ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : หมองูตายเพราะงู

คุยกันหลังเกม : หมองูตายเพราะงู

อัพเดตเมื่อ : May 20, 2018 3:39am โดย : เค.เค.

     จู่ๆสุภาษิตคำพังเพยก็แว้บเข้ามาในหัวของผมหลังจากจบเกมรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ได้ไม่นานกับ 'หมองูตายเพราะงู' เพราะรูปเกมที่ออกมามันกลายเป็นว่า เออนี่แหละคือแผนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ชอบใช้บ่อยๆนี่หว่า

     เกมรอบชิงชนะเลิศถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดนี้มันเป็นแบบนั้นเลยครับ ซึ่งผมก็เชื่อว่าสาวกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะเดจาวูอยู่หน่อยๆ



     เชลซี ของ อันโตนิโอ คอนเต้ วันนี้มาด้วยแผนเก่งอย่าง 3-5-2 ซึ่งผมเชื่อว่าแผนนี้แจ่มมากๆ และมันคือแทคติคที่ผมคิดว่าดีที่สุดสำหรับ "สิงโตน้ำเงินคราม" แล้ว

     เริ่มเกมมาแน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างหยั่งเชิงไม่กล้ามีใครเปิดหน้าแลกแบบสุด ทั้งสองทีมพยายามเน้นลูกจังหวะสวนกลับกันมากกว่าและก็เป็นทางฝ่าย "สิงห์บลูส์" ที่ทำสำเร็จ



     จังหวะที่ เอแด็น อาซาร์ หลุดเข้าไปต้องยอมรับเลยครับว่าดาวเตะชาวเบลเยี่ยมเก๋าจริงๆครับเล่นซะ ฟิล โจนส์ เสียผู้เสียคนเสียดีกรีปราการหลังทีมชาติอังกฤษไปฟุตบอลโลกเลยทีเดียว

     จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจครับว่าทำไม โจนส์ ถึงตัดสินใจเสียบสกัดจังหวะนั้นเพราะในความคิดของผมมันไม่สมควรซักเท่าไร

     ส่วนจังหวะจุดโทษก็ต้องยอมรับอีกล่ะว่า อาซาร์ ยิงได้เหนือชั้น นิ่ง และ คมกริบ เอามากๆ



     หลังจากนั้นรูปเกมก็เป็นฝ่าย "ปีศาจแดง" ที่พยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ตลอดแต่มันก็กลายเป็นภาพชินตาแล้วล่ะมั้ง ที่ไม่ว่าจะพยายามโหมบุกกระหน่ำซักเท่าไร จังหวะเด็ดขาดจังหวะสุดท้ายมันดูแย่ไปหมด

     โดยเฉพาะกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ยิ่งเล่นยิ่งน่าผิดหวัง เขาอุตส่าได้รับโอกาสลงสนามเกมใหญ่อย่างนี้แต่กลับกลายเป็นว่าทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยแม้แต่น้อย

     เกริ่นไปถึง แรชฟอร์ด แล้วจะว่าไปเกมรุกของ "ปีศาจแดง" ทั้งหมดนั่นแหละครับที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยทั้ง อเล็กซิส ซานเชซ, เจสซี่ ลินการ์ด หรือแม้แต่ห้องเครื่องอย่าง พอล ป็อกบา



     ตัวปั้นเกมอย่าง ป็อกบา ควรที่จะสามารถปั้นน้ำให้เป็นตัวได้เหมือนๆกับคนก่อนหน้าไม่ว่าจะ พอล สโคลส์ หรือ ไมเคิ่ล คาร์ริค แต่มิดฟิลด์ชาวเฟร้นซ์ในเกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ไม่คู่ควรกับค่าตัว 89 ล้านปอนด์

     อีกทั้งการแก้เกมของ มูรินโญ่ มาช้าเกิดคาดเหมือนกันนะครับเพราะกว่าเขาจะเปลี่ยนตัวก็ปาไปนาทีที่ 73 แล้ว ซึ่งถ้าหากไวกว่านี้รูปเกมมันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้

     การลงสนามมาของ โรเมลู ลูกากู กับ อ็องโตนีย์ มาร์กซิยัล มันสามารถเปลี่ยนมิติในเกมรุกได้เหมือนกัน



     มาร์กซิยัล สามารถเลี้ยงกินตัวได้ชัดเจนกว่า แรชฟอร์ด รวมถึง ลูกากู ที่พักบอลเก็บบอลเอาไว้ได้ดีกว่า

     ไหนจะ ฆวน มาต้า ที่กว่าจะตัดสินใจเปลี่ยนลงสนามก็นาทีที่ 87 เข้าไปแล้ว ซึ่งนักเตะอย่าง มาต้า ไม่น่าจะสามารถพลิกเกมอะไรได้หรอกครับเพราะ มาต้า นี่คือนักเตะแบบต้องใช้เวลาในการขับเคลื่อนเกมอยู่เหมือนกัน

     แต่ก็นั่นแหละครับ ไม่ว่าจะส่งใครมาในนาทีที่ 87 มันก็มีน้อยคนที่สามารถพลิกเกมการแข่งขันได้



     อย่าลืมนะครับว่าแผงหลังของ เชลซี ในฤดูกาลนี้ไม่ได้มีเกมรับที่แข็งแกร่งดุจหินผาอะไรมากมายเพราะว่าพวกเขาเสียไปถึง 38 ลูกแตกต่างจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เสียไปเพียง 28 ลูก

     สุดท้าย คอนเต้ กลับสามารถรีดเร้นฟอร์มของลูกทีมออกมาได้อย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะในเกมรับที่สามารถยืนแพคกันได้หนาแน่น อีกทั้งทาง "ปีศาจแดง" ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วย



     แชมป์นี้ของ คอนเต้ ก็ถือว่าคู่ควรนะครับ เพราะนับตั้งแต่ต้นฤดูกาลเราก็ได้เห็นปัญหาอะไรหลายๆอย่างที่ถาโถมเข้าใส่กุนซือชาวอิตาเลี่ยนมาโดยตลอด จนหลายคนคิดว่าจะมีการเล่นไล่โค้ชจากทางฝั่ง เชลซี อีกหรือ

     ซึ่งถ้วย เอฟเอ คัพ ในครั้งนี้เท่าที่ผมมองนั้นก็ถือว่าบรรดาขุนพล "สิงโตน้ำเงินคราม" ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในเรื่องแทคติค

     คู่ควรแล้วครับเอาจริงๆ

     สำหรับใครที่อยากลองทุ่มเทแต่ยังกล้าๆกลัวๆล่ะก็ต้องลองนี่เลยครับ Sbobet777 เว็บไซด์ที่มีโปรโมชั่นเด็ดๆมาให้คุณตลอดเวลาแถมยังได้พบกับทีมงานมืออาชีพที่ไว้ใจได้ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@sbobet-777 หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น