ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : กลิ่นเดิมที่หายไป เสียงโห่ที่เพิ่มมาแทน

คุยกันหลังเกม : กลิ่นเดิมที่หายไป เสียงโห่ที่เพิ่มมาแทน

อัพเดตเมื่อ : March 14, 2018 5:22am โดย : เค.เค.

     คุณคิดว่าเสียงโห่หลังเกมหรือระหว่างเกมเป็นเสียงที่แฟนๆของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โห่ใส่ผู้เล่นของ เซบีย่า กันมั้ยครับ ? ไม่อ่ะ ผมไม่คิดแบบนั้น

     มันคือเสียงโห่ที่บ่งบอกได้ว่าพวกเขาไม่ต้องการซื้อตั๋วมาเพื่อเผชิญหน้ากับเกมอะไรแบบนี้ เกมที่ไม่กล้าแลก ไม่กล้าได้ ไม่กล้าเสีย ไม่กล้าอะไรเลยซักอย่างจากขุนพล "ปีศาจแดง" ภายใต้การรั้งบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่



     นับตั้งแต่เริ่มเกมการแข่งขันมาเราแทบจะไม่ได้สังเกตุเลยว่า ยูไนเต็ด มีความหิวกระหายอยากจะเปิดเกมบุก หรือหิวกระหายในการทำประตู พวกเขาเล่นตามเกมไปเรื่อยๆและพยายามที่จะไม่เสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถทำความเข้าใจได้เพราะนั่นคือช่วงครึ่งเวลาแรก

     แต่พอเปิดเกมมาครึ่งหลัง อ้าวเห้ย ทำไมมันยังไม่มีรูปทรงที่ดีกว่าเดิมหรืออะไรเลยแม้แต่น้อย ความดุดันไล่บี้คู่แข่ง หรือความพยายามจะเปิดเกมรุกเข้าใส่ เซบีย่า ผมเองไม่สามารถสัมผัสได้เลยแม้แต่น้อย



     จริงๆคือโชคดีมากนะครับที่วันนี้แนวรุกของยอดทีมจากสเปนเหมือนจะไม่ค่อยได้ซ้อมกันมา ไม่แบบนั้นเผลอๆ ยูไนเต็ด โดนทะลวงตาข่ายตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกแล้วซะด้วยซ้ำไป

     ซึ่งเกมมาเปลี่ยนจริงๆก็คือการที่ วินเชนโซ่ มอนเตลลาร์ ตัดสินใจปลดปล่อย วิสแซม เบ็น เย็ดเดอร์ ลงสนามตอนช่วงนาทีที่ 70 นิดๆหน่อยๆ และนั่นก็กลายเป็นหายนะของ "ปีศาจแดง" ในทันที

     เบ็น เย็ดเดอร์ ยิงได้คมกริบจริงๆ นั่นคือสิ่งที่ต้องยอมรับ แต่สิ่งที่อาจจะทำให้แฟนๆยอมรับไม่ได้ก็คือการเสียประตูที่ 2 แบบเห้ยอะไรวะ ?



     ผู้เล่นในกรอบเขตโทษของ เซบีย่า มีไม่กี่คนเองนะครับ ? แถมจังหวะโขกของ เบ็น เย็ดเดอร์ แต่ล่ะคนขาตายกันหมดแล้วหากดูจากภาพช้า กลายเป็นสภาพที่เราเห็นกันบ่อยครั้งก็คือ ดาบิด เด เคอา รับเคราะห์กรรมอยู่คนเดียว

     เสียไปสองประตูช่วงนาทีที่ 70 กว่าๆเกือบ 80 ถามว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนสามารถทำได้มั้ย ? ผมเชื่อว่าแฟนๆยังไม่เดินออกจากสนามเหมือนในวันนี้ ผมเชื่อว่าจะไม่มีเสียงโห่ออกมา



     เอ้อ แล้วเสียงโห่ที่ว่านั่นน่ะเกิดขึ้นก่อนจะเสียประตูแรกด้วยนะครับหากสังเกตุกันในจังหวะครองบอลของ "ปีศาจแดง" ที่จ่ายไปมาแต่ไม่สามารถเปิดเกมรุกเข้าใส่ได้

     มันคือสิ่งที่แฟนๆแสดงออกมาตลอดเวลาว่าพวกเขาต้องการเกมรุก และเป็นรุกที่รุกมากๆด้วย ไม่ใช่การมานั่งรอเวลาอะไรแบบนี้ มันกลายเป็นกลิ่นอายเดิมๆได้หายออกไปหมดแล้ว หมดแบบสนิทเลยจริงๆ

     หากใครเป็นสาวกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงจะเห็นเพจแฟนในบ้านเราแชร์รูปทีมที่มีทั้ง จอห์น โอเชีย, ราฟาเอล, ฟาบิโอ, เวส บราวน์, ดาร์รอน กิ๊บสัน ลงสนามพร้อมกันในเกมพบกับ อาร์เซน่อล ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งผลที่ออกมานั้น "ปีศาจแดง" เอาชนะไป 2-0 ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน



     หมดแล้วจริงๆล่ะครับกับสไตล์บุกตะลุย 'เดินหน้าแล้วฆ่ามัน' ในเมื่อฟุตบอลสมัยใหม่ในความคิดของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำเพื่อเน้นไม่แพ้ไว้ก่อนแต่พลาดทีก็สามารถมีข้อแก้ตัวมาได้เสมอ

     นี่คือสิ่งที่ตอนนี้แฟนๆของ ยูไนเต็ด จะต้องอดทนกันต่อไปพร้อมๆกับความสำเร็จในถ้วยใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ห่างออกไปเรื่อยๆ

     ตอนนี้ทางบอร์ดบริหารทั้งหลายคงจะไม่รู้สึกตัวกันหรอกครับเพราะเรื่องฐานะทางการเงินพวกเขาก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไร ผลงานในลีกก็น่าจะติด 1 ใน 4 คว้าตั๋วลุย แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าได้ปกติ เงินก็ไหลมาเทมาแบบไร้ข้อกังวลอยู่แล้ว



     ถึงขนาดยอมจ่ายค่าเหนื่อย อเล็กซิส ซานเชซ ที่ปัจจุบันทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เลย 5 แสนปอนด์ (เผลอๆมากกว่านั้น) ต่อสัปดาห์ได้เนี่ยก็ถือว่าร่ำรวยมหาศาลแล้วล่ะครับ

     เพราะเมื่อเทียบคนอื่นๆอย่าง เนย์มาร์ ไอ้หมอนั่นก็ทั้งยิงทั้งแอสซิสต์ให้กับ เปเอสเช ได้ตลอดถึงแม้มาตรฐานลีกจะต่ำกว่า หรือแม้แต่พวกค่าเหนื่อยแพงๆของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ ก็ยิงเรื่อยๆมาเรียงๆ
 
     ซึ่งถ้าหากแฟนๆของ Cheerball คนไหนชอบลุ้นเรื่อยๆ สบายๆ แบบมั่นคงและไว้ใจได้ในความเป็นมืออาชีพแนะนำเลยครับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbobet หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

pic : zimbio
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น