ข่าว ข่าวฟุตบอล
สถานการณ์ไทยลีกทำไมคนดูในสนามถึงหดหาย ?

สถานการณ์ไทยลีกทำไมคนดูในสนามถึงหดหาย ?

อัพเดตเมื่อ : August 08, 2018 1:10am โดย : เค.เค.

เรามานั่งจับเข่าคุยกันดีกว่าครับถึงสถานการณ์ของ โตโยต้า ไทยลีก ที่ตอนนี้กำลังจะเบรคการแข่งขันเพื่อรองรับทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปีไปโม่แข้งศึก เอเชี่ยนส์เกมส์ ที่ อินโดนีเซีย ราวๆ 1 เดือน

ก่อนหน้านั้นการแข่งขันลีกภายในสยามประเทศนั้นเป็นที่นิยมและ "บูม" มากๆทั้งจากกระแสตื่นตัวของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี ที่สร้างความตื่นตัวในแง่ของทีมประจำจังหวัด

หรือ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ปลุกกระแสความเป็นทีมลุคดูเนี๊ยบ เมื่อมองดูแล้วมีการจัดการอย่างมืออาชีพ พร้อมกับเป็น "เจ้าบุญทุ่ม" ในหลายๆเรื่องทั้งการสร้างสนามหรือซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาสู่ทีม


ในศึกใหญ่ๆระดับ 5 กระโหลกสมัยนั้นมีกระแสออกมาตลอดเวลาว่าแฟนๆต้องแหกขี้ตาตื่นตีสี่ตีห้าเพื่อไปเข้าคิวต่อแถวซื้อตั๋วเพื่อโอกาสที่จะเข้าไปชมทีมรักไล่บี้กับคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อด้วยอารมณ์พุ่งพล่านทะลุจุดเดือด

การโคจรมาเจอกันของทาง บุรีรัมย์ - เมืองทอง, ชลบุรี - บุรีรัมย์ หรือ เมืองทอง - ชลบุรี มันกลายเป็นเกมที่เคยมีข่าวออกมาว่า 'ตั๋วผี' ที่ขายอยู่หน้าสนามราคาทะลักไป 1-2 พันบาทไทย

ไม่ใช่แค่เฉพาะในรายของทีมระดับท็อปๆเท่านั้นที่คนทะลุจุดเดือดแต่ยังรวมไปถึงทีมเฉกเช่น สงขลา ที่เคยทำสนามติณสูลานนทร์แตกมาแล้ว


พอสโมสรบูมทีมชาติเลยกระฉ่อนตาม ผมจำได้เลยยุคที่ วินเฟรด เชฟเฟอร์ นำขุนพล "ช้างศึก" ทีมชาติไทยลงสนามในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ถ้าจำไม่ผิดปี 2012 เหล่าแฟนบอลต่างตามหาตั๋วนัดชิงชนะเลิศที่สนามศุภชลาศัยเปรียบเสมือนดั่งทองคำ และวันวานในวันนั้นก็ทำให้ศุภชลาศัยกลับมาแตกได้อีกครั้ง

สิ่งที่ผมกล่าวๆไปเวิ่นเว้อ ยืดยาวแบบนั้นส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความ "คิดถึง" บรรยากาศแบบนั้นด้วยแหละครับ

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยติดตามฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนาน และก็อยู่ในช่วงยุคที่บูมขั้นสุดอย่างที่เคยกล่าวมา ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยแหกขี้ตาตื่นตีสี่ตีห้าเพื่อไปหาบัตรชมฟุตบอลไทยคู่หยุดโลกในตอนนั้นเหมือนกัน

จนมาปัจจุบันผมเองก็มานั่งคิด วิเคราะห์ และแยกแยะถึงเหตุผลต่างๆนาๆว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตัวเองไม่ได้เข้าสนามชมเกมฟุตบอลไทยระดับสโมสรเลย ซึ่งก็น่าจะราวๆเกือบปีแล้วมั้งครับ

