ข่าว ข่าวฟุตบอล
การเสียสละของทัพกิเลน

การเสียสละของทัพกิเลน

อัพเดตเมื่อ : January 10, 2018 12:48pm โดย : King Kong

    ช่วงนี้นักเตะไทยเนื้อหอมทีเดียวเมื่อทยอยออกไปค้าแข้งในลีกใหญ่กว่ากันหลายคน และแต่ละดีลก็สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลอย่างมาก

    ปีก่อน "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เปิดตลาดเจลีกเอาไว้ได้สวย ปีนี้เลยมีรายที่ 2, 3 และ 4 ตามกันไปติดๆ

    "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทยได้ย้ายไปเล่นซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ขณะที่ "อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน อีกหนึ่งแข้งช้างศึกก็ได้โยกซบ วิสเซล โกเบ แบบยืมตัวยาวตลอดปีเช่นกัน

    นอกจากนี้ยังมีรายเล็กแต่ "ก้าวใหญ่" ไม่แพ้กันนั่นคือ "อินซ์" เชาว์วัฒน์ วีระชาติ กองกลางดาวรุ่งทัพช้างศึกชุดยู-23 ที่ได้ย้ายจากบางกอกกล๊าสไปร่วมทีมพันธมิตรในเจลีกอย่าง เซเรโซ โอซาก้า แบบยืมตัว

    ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ คือ ดีลของ "ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบที่เดินทางไกลกว่าเพื่อนไปลุยลีกเบลเยียมกับ อุ็ด-เอเวอร์ลี ลูเว่น หรือว่า โอเอช ลูเว่น ซึ่งเป็นทีมระดับดิวิชั่น 2 ที่มีกลุ่มคิง เพาเวอร์ ของไทยเป็นเจ้าของ

    เรียกได้ว่าสินค้า "เมด อิน ไทยแลนด์" ส่งออกไปต่างแดนกันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว

    ประเด็นที่น่าสนใจนอกเหนือไปจากก้าวสำคัญของนักเตะไทยและวงการฟุตบอลไทยที่มีนักเตะออกไปเล่นต่างแดนพร้อมกันคือ ต้นสังกัดอย่างเอสซีจี เมืองทอง "ใจถึง" มากทีเดียวกับการเปิดโอกาสให้นักเตะตัวเองได้เติบโต

    ในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉาก กิเลนผยองจะไม่มี 4 ผู้เล่นสำคัญระดับตัวจริงทีมชาติไทยอยู่ช่วยทีมพร้อมกันทั้งที่มีศึกใหญ่ทั้งในและต่างแดนโรมรันพันตู
    ที่บอกว่าใจถึงก็เพราะพวกเขายอมเสียสละในหลายอย่างเพื่อประโยชน์ต่อทั้งนักเตะและวงการฟุตบอลไทยโดยรวม

    จริงอยู่ว่า เมืองทองอาจได้ค่ายืมตัวและค่าเสียหายพอสมควรสำหรับแต่ละดีล แต่ก็เทียบกับผลกระทบหลายอย่างที่ต้องแบกรับเอาไว้ไม่ได้

    "มุ้ย", "อุ้ม", "ตอง" และ "เจ" จัดเป็นตัวหลักที่สำคัญต่อทีมชนิดที่ว่า หากไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็มีสถานะเดียวกับทีมชาตินั่นคือ "ตัวจริง" แน่นอน  

    ฤดูกาลหน้าที่กำลังเปิดฉาก การแข่งขันทั้งในและต่างประเทศยิ่งสูงมากขึ้น โดยที่เมืองทองต้องพยายามทวงแชมป์ไทยลีกคืนมาจากบุรีรัมย์ ให้ได้

    ยักษ์ใหญ่จากอีสานใต้ไม่ใช่คู่แข่งสำคัญเพียงทีมเดียวเท่านั้น ทีมอย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด ก็แสดงให้เห็นในฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วว่ายกระดับทีมขึ้นมาได้เป็นอย่างดี และพร้อมมากยิ่งขึ้นในการท้าทายตำแหน่งแชมป์

    ไหนจะแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่หากปรับเกมรับได้ก็พร้อมพุ่งทะยานเช่นกันเนื่องจากเกมรุกทำได้ดีอยู่แล้ว ขณะที่ บางกอกกล๊าส ก็คิดการณ์ใหญ่กว่าเดิมถึงขนาดย่อมทุ่มมหาศาลกระชากตัว "นิว"ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ไปร่วมทีม

    นอกจากนี้มีภารกิจสำคัญในระดับเอเชียที่เป้าหมายเบื้องต้นคือ ผ่านเพลย์ออฟเข้ารอบแบ่งกลุ่มให้ได้

    แต่เอสซีจี เมืองทอง จะไม่มี 4 นักเตะไทยที่ดีที่สุดสำหรับภารกิจเหล่านี้

    "มุ้ย" กับ "อุ้ม" อาจช่วยทีมในรอบเพลย์ออฟก่อนโบยบิน แต่หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องของ "โค้ชแบน" ธชตวัน ศรีปาน และนักเตะที่เหลือเต็มๆ

    ขณะเดียวกันในเรื่องของความเป็นซูเปอร์สตาร์ของแต่ละคนก็สร้างรายได้ให้กับสโมสรไม่น้อยทั้งดึงดูดใจให้สปอนเซอร์วิ่งเข้าหา รวมถึงแฟนบอลที่ตามลุ้นตามเชียร์ให้แต่ละนัด

    ความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นคือสิ่งที่ เอสซีจี เมืองทอง ต้องยอมรับและหาทางแก้ไข แต่พวกเขาก็เต็มใจในสิ่งที่เลือกกับการเปิดทางให้นักเตะตัวเองทำตามความฝัน

    "มุ้ย" อยากพิสูจน์ตัวเองในต่างแดนอีกครั้งหลังไม่ประสบความสำเร็จกับ อัลเมเรีย รวมถึงช่วงไปฝึกซ้อมสั้นๆ กับแอตเลติโก มาดริด

    ขณะที่ "ตอง" ก็อยู่กับทีมมานาน และมีความฝันอยากไปพิสูจน์ตัวเองในต่างแดนเช่นกัน ส่วน "อุ้ม" แม้อยู่ใต้ชายคากิเลนเพียง 2 ปี แต่ก็เป็นอีกคนที่ได้รับการจับตามองมานานว่าควรต้องออกไปลุยต่างแดนสักครั้งเพราะไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ตัวเองอีกแล้วในประเทศ

    หากจะบอกว่า เมืองทองยอมแบกรับความเสี่ยงในฤดูกาลหน้าเพื่อตอบแทนนักเตะที่อยู่มานานอย่าง "มุ้ย" กับ "ตอง" ก็ย่อมได้ เช่นเดียวกับนักเตะที่ฝีเท้าดีเยี่ยมอย่าง "อุ้ม" ก็ควรได้โอกาสเหมือนกับ "เจ"

    หาก 3 คนหลังนี้ไปได้สวยเหมือนกับ "เจ" นอกจากจะมีเรื่องดีต่อเส้นทางค้าแข้งแต่ละคนแล้วยังทำให้วงการฟุตบอลไทยได้รับประโยชน์มหาศาล และที่สำคัญเลยคือ สร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ เยาวชนอย่างมาก

    ต้องยอมรับนักถือการเสียสละในครั้งนี้ของ เอสซีจี เมืองทอง จริงๆ กับการมองประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก แม้ตัวเองต้องเจ็บตัวอย่างมากก็ตาม
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น