ข่าว ข่าวฟุตบอล
รวมเหตุการณ์ความรู้สึก "เหยียดผิว-เชื้อชาติ" แวดวงลูกหนัง...

รวมเหตุการณ์ความรู้สึก "เหยียดผิว-เชื้อชาติ" แวดวงลูกหนัง...

อัพเดตเมื่อ : July 24, 2018 10:09pm โดย : นับหนึ่ง.

     แม้โลกจะมีการพัฒนาไปไกลในหลายๆด้าน.... แต่ส่วนของสภาพความคิดและจิตใจของบุคคลบางกลุ่มกลับไม่เคยพัฒนาเลย โดยเฉพาะการ "เหยียดผิว-เชื้อชาติ" ที่มักจะเกิดขึ้นในหลายๆสังคมและล่าสุดแวดวงลูกหนัง เมซุต โอซิล ก็อ้างว่าได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวจนตัดสินใจต้องอำลาทีมชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้ทางเราก็ขอนำเหตุการณ์เก่าๆของการเหยียดผิวในฟุตบอลและบทสัมภาษณ์ความรู้สึกบางส่วนให้ได้อ่านกันครับ...

-ดาเนี่ยล อัลเวส กินกล้วย

     ย้อนกลับไปในปี 2014 ทางด้าน ดาเนี่ยล อัลเวส แบ็กขวาตัวเก๋ายังคงค้าแข้งอยู่กับ บาร์เซโลน่า โดยเกมระหว่างการเจอกับ บียาร์เรอัล ถูกแฟนบอลปากล้วยลงมายังสนามขณะเตรียมเตะมุม ซึ่งผลไม้ชนิดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดผิวชาติพันธ์ ก่อนที่ผู้เล่นรายดังกล่าวจะสร้างเสียงฮือฮาด้วยการกินกล้วยใบนั้นเข้าไปแบบโนสนโนแคร์นั่นเอง


     จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ "เรือดำนํ้าสีเหลือง" ถูกปรับ 12,000 ยูโร ขณะที่คนแวดวงลูกหนังยังออกมารณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิวด้วยการแชะภาพถ่าย "กินกล้วย" กันอย่างล้นหลามอีกด้วย

    "ทุกแรงสนับสนุนมันสร้างความประหลาดใจให้ผมไปเลย สิ่งที่ผมทำมันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองไปเอง ผมไม่ได้คิดถึงผลกระทบที่ตามมาเลยนะ" อัลเวส ให้สัมภาษณ์หลังมีการรณรงค์เกิดขึ้น

-แฟนบอล "สิงห์บลูส์" ห้ามชายผิวดำขึ้นรถไฟ
 

     เหตุการณ์นี้นับเป็นอีกเรื่องที่โด่งดังมากในปี 2015 ก่อนเกมที่ เชลซี จะต้องเจอกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย แฟนบอลของ "สิงห์บลูส์" เกิดอาการระหํ่าปฏิเสธชายผิวสีห้ามขึ้นรถไฟด้วยการผลักกลับไปยังด้านนอกขบวนรถ ทั้งยังร้องเพลงด้วยว่า "พวกเราคือพวกเหยียดผิว พวกเราคือพวกเหยียดผิวและพวกเราชอบมันซะด้วย"

     โดยหลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นทางสโมสรแดนลอนดอนได้ออกมาประณามการกระทำของแฟนบอลกลุ่มดังกล่าวด้วยเช่นกันและมีรายงานว่าศาลฝรั่งเศสพิพากษาจำคุกแฟนบอล 4 ราย พร้อมทั้งปรับเงินเพิ่มเติมอีก 10,000 ยูโรด้วยกัน


    "ฟังนะ แผลของผมมันถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ผมรู้สึกดีขึ้นแล้ว แต่คุณก็รู้ปัญหาคือผมมีบาดแผลและครอบครัวของผมก็เจ็บปวดเหมือนกัน ลองจินตนาการดูว่าคุณมีลูก 7 ขวบ ที่เติบโตกับพวกเหยียดผิวดูสิ มันเลวร้ายจริงๆ" ซูเลย์มาน ซิลล่า เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกล่าวความรู้สึกที่ฝังลึก แม้เวลาผ่านไป 1 ปีแล้วก็ตาม

    "แม้ผมจะเติบโตกับมันมาได้ แต่ลูกของผมล่ะ? ตอนที่เขาพูดกับเพื่อนที่โรงเรียนแล้วกลับมาบอกพวกเราว่า 'พ่อ เด็กที่โรงเรียนหัวเราะใส่ผม เพราะพวกเขาบอกว่าพ่อโดนผลัก' สิ่งนั้นมันฝังอยู่ในหัว? ผมรู้สึกว่ามันแย่มาก"

    "คนเหล่านี้ไม่ใช่ตัวแทนฟุตบอลหรอก คนพวกนี้ก็แค่ตัวแทนของความเกลียดชังและเหยียดคนอื่นก็เท่านั้น"


-การเหยียดผิวในฟุตบอลสวีเดน


     ช่วงปี 2009 แฟนบอล โกเตบอร์ก ได้ทำการดูหมิ่นแฟนบอลคู่แข่งอย่าง มัลโม่ ด้วยการอ้างคำว่า "Roseng?rdstattare" ซึ่งในความหมายของการเหยียดเชื้อชาติคือการอ้างถึงผู้อพยพจำนวนมากที่อยู่ในเมือง มัลโม่ นั่นเอง ขณะที่แฟนบอลของ เฮลซิงบอร์ก ยังได้โห่ร้องตะโกนเหยียดใส่ผู้เล่นคู่แข่งผิวสีอีกต่างหาก

