ข่าว ข่าวฟุตบอล
กระทิงจะกลับมาดุอีกครั้งในยุคของ เอ็นรีเก้

กระทิงจะกลับมาดุอีกครั้งในยุคของ เอ็นรีเก้

อัพเดตเมื่อ : September 15, 2018 1:43am โดย : เค.เค.

หนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแข้งระดับซูปเปอร์สตาร์ดูเหมือนว่าจะยังคงต้องรอเวลาอีกซักพักในการตื่นขึ้นมาทั้งจากอาถรรพ์แชมป์โลกและปัญหาบางอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้น

ทีมชาติสเปนเคยกลายเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการลูกหนังทั้งในระดับยุโรปและระดับโลก

อย่างที่ทราบกันดีว่าพวกเขาคว้าแชมป์ ยูโร ได้ 2 สมัยติดต่อกันในปี 2008 และ 2012 แถมช่วงขั้นกลางระหว่างนั้นยังสามารถเถลิงบัลลังค์คว้าแชมป์โลก 2010 ได้อีกต่างหาก


ในยุคสมัยดังกล่าวไม่มีใครสามารถเทียบชั้นขุนพล "กระทิงดุ" ได้อีกแล้ว รอยต่อระหว่างกุนซือ หลุยส์ อาราโกเนส สู่ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ นั้นเชื่อมเข้ากันได้อย่างลงตัว

แต่ด้วยระยะเวลาที่ 'อาจจะ' รั้งบังเหียนนานเกินไปสำหรับ เดล บอสเก้ ทำให้ในท้ายที่สุดพวกเขาก็โดนอาถรรพ์แชมป์โลกร่วงตกรอบแรกในครั้งถัดมาจนฟางเส้นสุดท้ายก็เกิดขึ้นใน ยูโร 2016 ที่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปด้วยฝีเท้าของ อิตาลี

การผลัดใบของ สเปน ภายใต้นายใหญ่ที่ชื่อว่า ฆูเลน โลเปเตกี ทำผลงานได้สวยหรูอลังการณ์งานสร้างมากๆเมื่อพวกเขาชนะ 9 เสมอ 1 ไม่แพ้ให้กับชาติไหนเลยในรอบคัดเลือก

แถมยังยิงได้ 36 เสียไป 3 ตลอดการแข่งขัน 10 นัด


โอ้โหนี่มันเต็งจ๋าประจำศึกฟุตบอลโลกชัดๆครับ โลเปเตกี ชื่อชั้นอาจจะไม่ดังแต่ทิศทางการทำทีมชาติของเขาค่อนข้างมั่นคงและแข็งแกร่ง

สิ่งที่น่าเสียดายก็คือเราไม่ได้เห็น "กระทิงดุ" ในแบบที่ทำในรอบคัดเลือกเนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลสเปนฉุนขาดทาง โลเปเตกี ที่ตัดสินใจรับงานซ้อนไปคุม เรอัล มาดริด

การประกาศของ "ราชันชุดขาว" ก่อนศึกฟุตบอลโลกจะระอุขึ้นมันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด สหพันธ์ฟุตบอลสเปน รู้สึกเหมือนกับว่าถูกมองข้าม อารมณ์ประมานไม่เห็นหัวนั่นแหละ

สถานการณ์ต่างๆของ สเปน ไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย จริงอยู่ที่พวกเขาสามารถทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายจากกุนซือรักษาการณ์อย่าง เฟร์นันโด เอียร์โร่ ได้แต่หากดูฟอร์มในรอบคัดเลือกมันควรจะดีกว่านี้ครับ


ไม่ใช่ว่า เอียร์โร่ ไม่ดีแต่สิ่งที่ทีมสร้างมา ทีมที่ ลูเปเตกี เป็นคนเลือกมามันก็ไม่ใช่ว่าใครจะจับมาปรับมาวางได้ มันไม่มีหรอกครับ โค้ชทุกคนย่อมเลือกนักเตะที่ต้องการจะใช้งานซึ่ง เอียร์โร่ ไม่ได้เป็นคนเลือก

อีกทั้งตัวนักเตะเองก็ถูกวางหมาก ฝังแทคติคของ โลเปเตกี เข้าไปแล้วจู่ๆจะมาเปลี่ยนใส่ของ เอียร์โร่ เข้าไปภายในอาทิตย์เดียวมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย

มาในคราวนี้สิ่งที่สหพันธ์ฟุตบอลสเปนเลือกนั้นถามว่าแปลกใจมั้ยที่ หลุยส์ เอ็นรีเก้ เข้ามารับตำแหน่ง ? ก็ไม่นะครับ

เอ็นรีเก้ ทำผลงานกับ บาร์เซโลน่า ได้อย่างไร้ที่ติด้วยสไตล์เดินหน้ายิง เสียเท่าไรยิงคืนมาให้ได้

