ข่าว ข่าวฟุตบอล
วัดใจเมืองทอง

วัดใจเมืองทอง

อัพเดตเมื่อ : December 27, 2017 12:24pm โดย : King Kong

    จาก "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ต่อด้วย "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ตอนนี้ "อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน กำลังจะเป็นแข้งไทยรายที่ 3 ที่ได้เล่นใน เจลีก ของญี่ปุ่น

    คล้อยหลังไม่กี่วันหลังการตกลงกันระหว่าง ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า กับ เอสซีจี เมืองทอง ในการยืมตัว "มุ้ย" ไปล่าตาข่าย 1 ปีในฤดูกาลหน้า ดีลระหว่างสโมสรจากญี่ปุ่นกับยอดทีมของไทยกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง

    วิสเซล โกเบ อีกหนึ่งทีมจากลีกสูงสุดแดนซามูไรยื่นหนังสือถึงเอสซีจี เมืองทอง แจ้งความต้องการอยากเข้าพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการดึง ธีราทร ไปร่วมทีมในปีหน้า

    เรื่องนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลไทยอย่างมาก และหลายคนก็อยากจะเห็น "อุ้ม" แพ็คกระเป๋าไปลุยเจลีกไม่น้อยไปกว่าวันที่ "เจ" เริ่มนับหนึ่งเมื่อกลางปีที่ผ่านมา รวมถึง "มุ้ย" ที่นับวันรออย่างใจจดใจจ่อ

    แค่นึกภาพ 3 แข้งที่ดีที่สุดของไทยได้ลงเล่นเจลีกพร้อมกันในฤดูกาลหน้าก็แทบอยากจะให้ฤดูกาลใหม่เปิดฉากในวันพรุ่งนี้แล้ว

    "อุ้ม" อยู่ในวัยที่กำลังเหมาะสมสำหรับการออกไปค้าแข้งนอกประเทศ เพราะช่วงที่พีคที่สุดสำหรับนักฟุตบอลโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 26-28 ปี ซึ่งตอนนี้ "แบ็กซ้ายเท้าชั่งทอง" อายุ 27 ปี

    ขณะที่ประสบการณ์ในเกมสำคัญทั้งระดับทีมชาติและสโมสรก็นับไม่ถ้วน เอาแค่รายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก "อุ้ม" ก็ผ่านเกมมากกว่าหลายนของ วิสเซล โกเบ ด้วยซ้ำ

    อดีตแข่งบุรีรัมย์ กวาดแชมป์ในประเทศมาทุกอย่าง และได้แชมป์มากที่สุดในบรรดานักเตะที่ยังค้าแข้งในปัจจุบัน ไม่มีใครประสบความสำเร็จมากกว่าไป ธีราทร อีกแล้ว
    เรียกได้ว่าไม่ต้องมีอะไรพิสูจน์ตัวเองกับการค้าแข้งในไทย และตามวิถีของนักฟุตบอลคือ ต้องก้าวออกไปเผชิญความท้าทายใหม่เพื่อยกระดับตัวเอง เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในบ้านเรา

    ถามใจแฟนบอลชาวไทยไม่ว่าจะเชียร์เอสซีจี เมืองทอง หรือไม่ เชื่อว่าเกือบทุกคนยกมือเชียร์ให้ "อุ้ม" ไปลุยเจลีกแน่นอนเพราะจะเป็นผลดีมหาศาลต่อวงการฟุตไทยแน่นอน ไม่ใช่แค่ตัวของอุ้มเอง

    เจลีก คือ เวทีที่พอเหมาะพอดีสำหรับแข้งไทยที่ต้องการพัฒนาฝีเท้าไปอีกระดับ ไม่ได้เกินเลยไปนักแบบมองข้ามชอตต้องยุโรปสถานเดียว คือถ้าพิสูจน์ตัวเองได้ในลีกปลาดิบ เวทียุโรปก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม

    แต่ในอีกมุมก็ต้องวัดใจกิเลนผยองด้วยกับการเสียแข้งหลักไป 2 คนแบบนี้จะรับมือได้หรือไม่

    ฤดูกาลล่าสุด พวกเขาเสียแชมป์ลีกคืนให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งแน่นอนว่าการขาด ชนาธิป ส่งผลไม่น้อยแม้พยายามเติมผู้เล่นใหม่ทั้งระดับทีมชาติไทยและต่างชาติหลายคนเข้ามาทดแทนแล้วก็ตาม
    ฤดูกาลหน้ายิ่งน่าห่วงไปกันใหญ่เมื่อจะไม่มี "มุ้ย" แน่ๆ หนึ่งคน และอาจรวมถึง "อุ้ม" ที่ส่วนตัวแล้วก็อยากไปค้าแข้งในญี่ปุ่นเช่นกัน

    ทั้งคู่จะอยู่ช่วยทีมในรอบเพลย์ออฟเพื่อลุ้นตั๋วแบ่งกลุ่มเอซีแอล แต่การแข่งขันฤดูกาลหน้าก็ไม่ได้มีแค่นัดสองนัดในเกมระดับเอเชียเท่านั้น ในระยะยาว เมืองทอง จะยืนระยะได้อย่างไร และจะได้ใครเข้ามาเป็นความหวังใหม่

    คือถ้าเสียนักเตะต่างชาติไป ขอเพียงแค่มีเงินก็น่าจะหาตัวแทนในระดับพอฟัดพอเหวี่ยงได้ แต่นี่คือ 2 ผู้เล่นทีมชาติไทย และเป็น 2 ผู้เล่นที่หากไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็การันตีตัวจริงแน่นอน

    ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะไปหานักเตะฝีเท้าระดับนี้ได้ มีกองหน้าคนใหนดีกว่ามุ้ยอีก เช่นเดียวกับฝีเท้าแบบอุ้มที่ไม่ใช่แค่ตำแหน่งแบ็กซ้ายเบอร์หนึ่งของอาเซียน แต่ช่วงหลังก็ขยับขึ้นไปเล่นตรงกลางเป็นเหมือนจอมทัพอีกคน บางนัดถูกโยกมาเล่นแบ็กขวาก็ทำได้ไม่เคอะเขิน

    ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้เล่นที่เหลือก็ต้องมีหวั่นไหว่กันบ้าง รวมถึงจากสปอนเซอร์ต่างๆ ที่คงกังวลพอสมควรว่าฤดูกาลหน้าจะสู้ทีมอื่นได้หรือไม่

    การเปิดโอกาสให้นักเตะตัวเองไปเพิ่มพูนประสบการณ์เป็นเรื่องที่ดีและควรทำ แต่เมืองทองก็ต้องหาทางอุดรอยรั่วที่เกิดขึ้นให้ได้และให้ดีกว่าเดิมด้วยเพื่อทวงแชมป์ลีกคืนมาให้ได้

    โจทย์นี้ "ยากมาก" และวัดใจของเอสซีจี เมืองทอง ได้อย่างดีว่าใหญ่แค่ไหนกับการสู้ศึกฤดูกาลหน้า

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น