ข่าว ข่าวฟุตบอล
ใครจะหยุดเรือใบในตอนนี้ ?

ใครจะหยุดเรือใบในตอนนี้ ?

อัพเดตเมื่อ : December 28, 2017 5:54am โดย : เค.เค.

     มันมีคำถามที่ก้องอยู่ในหัวของผมตลอดเวลาที่ได้รับชม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงสนาม หรือแม้แต่การพยายามไม่ดูและเอาใจแช่งอย่างเนืองๆแต่พอเปิดมาดูสกอร์ก็ได้แต่ถอนหายใจ

     จะแข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น



     พลพรรค "เรือใบสีฟ้า" ในตอนนี้กวาดชัยชนะได้ 18 นัดรวดเข้าไปแล้วจากการลงสนาม 20 นัด มันโหดเหนือมนุษย์มนาไปแล้วและสิ่งนี้คือสิ่งที่เราแทบจะไม่เห็นมาก่อนใน พรีเมียร์ลีก ยุคหลัง

     แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามารถทำได้ แถมทำได้ชนิดที่ดูเป็นเรื่องง่ายอีกต่างหาก

     ในตอนนี้เท่าที่ผมสามารถจำได้ในสมองมีผู้จัดการทีมอยู่ 3 คนที่พูดทำนองว่าทีมของพวกเขาหมดลุ้นแชมป์ไปแล้วก็คือ อันโตนิโอ คอนเต้, เยอร์เก้น คล็อปป์ และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่



     ส่วน อาร์แซน เวนเกอร์ แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆแต่หลังจากอ่านบทสัมภาษณ์ที่ออกมาในช่วงหลังๆตัวเขาเองก็ยอมรับอยู่เนืองๆแหละครับว่าปีนี้ พรีเมียร์ลีก 'สีฟ้า' แน่นอน

     อะไรคือปัจจัยหลักในความสำเร็จครั้งนี้ของ เป๊ป ทั้งๆที่เขาเข้ามารั้งบังเหียนในฤดูกาลที่ 2 เท่านั้น ?

     ในความของผม 1. เลยก็คือการที่นักเตะ 'คนสำคัญ' ไม่มีอาการบาดเจ็บเข้ามาให้ปวดหัว ดูอย่าง เควิน เดอ บรอยน์, กาเบรียล เฮซุส, กุน อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หรือ นิโกลัส โอตาเมนดี้ สิครับ ลงแล้วลงอีก



     2. นักเตะที่ได้รับโอกาสทำผลงานได้ประทับใจมากๆอย่างเช่น ฟาเบียน เดลฟ์ ที่ไม่รู้ทำอีท่าไหนได้รับเลือกจาก เป๊ป ให้เล่นแบ๊คซ้ายทั้งๆที่ตอนแรกควรจะใช้ ดานีโล่ ซะด้วยซ้ำแต่ เดลฟ์ ก็ไม่ทำให้นายใหญ่จากแคว้นกาตาลันผิดหวัง

     หรือแม้แต่ตอน ดาบิด ซิลบา มีปัญหาไม่ได้อยู่กับทีมตอนนี้ อิลกาย กุนโดกัน ก็ฟิตเต็มถังช่วย "เรือใบสีฟ้า" ได้แบบไม่ขัดเขินอีกต่างหาก



     แวงซ็อง กอมปานี กลายเป็นเจ้าประจำโรงหมอแต่ อีเลียควิม ม็องกาล่า แข้งที่แฟน ซิตี้ เคยยี้แต่กลับกลายมาผนึกเกมรับกับ โอตาเมนดี้ ได้เฉยเลย

     3. แข้งหลักเข้าฝักพร้อมกัน อันนี้ผมเชื่อว่ากุนซือหลายๆท่านคงอยากจะให้ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในทีมเหมือน ซิตี้ คุณลองดู เดอ บรอยน์ จ่ายแต่ล่ะลูกสิ เขาสามารถทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ในทุกๆนัด คุณดู แฟร์นันดินโญ่ เล่นสิ วิ่งพล่านได้ไม่มีหมดในทุกๆนัด คุณดู กาเบรียล เฮซุส สิปั่นป่วนแผงหลังของคู่แข่งได้ตลอดเวลา (แถมปั่นหัว กุน ได้ด้วยอีกเอ้า) จนตอนนี้แทบจะได้รับความไว้วางใจจาก เป๊ป ให้เป็นหอกตัวหลักไปแล้ว



     แม้แต่ เคลาดิโอ บราโว่ มือกาวชีวิตเปลี่ยนที่มาอังกฤษปีก่อนเหวอแล้วเหวออีกมาปีนี้ใน คาราบาว คัพ แกยังเซฟจุดโทษส่งทีมเข้ารอบรองชนะเลิศมันซะดื้อๆ

     4. ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ แน่นอนว่านี่คือผลดีภายในทีมมากๆ แข้งของ "เรือใบสีฟ้า" เล่นกันสนุกแถมไม่มีคำว่ายอมแพ้จนถึงวินาทีสุดท้ายของจริง อีกทั้งเวลาทีมอื่นสะดุดหัวทิ่มหัวตำแต่พวกเขาก็ไม่เคยที่จะสะดุดตาม มันเลยทำให้ความมั่นใจของนักเตะแต่ล่ะคนเพิ่มสูงขึ้นจนน่าใจหาย

     ยิ่งเล่นยิ่งดูดี ช่วงเวลาคริสมาสต์แบบนี้บางทีมอาจจะเป๋หล่น สลับกันรั้งจ่าฝูงอย่างสนุก แต่พวกเขา 'ไม่'



     5. ซิตี้ ของเป๊ป 'ไม่เชิง' ต้องพึ่งนักเตะเพียงคนเดียว จริงอยู่ที่ เดอ บรอยน์ คือกุญแจหลักแต่ด้วยสไตล์หรือรูปแบบการเล่นนั้นมันทำให้ภาพคติมายาต่างๆที่การพึ่งนักเตะเพียงคนเดียวนั้นหมดไปอย่างสิ้นเชิง แต่ถึงอย่างนั้นข้อนี้คงต้องรอดูอีกรอบในวันที่เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมรายนี้หายออกจากทีมไป

     เอาล่ะครับ ตอนนี้ พรีเมียร์ลีก ก็ผ่านมาแล้วครบ 20 นัด เหลืออีก 18 นัดกับแต้มที่ ซิตี้ ห่างจากทีมอันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 15 คะแนนเต็ม



     ว่ากันตรงๆแบบไม่มีอ้อมตอนนี้คงเหลือแต่เพียงแค่การนับถอยหลังไปเรื่อยๆรอวันชูถ้วยแชมป์สำหรับขุนพล "เรือใบสีฟ้า" และผมก็ขอยืนยันอีกครั้งว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาดเช่น เดอ บรอยน์ พักยาว, กอมปานี-โอตาเมนดี้-สโตนส์-มองกาล่า ทะลึ่งเจ็บพร้อมกัน หรือ เป๊ป ตัดสินใจลาออก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่าย

     เรามารอดูกัน

เค.เค.

pic : zimbio

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น