การตัดสินใจเลือกโค้ชมันย่อมมีการเดิมพันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นสโมสรไหน ชาติไหน และการเดิมพันครั้งนี้ของสหพันธ์ฟุตบอลสเปนมันก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการความสำเร็จกลับคืนสู่ประเทศอีกครั้ง


ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก 2 นัดของสเปนไม่ใช่งานง่ายๆเหมือนกับปลอกกล้วยเข้าปากนะครับเพราะการเจอกับ อังกฤษ และ โครเอเชีย ในช่วงเวลาแบบนี้มันเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เลย

อังกฤษ รั้งตำแหน่งอันดับที่ 4 ของโลกส่วน โครเอเชีย ก็คือรองแชมป์โลกแต่สุดท้าย สเปน ก็ทำเหมือนกันว่าพวกเขานี่แหละเพิ่งคว้าแชมป์โลกมาหมาดๆ

ทีมที่ เอ็นรีเก้ เลือกใช้งานนั้นมีดาวรุ่งหลายคนได้รับโอกาสทั้ง ดานี่ กาบัลลอส, ซาอูล ญีเกซ, มาร์โก อเซนซิโอ, โฆเซ กาย่า และ โรดรี้ เอร์นันเดซ

และนักเตะพวกนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ ซาอูล ที่ฟอร์มสม่ำเสมอกับ แอตเลติโก มาดริด มาตลอดเขาได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงสองนัดติดต่อกันและทำได้ 2 ประตู

จากแต่เดิมในศึกฟุตบอลโลกเขาไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ในตอนแรกการประกาศรีไทร์ของพวกตัวเก๋าทั้ง ดาบิด ซิลบา, เคราร์ด ปีเก้ และ อันเดรส อีเนียสต้า อาจจะสร้างความกังวลนิดๆหน่อยๆแต่ด้วยแทคติคของ เอ็นรีเก้ นั้นก็ดูแล้วไม่น่าจะดังวลอะไร


สิ่งที่แตกต่างและสร้างความประหลาดใจนิดๆด้วยการเมินอดีตศิษย์เก่าที่ บาร์เซโลน่า อย่าง ฆอร์ดี อัลบา และมิดฟิลด์ตัวหลักยุคก่อนหน้าอย่าง โกเก้

รวมไปถึงแทคติคของ เอ็นรีเก้ ที่เหมือนจะเล่นในระบบ 'เฟลส์ 9' หรือว่าไร้ศูนย์หน้าตัวเป้าเนื่องจาก ดีเอโก้ คอสต้า ถอนตัวออกไปกลางคันและแม้ว่า อัลบาโร่ โมราต้า จะติดทีมมาแต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะยังดีไม่พอในสายตา เอ็นรีเก้ เพราะไม่ได้ลงสนามเลย

กลับกลายเป็นว่าแข้งอย่าง โรดริโก โมเรโน่ ที่ได้รับโอกาสลงสนามด้วยการสวมใส่หมายเลข 9 นั้นทำหน้าที่ของตัวเองได้แบบไม่มีเคอะเขิน หอกจาก บาเลนเซีย ซัลโวไป 2 ประตูใน 2 นัดเช่นเดียวกับ ซาอูล ญีเกซ และการตัดสินใจของ เอ็นรีเก้ ก็ดูดีขึ้นตามไปอีก

สองนัดชนะรวดแถมยิงกระจาย มันกลายเป็นว่าบททดสอบที่ดูจะโหดหรรษาพอสมควรแต่ เอ็นรีเก้ กลับทำให้ดูเป็นเรื่องง่ายและแสดง สเปน ในความเป็นตัวตนของเขาออกมาได้ในทันที


อย่างในเกมที่พวกเขาถล่มรองแชมป์โลกอย่าง โครเอเชีย ไป 6-0 นั้นมีการผ่านบอลกันมากกว่า 600 ครั้ง

แถม 6 ประตูดังกล่าวยังมาจากการยิงเข้ากรอบ 7 ครั้งด้วยนะครับ ในเกมนี้มันตอกย้ำถึงความเฉียบคมและเกมรับที่สามารถเก็บคลีนชีทได้อีกครั้งของ ดาบิด เด เคอา ด้วย

ในทุกอย่างตอนนี้ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นการเปิดตัวในฝันของกุนซือเก๋าประสบการณ์อย่าง เอ็นรีเก้ ไปแล้วและก็น่าสนใจว่าบิ๊กบอสสไตล์รุกดุดันรายนี้จะนำ "กระทิงดุ" ตกมันวิ่งไปได้ไกลแค่ไหน

ส่วนถ้าใครยังสนใจในเรื่องของ เอ็นรีเก้ ไม่พอแต่สนใจในเรื่องของความสนุกสนานที่สามารถเฮฮาได้ตลอด 24 ชั่วโมงล่ะก็ขอแนะนำ Sbobet777 ที่พร้อมบริการตลอดไม่แพ้เซเว่นอีเลฟเว่น รับรองง่าย สะดวก รวดเร็ว หากสนใจติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sb หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น