ข่าว ข่าวฟุตบอล
งานหนักที่รออยู่ของตัวแทนไทย

งานหนักที่รออยู่ของตัวแทนไทย

อัพเดตเมื่อ : December 13, 2017 2:15pm โดย : King Kong

     4-5 ปีหลังที่สโมสรจากไทยได้โควตาไปลุยเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 3 ทีม นำมาซึ่งความหวังที่จะได้เห็นการเข้ารอบลึกๆ เหมือนที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศปี 2013

     แต่ความจริงทุกคนรู้ดีว่าภารกิจในระดับทวีปเป็นงานที่ "ยาก" สุดๆ และไม่เคยก้าวข้ามรอบเพลย์ออฟได้เลย

     หากไม่ใช่ทีมแชมป์ที่ได้ตั๋วเข้ารอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติแล้ว อีก 2 ทีมมีอันต้องถูกเตะร่วงในรอบเพลย์ออฟชนิดแทบไม่ได้ลุ้น

     ในปี 2018 ไทยยังได้สิทธิ์ 3 ที่นั่งเหมือนเดิม นำโดย บุรีรัมย์ ทีมแชมป์ที่เข้ารอบแบ่งกลุ่มทันที 

     ขณะที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รองแชมป์ไทยลีก 2017 และ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ มีด่านหินโดยเฉพาะรอบเพลย์ออฟ

     เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2018 แบ่งสาย แบ่งกลุ่มกันเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ได้เห็นภาพยิ่งขึ้นว่า สโมสรจากไทยเจองานหนักจริงในการแข่งขันระดับทวีป

     บุรีรัมย์ ที่ทวงแชมป์ลีกคืนได้สำเร็จอีกครั้งอยู่ในกลุ่มที่มีทีมเต็งอย่าง กวางโจว เอเวอร์แกรนเด้ ยอดทีมจากจีนที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้ว 2 สมัยในปี 2013 และ 2015

     นี่คือแชมป์ลีก 7 ปีหลังสุดของแดนมังกรซึ่งแค่นี้ก็บ่งบอกคุณภาพได้เป็นอย่างดีเพราะไชนิส ซูเปอร์ลีก มีการแข่งขันกันสูงมาก แต่ละทีมทุ่มเงินเป็นว่าเล่น นั่นทำให้การป้องกันแชมป์ได้ต่อเนื่องต้องศักยภาพคับแก้วจริงๆ

     อีกทีมคือ เชจู ยูไนเต็ด รองแชมป์เคลีก เกาหลีใต้ ฤดูกาลล่าสุด ซึ่งก็แข็งโป๊กไม่แพ้ใครเพราะมาตรฐานฟุตบอลของโสมขาวจัดอยู่ในแถวหน้าของทวีป

     นอกจากยังมีสโมสรจากญี่ปุ่นซึ่งคือทีมแชมป์ เอ็มเพอเรอร์ คัพ 2017 ที่จะได้บทสรุปในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า หรือไม่ก็ทีมอันดับ 3 ในลีกอย่าง เซเรโซ โอซาก้า

     ไม่ว่าใครเข้ามาก็รับประกันคุณภาพได้ทั้งหมด และเพิ่มความยากให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มากยิ่งขึ้น

     การกลับมาคว้าแชมป์เอเชียได้อีกครั้งในปีล่าสุดของ อุราวะ เร้ด ไดมอนด์ส ยิ่งตอกย้ำว่า สโมสรเจลีกยังคงแกร่งทั่วแผ่นต่อให้ไม่ได้ทุ่มเงินซื้อนักเตะต่างชาติมากมายเข้าทีมเหมือนสโมสรจากจีนก็ตาม

     บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะได้เจอคู่ต่อสู้ 3 แบบ 3 สไตล์ที่ล้วนเป็นของจริงในระดับเอเชีย ทีมของ เนวิน ชิดชอบ ต้องท็อปฟอร์มจริงๆ โดยเฉพาะเกมในบ้านถึงจะมีลุ้นผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้

     ส่วนอีก 2 ตัวอย่าง "กิเลนผยอง" กับ "กว่างโซ้งมหาภัย" อาจยังไม่เจอปัญหานักในรอบคัดเลือก รอบสอง ที่จะได้เล่นในบ้านพบคู่แข่งจากย่านอาเซียนด้วยกัน

     หากไม่พลาดเสียเองแบบ แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ดวลจุดโทษพ่ายคารังต่อ ยะโฮร์ แบบปีก่อน ยังไงก็ไปถึงรอบเพลย์ออฟ

     แต่รอบเพลย์ออฟนี่แหละที่เป็นเวทีสกัดดาวรุ่งเพราะรูปแบบการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยส์ ลีก "ไม่เอื้อ" ต่อทีมเล็กที่เสียเปรียบจากการเล่นนัดเดียวและต้องไปเยือนทีมที่ศักยภาพเหนือกว่า

     นั่นทำให้แทบไม่มีม้ามืดฝ่าด่านเข้ารอบเพลย์ออฟได้เลย ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ไทยที่ต้องเจอปัญหานี้ ทีมในพิกัดใกล้เคียงกันจากย่านอาเซียนก็เสร็จทีมจากจีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เหมือนกัน

     เอสซีจี เมืองทอง ได้เล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 6 ครั้ง แต่มี 4 ครั้งที่ต้องลุยในรอบคัดเลือกและเพลย์ออฟซึ่งพวกเขาไม่เคยผ่านได้เลย ส่วน 2 ครั้งที่เข้ารอบแบ่งกลุ่มได้ก็เป็นการเข้าอัตโนมัติในฐานะแชมป์ลีก

     ปีหน้าหากผ่านคู่ปรับเก่าอย่าง ยะโอร์ ดารุล ทักซิมได้ ภารกิจในรอบเพลย์ออฟที่รออยู่คือการไปเยือน ทีมเจลีก ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครแต่สิ่งที่แน่นอนคือ "เหนื่อย" อีกตามเคย

     เช่นเดียวกับ สิงห์ เชียงราย ที่จะได้เล่นรายการระดับทวีปเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร

     งานในรอบคัดเลือก รอบสอง ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง แต่ของจริงก็คือการไปเยือน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ของจีนซึ่งนำโดยบราซิเลียนแก๊งทั้ง ฮัลค์, ออสการ์ และ เอลเคซอน

     เป็นภารกิจที่หินโหดสุดๆ ที่แฟนบอลไทยไม่ว่าจะสโมสรใดต้องเอาใจช่วยเพราะทั้งสามทีมคือตัวแทนของเราที่จะออกไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น