ข่าว ข่าวฟุตบอล
ช่วงลำบากที่'เจ'ต้องก้าวข้ามให้ได้

ช่วงลำบากที่'เจ'ต้องก้าวข้ามให้ได้

อัพเดตเมื่อ : January 19, 2018 4:10pm โดย : King Kong

ช่วงนี้ไม่มีเรื่องกีฬา (และบันเทิง) ใดที่เป็นประเด็นใหญ่มากไปกว่าการเลิกรากันของ เจ-ชนาธิป กับ เมย์-พิชญ์นาฎ อีกแล้ว

    นี่คือคนดังของ 2 วงการทั้งกีฬาและบันเทิงที่มีข่าวคู่กันโดยตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาหลังตกลงคบหาดูใจกันในฐานะ "แฟน"

    ข่าวของ เจ กลายเป็นข่าวบันเทิงไปด้วยเพราะมีชีวิตผูกติดกับ เมย์ และข่าวของ เมย์ ก็มาอยู่ในเซกชั่นกีฬาจนเป็นเรื่องปกติในฐานะหวานใจของซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง

    การคบหากันระหว่าง เจ กับ เมย์ ยิ่งเหมือนเส้นทางนักกีฬาและเซเล็บคนดังเหมือนนอกที่เมื่อมาบรรจบกันแล้วก็ต่างทำให้ชื่อของแต่ละคนถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นข่าวกีฬา-บันเทิง บันเทิง-กีฬา แบบเนื้อเดียวกันแนบสนิท

    การเลิกรากันของทั้งคู่จึงเป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนสนใจต่อให้บางคนมองว่าไม่น่าเซอร์ไพรส์อะไรเพราะคาดเดาเอาไว้แล้วก็ตาม

    เหตุผลที่ทำให้ต้องสวมคอนเวิร์สทางใครทางมันขออนุญาตไม่ก้าวก่ายเพราะเคารพในการตัดสินใจของทั้งคู่

    คนสองคนเมื่อตั้งใจจะใช้ชีวิตด้วยกัน มันก็มีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ แค่ความรักอย่างเดียวอาจไม่พอ

    เจ มีเหตุผลของ เจ เมย์ ก็มีเหตุผลของ เมย์ นอกจากนี้ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายก็มีมุมมองของตัวเอง ถ้าทุกฝ่ายสอดคล้องไปด้วยกันได้ก็มีชีวิตครอบครัวที่ราบรื่น 

    แต่ถ้าไม่ ก็ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายนึงยอมปรับตัว ปรับใจ ถ้ายังยึดหลักเหตุผล ความคิดของตัวเองอยู่ร่ำไป ก็มีแต่พังกับพัง

    จะเลือกพังตอนนี้ หรืออยู่แบบฝืดใจแล้วพังยิ่งกว่าที่คิดในอนาคตก็เลือก ซึ่งความรักของ เจ-เมย์ ก็เลือกที่จะหยุดไว้เพียงแค่นี้

    มีรัก มีเลิก เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญคือ ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้

    สำหรับ เมย์ ผู้มีประสบการณ์ด้านความรักและการใช้ชีวิตมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าเธอมีภูมิคุ้มกันมากกว่าจนไม่รู้เจ็บปวดกับความรักที่พังลง ยังไงก็เป็นผู้หญิงที่อารมณ์ความรู้สึกมักสะท้อนออกมามากมายเสมอ

    แต่ก็อย่างที่บอก ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป เช่นเดียวกับ เจ ที่หน้าที่สำคัญคือ การเป็นนักฟุตบอลในสนาม

    ตอนนี้ เจ อายุ 24 ปีแล้ว ถือว่าเป็นช่วงสำคัญของชีวิตเหมือนกัน หากดูตามความเชื่อแบบไทยๆ ก็กำลังเข้าสู่วัยเบญจเพศที่มักต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างมากระทบจิตใจ ถ้าผ่านได้ก็น่าจะมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามา แต่ถ้าไม่ก็น่าห่วงเหมือนกัน

    ช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่ เจ พิสูจน์ตัวเองได้คือ ความรักนอกสนามไม่ได้ทำให้ผลงานในสนามดร็อปลงอย่างที่หลายคนหวั่นใจ

    ว่ากันแบบไม่ได้เยินยอ ฟอร์มการเล่นของ เจ นับตั้งแต่คบกับ เมย์ ดีขึ้นต่อเนื่องด้วยซ้ำ เด่นทั้งในระดับทีมชาติและสโมสรจนได้กระทั่งได้โอกาสไปค้าแข้งในลีกชั้นนำของเอเชียอย่าง เจลีก ญี่ปุ่น

    ช่วงที่อยู่ไกลถึงแดนอาทิตย์อุทัยยิ่งเป็นการพิสูจน์ทั้งกายว่าไหวหรือไม่กับลีกที่มืออาชีพมากกว่าไทย และพิสูจน์ทั้ง "ใจ" ว่าเมื่อต้องอยู่ห่างไกลแฟนสาวคนดัง

    เจ สอบผ่านทั้งสองเรื่อง เรื่องห่างไกลคนรักอาจมีผลสะสมจนเป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการเลิกราหรือไม่ไม่สำคัญเพราะวัดกันที่ผลงานสนามจนจบฤดูกาลล่าสุดกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ก็สอบผ่านฉลุย

    แต่ชีวิตต่อจากนี้แหละที่สำคัญ

    ช่วงที่ความรักหวานชื่อ เจกับเมย์ ช่วยกันประคับประคอง และเปลี่ยนความสงสัยของหลายคนเป็นแรงผลักดันให้เล่นฟุตบอลให้ดี ตรงนี้น่ายกย่องเพราะทั้งคู่ก็ไม่ต้องการให้ใครมาดูถูกว่ามีความรักแล้วส่งผลต่อหน้าที่สำคัญที่มีอยู่

    แต่เมื่อไม่มี เมย์ ข้างกายแล้ว เจ จะยังคงทำได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ในสนาม

    ผลกระทบต่อจิตใจมีแน่นอน คนเราต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด ก็มีความรู้สึกเสมอ ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บมากที่ต้องเลิก

    นักฟุตบอลดังในต่างแดนหลายคนฟอร์มวูบหายไปดื้อๆ เลยเมื่อมีเรื่องผู้หญิงมาเกี่ยวข้องทั้งตอนเริ่มต้นปลูกต้นรัก และต้นรักหักโค่นลงไป

    สิ่งที่ เจ ต้องพิสูจน์คือ ก้าวข้ามอีกช่วงสำคัญของชีวิตนี้ให้ได้เพราะเส้นทางค้าแข้งยังอีกหลายปี 

    คนเราเสียใจได้ ผิดหวังได้ แต่ต้องรีบลุกขึ้นยืน ซึ่งสำหรับ เจ แล้วเขาไม่ได้ยืนเพื่อตัวเองอย่างเดียวซึ่งยังมีความฝันให้เดินตาม แต่ต้องยืนเพื่อครอบครัว เพื่อคนรอบข้าง และแฟนบอลชาวไทยอีกหลายล้านคน

    เอาใจช่วย "เจ" ให้ก้าวข้ามอีกหนึ่งช่วงลำบากที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น