อันนี้คือเหตุผลส่วนตัวของผมซึ่งอาจจะไปตรงกับคนอื่นๆรึเปล่าไม่รู้เหมือนกันนะครับ ซึ่งใครมีเหตุผลอะไรก็คอมเมนท์พูดคุยกันได้


1. เรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆที่เพิ่มสูงขึ้น เพิ่มมากจนเกินรับไหวเหมือนกันครับบางทีทั้งในเรื่องของค่าตั๋วที่พุ่งสวนทางกับยอดคนดูมันทำให้ตัวผมเองค่อนข้างตกใจ และว่ากันตามตรงนี่อาจจะเป็นเหตุผลหลักของตัวเองก็ได้เพราะการเดินทางไปเชียร์ทีมรักนั้นมันก็ต้องมีทั้งค่าเดินทาง ค่ากินต่างๆรวมอยู่ด้วย ซึ่งมันไม่ใช่ในยุคที่ผมเคยจ่าย 80 บาท 120 บาท หรือ 150 บาท เพื่อเข้าชมเกมการแข่งขันอีกต่อไป ในเมื่อรายได้ที่เข้ามามันไม่สามารถหักลบและยอมจ่ายได้ในราคาตั๋วที่เพิ่มขึ้นก็เลยทำให้ตัดสินใจไม่ไปดีกว่า

อีกทั้งต้องยอมรับด้วยว่าการดูถ่ายทอดสดในโทรทัศน์มันง่ายและสะดวกกว่าเดิมเพราะ 'ทรู' ได้รับลิขสิทธิ์ไปซึ่งก็มีการนำออกมาฉายในช่องฟรีทีวีอ่าง "True4u" อยู่บ่อยครั้งและก็เป็นคู่ที่น่าสนใจ

2. ผลงานของทีมที่ขึ้นๆลงๆตามสภาพ อันนี้ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะบ้านเราไม่ได้มีวัฒนธรรมในการไปดูหรือไปเชียร์ฟุตบอลในทุกๆอาทิตย์อย่างที่เราได้เห็นในการถ่ายทอดสดลูกหนังระดับยุโรปที่แฟนๆจะเข้ามารับชมเกมกันอย่างหนาตาอยู่ตลอดในทุกๆนัด ใช่ครับจะว่าสิ่งเหล่านี้คือวัฒนธรรมของพวกเขาก็เป็นได้แต่ถึงอย่างนั้นถ้าหากทีมฟอร์มไม่ดีใครล่ะอยากจะเข้ามาชมเกม ?

เมื่อลองเปรียบเทียบกับโซนยุโรปทีมอย่าง ซันเดอร์แลนด์ นี่ก็ค่อนข้างโล่งนะครับในช่วงหลังๆก่อนพวกเขาจะตกชั้นเพราะอะไร ? เพราะผลงานด้วยส่วนหนึ่งนั่นแหละ หรือระดับยักษ์หลับทั้ง อินเตอร์ มิลาน และ เอซี มิลาน ที่สนาม ซาน ซิโร่ ใหญ่ก็จริงแต่บางครั้งภาพที่ออกมาก็ค่อนข้างว่างมากๆเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับยุคทองของทั้งสองสโมสรในช่วงต้น 2000 จะเห็นถึงความแตกต่างที่ชัดเจน

อันนี้คือเหตุผลหลักๆส่วนตัวของผมเองกับการห่างสนามฟุตบอลไทยไป ซึ่งผมอาจจะเป็น "คนหมู่น้อย" รึเปล่าไม่แน่ใจแต่ตัวเลขและสถิติที่ออกมามันก็ลดลงอย่างน่าใจหาย


ทางเว็บไซด์ 'SMMsport' เคยรายงานตัวเลขผู้เข้าชม ไทยลีก ในฤดูกาลนี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมามาว่าลดลงอย่างน่าใจหาย

ในนัดแรกนั้นมียอดคนดูรวมเกือบๆจะ 5 หมื่นคนทว่าพอมาถึงนัดที่ 12 ทางสื่อยักษ์ใหญ่วงการกีฬาอย่าง 'Siamsport' ก็เผยตัวเลขที่น่าใจหายก็คือมีแฟนบอลเข้าชมทุกสนามรวม 32,855 คนเท่านั้น

