาริก้า-เซอร์เบีย
กลุ่ม ซี : เดนมาร์ค-ออสเตรเลีย
กลุ่ม เอ : อุรุกวัย-รัสเซีย
กลุ่ม เอช - เซเนกัล-โคลอมเบีย
รอบ 16 ทีมสุดท้าย 2 กรกฏาคม
รอบ 8 ทีมสุดท้าย 7 กรกฏาคม



อีกหนึ่งสนามที่ทางเจ้าภาพ รัสเซีย ทุ่มทุนสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับศึกฟุตบอลโลก 2018 และสนามแห่งนี้ก็เป็นที่คาดหวังว่าจะเป็นหนึ่งในสังเวียนแข้งที่เจ๋งที่สุดเพราะทางเจ้าภาพก็เลือกที่จะใช้สนามแห่งนี้ด้วยโดยหลังจากจบทัวนาเมนท์สโมสร ครีเลีย โซเวตอฟ จะใช้งานเป็นรังเหย้าต่อไป

11. มอร์โดเวีย อารีน่า



เมือง : ซารานส์ค
สร้างยังไม่เสร็จคาดว่าจะเสร็จต้นปี 2018
ความจุ : 44,442 ที่นั่ง
มูลค่า : 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม ซี : เปรู-เดนมาร์ค
กลุ่ม เอช : โคลอมเบีย-ญี่ปุ่น
กลุ่ม บี : อิหร่าน-โปรตุเกส
กลุ่ม จี : ปานามา-ตูนีเซีย



นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในสนามที่ รัสเซีย สร้างขึ้นมาใหม่และเมือง ซานรานส์ค แห่งนี้ก็เป็นเมืองที่เล็กที่สุดที่ทางเจ้าภาพเลือกใช้งานสำหรับทัวนาเมนท์นี้อีกด้วยโดยหลังจากจบศึกฟุตบอลโลกความจุของสนามก็จะถูกลดลงให้เหลือ 28,000 ที่นั่งเพื่อให้พร้อมสำหรับการเป็นรังเหย้าของทีมท้องถิ่นอย่าง มอร์โดเวีย ซารานส์ค

12. โวลโกการ์ด อารีน่า



เมือง : โวลโกการ์ด
สร้างยังไม่เสร็จคาดว่าจะเสร็จต้นปี 2018
ความจุ : 45,568 ที่นั่ง
มูลค่า : 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกมที่จะใช้แข่ง
กลุ่ม จี : ตูนีเซีย-อังกฤษ
กลุ่ม ดี : ไนจีเรีย-ไอซ์แลนด์
กลุ่ม เอ : ซาอุดิอาระเบีย-อียิปต์
กลุ่ม เอช : ญี่ปุ่น-โปแลนด์



สนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แต่การสร้างใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นบนสนามเก่าที่ชื่อ เซ็นทรัล สเตเดี้ยม ที่รื้อถอนออกไปเลยเพื่อสนามแห่งนี้ที่จะใช้งานในฟุตบอลโลก 2018 โดยกำหนดการเดิมสนามแห่งนี้ควรจะเสร็จไปแล้วแต่เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นตอนเดือนมิถุนายนแต่ถึงอย่างนั้นทางเจ้าภาพก็เผยว่าไม่มีอะไรต้องกังวลและจะเสร็จทันใช้โม่แข้งศึกใหญ่แน่นอน

เค.เค.
pic : StadiumDB, siempre889, Mirror, Visit Petersburg, The Stadium Guide, RT.com, FIFA, Inside the Games

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น