-ซัวเรซ โดนแบน 8 นัด

     ย้อนไปในวันที่ 15 ตุลาคม ปี 2011 หลุยส์ ซัวเรซ ผู้เล่นของ ลิเวอร์พูล ได้เคยถูกกล่าวหาว่าเหยียดผิวใส่ ปาทริซ เอวร่า นักเตะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ต้องสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

     กระทั่งวันที่ 20 ธันวาคม "เอฟเอ" ได้ออกมาประกาศลงโทษแข้งชาวอุรุกวัยด้วยการปรับ 40,000 ปอนด์และแบนจากการแข่งขันถึง 8 เกมด้วยกัน โดยตามการรายงานอ้างว่า ซัวเรซ ใช้คำว่า "negrito" ต่อ เอวร่า ซึ่งมีความหมายว่า "ไอ้ผิวดำตัวน้อย"  ในภาษาสเปนนั่นเอง

-บาโลเตลลี่ หนึ่งในแข้งโดนเหยียดผิวมากที่สุด



     เดือนเมษายน ปี 2009 มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าของ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งเป็นนักฟุตบอลอิตาเลี่ยนเชื้อสายกาน่าถูกเหยียดผิวจากแฟนบอล ยูเวนตุส ส่งผลให้มีบทลงโทษด้วยการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมในบ้าน 1 นัด

     ขณะที่ศึก ยูโร 2012 ระหว่างการลงเล่นให้กับ "อัซซูรี่" ทางด้าน บาโลเตลลี่ ต้องตกเป็นเหยื่อของการเหยียดผิวอีกครั้ง หลังแฟนบอลตะโกนเหยียดระหว่างเกมเจอกับ สเปน

    ยังไม่พอหลังจากการย้ายจาก เอซี มิลาน ไปโยกซบ "หงส์แดง" ในปี 2014 เขายังตกเป็นเป้าหมายของข้อความเหยียดหยามบนโซเชียลมากกว่า 8,000 โพสต์ทีเดียว

    "ในบางสนาม ผู้คนร้องว่า 'มันไม่มีชาวอิตาลีผิวดำหรอก' แต่ผมก็ยืนยันแล้วว่ามันตรงกันข้าม แม้ผมจะกลายมาเป็นชาวอิตาเลี่ยนครั้งแรกตอนอายุ 18 ปีตามกฎหมาย" บาโลเตลลี่ ให้สัมภาษณ์

    "มันไม่ใช่กฎหมายที่ดีนัก บางทีมันอาจเป็นเพราะว่ากฎหมายนี้ด้วยที่บางคนมองว่าคนผิวดำนั้นแตกต่าง เป็นปมด้าย เป็นจุดที่ผิดพลาดในรูปภาพถ่ายของทีม"

    "ถ้าผมเกิดเป็นคนขาวคงจะเจอปัญหาน้อยกว่า บางทีผมอาจจะยังมีทัศนคติที่แย่บนสนาม แต่พวกเขาจะให้อภัยผมได้เร็วขึ้น"

    " อิตาลี ไม่ใช่ประเทศเหยียดผิวหรอก แต่มันมีพวกเหยียดผิวอยู่ที่นั่นก็เท่านั้น"


-ตำนานก็โดนด้วย


     โรแบร์โต้ คาร์ลอส อดีตดาวเตะ เรอัล มาดริด ก็ไม่รอดเคยโดนเหยียดผิวมาแล้วเช่นกันสมัยค้าแข้งกับ อันจิ มาคัชคาล่า ช่วงปี 2011 ซึ่งระหว่างการบุกไปเจอกับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก แฟนบอลฮูลิแกนได้ถือกล้วยไว้ใกล้ๆกับเขา ซึ่งถือเป็นความประพฤติที่น่าอับอายอย่างมาก

    "ผมรู้สึกแย่จริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นความประหลาดใจที่น่ารังเกียจและผมหวังว่าเจ้าหน้าที่ฟุตบอลรัสเซียจะจัดการกับบุคคลนั้นและลงโทษซะ" คาร์ลอส เผยความรู้สึก

    "ผมเคยชินกับการไม่มีเส้นแบ่งแยกเชื้อชาติในฟุตบอล ซึ่งรัสเซียก็ไม่ควรเป็นข้อยกเว้นด้วย"


-สะกดอารมณ์ทนไม่ไหว

     กลับมาในปี 2013 ทางด้านกองกลางคนดังอย่าง เควิน พรินซ์ บัวเต็ง ที่กำลังค้าแข้งกับ เอซี มิลาน ก็มาโดนเหยียดผิวเช่นกัน โดยเกมการแข่งขันอุ่นเครื่องกับ โปร พาเตรีย แม้จะผ่านพ้นไปเพียง 26 นาทีเท่านั้น แต่ทางด้านนักเตะรายดังกล่าวได้หยุดเล่นและเตะบอลตรงไปยังสแตนด์เชียร์ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากสนามไป หลังต้องทนทุกข์กับเสียงตะโกนเหยียดผิวมาตั้งแต่เริ่มแมทช์การแข่งขัน

    สุดท้ายไม่มีการแบ่งแย่งเหยียดชนชั้นแน่นอนกับ Mysbo99 ชื่อนี้รับประกันความสนุกไปทุกหย่อมหญ้า บริการดุจญาติพี่น้อง สนใจแอดกันได้ที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177

Credit Pic : complex, Business Insider, afp, R7, Zimbio, AC Milan
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น