ถามว่ามันเสี่ยงต่อผลกระทบในฟุตบอลไทยตอนนี้มั้ย ? ผมว่าถ้าตอนนี้จริงๆ ยังนะครับ จะมีกระทบก็แค่ทีมระดับเล็กๆแต่ระดับใหญ่น่าจะไม่มีปัญหาถึงขนาดถอยหลังลงคลอง

รายได้จากสโมสรคือสเปอเซอร์ที่เข้ามาและดูแต่ละสโมสรระดับบิ๊กๆพวกเขาเองก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในเรื่องของผู้สนับสนุน แต่สุดท้ายแล้วสโมสรเองก็จำเป็นจะต้องมีกำไร และกำไรดังกล่าวส่วนใหญ่แล้วก็มาจากแฟนบอลนี่แหละครับ

คุณเนวิน ชิดชอบ เพิ่งจะออกมาเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงแฟนบอลทุกคนผ่านเพจหลักของสโมสรบุรีรัมย์เกี่ยวกับเรื่องยอดผู้เข้าชมเหมือนกันซึ่งผมขอหยิบเอาข้อความ 'ส่วนหนึ่ง' และ 'บางส่วน' มาให้ได้อ่านกัน


"วันนี้ หลายๆ สโมสร แม้หัวใจยังคิดสู้ แต่กำลังทรัพย์ที่ร่อยหรอ บางสโมสรมีความคิดเรื่องถอนทีมเพราะถอดใจ ผมได้ยินมาว่า จาก 122 ทีม ในปีนี้ อาจจะเหลือ 100 ทีม ในปีหน้า"

"คนทำทีมฟุตบอล ทำด้วยความรัก ทำด้วยหัวใจ เรื่องกำไร ขาดทุน เป็นเรื่องรอง ถ้าไม่ได้กำไร แต่ได้กำลังใจ ก็ยังพอยืนหยัดอยู่ได้ แต่ถ้าขาดทุนทั้งกำลังเงิน และกำลังใจ แฟนบอลไม่เข้าสนาม แล้วยังตามด่าในโลกโซเชียล แบบนี้เรียกว่าขาดทุนทั้งตัว และหัวใจ ไม่มีใครอยากทำต่อแน่ๆ"

"ผมจึงอยากขอเชิญชวนแฟนบอลไทย ที่บอกว่ารักฟุตบอลไทย อยากเห็นฟุตบอลไทยเติบโต เข้ามาชมฟุตบอลในสนามเถอะครับ เข้ามาช่วยกันสร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน และสร้างความเติบโตให้ฟุตบอลไทย"

"ฟุตบอลไทยจะเติบโตไม่ได้เลย ถ้าไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามฟุตบอล"

"ถ้ารักฟุตบอลไทยจริง อย่าทิ้งฟุตบอลไทย"

หากในอนาคตยังเป็นแบบนี้อยู่ก็น่าคิดเหมือนกันว่าฟุตบอลไทยจะเดินไปในทิศทางไหน แต่เชื่อเถอะครับคงไม่ถึงขนาดกลับไปสนามโล่งหรือแจกบัตรฟรีเหมือนแต่ก่อนหรอกครับ

ขนาดประธานสโมสรที่ต้องยอมรับว่ามีเงินถุงเงินถังและเป็นสโมสรใหญ่ที่สุดของประเทศไทยได้ออกมาเขียนจดหมายเปิดผนึกขนาดนี้

มันอยู่ที่ว่าจะฟ่าฟันปัญหาในเรื่องนี้ไปได้ยังไง ไปด้วยวิธีไหน มากกว่าครับ

ส่วนถ้าใครไม่อยากมีปัญหาในเรื่องจุกจิกต่างๆนาๆที่คุ้นเคยล่ะก็ลองเปลี่ยนใหม่มาเป็น Mysbo99 มั้ยครับถ้าหากสนใจล่ะก็ติดต่อเลย ที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177 

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น