ข่าว ข่าวฟุตบอล
คุยกันหลังเกม : อึดอัด อึดอัด และ อึดอัด

คุยกันหลังเกม : อึดอัด อึดอัด และ อึดอัด

อัพเดตเมื่อ : July 11, 2018 3:55am โดย : เค.เค.

     เมื่อเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้วก็พอจะเข้าใจได้ล่ะครับว่าต่างฝ่ายต่างต้องการรัดกุม และเล่นแบบเน้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

     ผมดูแล้วอึดอัดนะ ค่อนข้างอึดอัดเลยในเกมระหว่าง ฝรั่งเศส พบกับ เบลเยี่ยม

     ฝั่งหนึ่งก็มีความผิดหวังใน ยูโร 2016 ที่แบกอยู่บนบ่ามาเพราะพวกเขาได้เป็นเจ้าภาพแต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนๆได้


     ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็แบกความหวังด้วยคำว่า 'ยุคทอง' เอาไว้และอาจจะเป็นยุคทองที่ไม่เคยประสบความสำเร็จในรายการจะดับเมเจอร์เลยก็เป็นได้ ซึ่งอันนี้ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

     การปรับวางหมากของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ในเกมนี้ก็คือการส่ง มุสซ่า เด็มเบเล่ ลงสนามแทนโดยเอา นาเซอร์ ชาร์ดลี่ ไปเล่นแบ๊คขวาแทนที่ของ โทมัส มูนิเยร์ ที่น่าจะมีอาการบาดเจ็บเพราะเขาไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรอง

     เข้าใจได้ครับในการเอา เด็มเบเล่ ลงสนามมาซึ่งผมคิดว่า มาร์ติเนซ น่าจะเอามาชนพวก พอล ป็อกบา, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ แบรส มาตุยดี้ ทว่าสิ่งที่เขาคิดไว้มันดันไม่เป็นดั่งหวัง


     3 มิดฟิลด์ดังกล่าวของฝรั่งเศสแข็งโป๊กจริงๆให้ตายเถอะ พวกเขาเล่นสอดประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยมและลงตัว บวกกับสองปีกความเร็วจัดทั้ง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ อ็องตวน กรีซมันน์ ที่ทำให้หลังของ เบลเยี่ยม ระส่ำได้ทุกเมื่อ

     การดัน มารูยาน เฟลไลนี่ ขึ้นไปด้านบนมากกว่าเดิมคอยปะทะกับ 3 ทรีโอ้มิดฟิลด์ "ตราไก่" และมีลุ้นในจังหวะโยนเข้ากลางกลับกลายเป็นว่าหลังฝรั่งเศสเองก็สามารถจัดได้อยู่หมัด

     จะสังเกตุได้เลยว่า โรเมลู ลูกากู เหมือนไม่ได้ลงสนามให้กับ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เลยนะครับ บอลไปถึงหัวหอกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น้อยมากๆ


     และสิ่งที่ค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับ เบลเยี่ยม ในเกมนี้ก็คือการเสียประตูจากลูกโด่ง

     จังหวะที่พวกเขาเสียประตูนั้นจะสังเกตุได้ว่า โทบี้ อันเดอร์ไวเรลด์ ตามทิศทางการวิ่งของ ซามูเอล อุมตีตี้ ไม่ทันจนกลายเป็นเรื่อง

     ปราการหลังจาก บาร์เซโลน่า โฉบเข้ามาโหม่งได้ก่อน เฟลไลนี่ ซึ่งกว่าที่มิดฟิลด์หัวฟูจะรู้ตัวก็ช้าเกินไปแล้ว


     อันเดอไวเรลด์ กับ เฟลไลนี่ ไม่ใช่ไก่กาในลูกโด่งหรอกครับ ช็อตนี้ต้องขอชมเลยกับการฝึกซ้อมและทำงานอย่างหนักของขุนพล "ตราไก่" ในจังหวะเซ็ตพีชแบบนี้

     มันเป็นจังหวะที่ซ้อมกันมาแน่นอนครับ เพราะที่ผ่านๆในเกมกับ บราซิล เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า เฟลไลนี่ ยืนคุมโซนเสาแรกในจังหวะลูกเตะมุมอยู่ตลอด ซึ่งส่วนใหญ่แกก็เก็บกินนั่นแหละ

     ฝรั่งเศส ทำได้แล้วครับ พวกเขาทำได้แต่ เบลเยี่ยม ทำไม่ได้


     การส่ง ดรีส์ เมอร์เทนส์ ลงสนามมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก การเปิดเข้าไปกลางแทบจะกดดัน ฝรั่งเศส ไม่ได้เลยแม้พวกเขาจะมีทั้ง ลูกากู และ เฟลไลนี่ ก็ตาม

     สุดท้ายกลายเป็นว่า มาร์ติเนซ ก็ทิ้งใบสุดท้ายจนกลายเป็นไม่ได้อะไรเพราะการส่ง ยานนิค เฟร์เรย์ร่า การ์รัสโก้ ลงสนามมาพยายามจะใช้ลูกบนพื้นมันไม่ช่วยอะไรเพราะแผงมิดฟิลด์ทั้ง 3 รายของ "ตราไก่" ยังคงทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

     แถม เดชองส์ ยังส่ง สตีเวน เอ็นซ็องซี่ ลงสนามไปแพคแดนกลางอีก และแม้ว่า มาตุยดี้ จะเจ็บไปแต่ โคเรนติน โทลิสโซ่ ลงสนามมาก็ไม่ได้ทำรูปกระบวนเสียหายในช่วงท้ายแต่อย่างใด


     สุดท้ายเกมระดับบิ๊กแมตช์ที่ทั้งสองฝ่ายแทบไม่ได้โชว์ความผิดพลาดของตัวเองออกมาก็ตัดสินด้วยจังหวะเพียงเสี้ยววินาที

     ถึงแม้เกมจะอึดอัด กดดัน แต่ดูรูปเกมโดยรวมแล้วคงต้องบอกล่ะครับว่า "ตราไก่" นี่แหละเหมาะสมแล้วกับการผ่านเข้าไปไล่ล่าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ของพวกเขา

     สำหรับใครที่อยากจะไล่ล่าความสำเร็จและลองอะไรใหม่ๆที่ไม่จำเจล่ะก็ขอแนะนำ mysbobet มีทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการเพียงแค่ติดต่อที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-117

pic : zimbio
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น