ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : นี่แหละคือ 'พรีเมียร์ลีก' จริงๆที่ เป๊ป ต้องการ

คุยกันหลังเกม : นี่แหละคือ 'พรีเมียร์ลีก' จริงๆที่ เป๊ป ต้องการ

อัพเดตเมื่อ : January 15, 2018 1:38am โดย : เค.เค.

     โคตรคุ้มค่าจริงๆครับบอกเลยสำหรับศึกบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเบียดเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้แบบสุดบันเทิงเริงใจ 4-3

     เกมนี้เป็นเกมที่ไม่น่าเบื่อเลยครับทั้งสองทีมมาดีมากโดยเฉพาะกับพลพรรค "หงส์แดง" ที่เชื่อว่าบรรดา 'เดอะ ค็อป' รุ่นเก่ารุ่นใหม่คงคิดในใจว่าทำไมไม่เล่นให้ได้แบบนี้ในทุกๆนัด



     เครื่องจักรสีแดงของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ทำงานได้เป็นอย่างดีในเกมรุกและเล่นได้ใจแฟนๆที่ แอนฟิลด์ จนบรรยากาศน่าขนลุกสุดๆ

     หากใครได้รับชมการถ่ายทอดสดคงจะได้ยืนเสียงเหล่า 'เดอะ ค็อป' ที่อยู่ในสนามตะโกนเชียร์ ตะโกนเฮ ทะลุภาพออกมาโดยเฉพาะตอนที่ทีมนำ 3-1 และ 4-1 มันเหมือนกับเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้แข้ง "หงส์แดง" เหมือนกัน



     เติมยังไงเหรอ ? ยกตัวอย่างง่ายๆก็ตอนที่ แอนดรูว โรเบิร์ตสัน วิ่งไล่จากฝั่งซ้ายยันฝั่งขวานั่นแหละครับ โอ้โห โคตรดีดอ่ะบอกตามตรง

     ทางฝั่ง ซิตี้ เองก็ได้โชว์คาแรคเตอร์ของพวกเขาออกมาเหมือนกันครับเพราะทีมที่โดนทะลวงไป 4 เม็ดเน้นๆ แถมโดนนำห่าง 3 ประตูโดยเหลือเวลาอีก 10 นาทีสุดท้ายหลายๆทีมอาจจะถอดใจไปแล้วก็ได้

     แต่กลับกลายเป็นว่าขุนพล "เรือใบสีฟ้า" เดินหน้าไล่บี้หวังกระซวกประตูเพิ่มให้ได้เยอะที่สุด และมันเกือบจะเสมออีกต่างหาก



     สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ "หงส์แดง" ไม่ได้ขับรถบัสมาจอดหน้าประตูแม้ตอนนำอยู่ 4-1 ซึ่งตรงจุดนี้แหละครับคือสิ่งที่คอลูกหนังทั่วไปอยากจะชม การเปิดแลกหมัดจนวินาทีสุดท้าย

     หากยังจำกันได้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ ซิตี้ เคยสัมภาษณ์ว่าอยากให้ทุกๆทีมหันมาเปิดเกมรุกเข้าใส่กันมากกว่าที่จะมาเน้นตั้งรับเพียงอย่างเดียว ผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่าเขาแขวะหรือแซะใครรึเปล่า แต่วันนี้ เป๊ป ได้เจอทีมนั้นแล้ว

     ลิเวอร์พูล จัดให้เต็มที่ครับ



     การขาด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไปในตอนแรกทำให้หลายคนอาจเป็นห่วงเป็นใยแต่ไม่น่าเชื่อครับว่า อเล็ก อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะมารับบทบาทในตำแหน่งนี้ซึ่งทั้งๆที่ตอนแรกผมคิดว่าน่าจะเป็น อดัม ลัลลาน่า ซะด้วยซ้ำ
 
     อ็อกซ์เลด ไม่ทำให้ผิดหวังครับ การยิงไกลของเขาเบิกร่องให้กับทีมได้ดีซึ่งตลอดทั้งเกมมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษเล่นได้ผสมกลมกลืนกับ 3 หัวหอกความเร็งสูงอย่าง โรแบร์โต เฟอร์มิโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่

     กลายเป็นว่า 4 แนวรุกสุดมหัศจรรย์ของ "หงส์แดง" ตอนนี้ยิงไปคนละตุง คงจะทำให้แฟนๆทำใจกับการเสีย คูตินโญ่ ไปได้ไม่มากก็น้อยล่ะครับ



     ส่วนเกมรับก็ยังเหมือนเดิมนั่นแหละ การขาด เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ในนัดนี้มันฉุละหุกเหมือนกันแต่พวกเขาก็สามารถผ่านแนวรุกของ ซิตี้ ไปได้โดยที่มีลูกรักอย่าง ลอริส คาริอุส ยืนเฝ้าเสา

     ก็พอกรุ่มกริ่มแหละน่า เนอะ

     ส่วนความพ่ายแพ้ในเกมนี้ของ ซิตี้ จะทำให้พวกเขาขาดความมั่นใจ สะดุดหัวทิ่ม มั้ยน่ะเหรอ ? ผมว่าไม่อ่ะ ไม่มีทางเลย



     หากความมั่นใจของขุนพล "เรือใบสีฟ้า" จะหดหายจริงๆสกอร์คงไม่ตามมาเป็น 4-3 หรอกครับ พวกเขาคงจะเล่นแบบถอดใจไปแล้ว แต่นี่ไม่เลย ซิตี้ ความมั่นใจยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม

     เผลอๆความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะกลายเป็นแรงผลักดันให้นัดที่เหลือของ ซิตี้ ผ่านฉลุยซะด้วยซ้ำไปครับ

     คาแรคเตอร์ของทีมที่ เป๊ป สร้างขึ้นมาในปีนี้มันทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ และก็ยังคงต้องขอยืนยันคำเดิมว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกคงไม่หลุดมือฝั่ง 'สีฟ้า' แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ไปไหนหรอกครับ

เค.เค.
pic : zimbio, Mirror

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น