ข่าว ข่าวฟุตบอล
ภาษาชาวบ้านเรียกว่า 'ใบ้แดก'

ภาษาชาวบ้านเรียกว่า 'ใบ้แดก'

อัพเดตเมื่อ : September 20, 2018 5:20am โดย : เค.เค.

ภายหลังจากที่ ลิเวอร์พูล เบียดเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้แบบเหนือๆ 3-2 นั้นมีการเปรียบเทียบกันในเรื่องของศักยภาพระหว่างพรีเมียร์ลีก และ ลีกเอิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแฟนบอลอังกฤษและสื่อจากแดนผู้ดี

แน่นอนครับว่า ลีกเอิง นั้นขาใหญ่ประจำก็คือ เปเอสเช นั่นแหละส่วนทีมอื่นก็ถูกมองว่าส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประดับมาคอยทำให้ดูสวยงามและมีชื่อลุ้นชงลุ้นแชมป์กับเขาบ้าง

โมนาโก เอย, โอลิมปิค ลียง เอย หรือไม่ก็ โอลิมปิค มาร์กเซย

หลักๆก็มี 3 ทีมนี้ล่ะครับที่คอยพยายามถีบตัวเองขึ้นไปต่อกรกับ เปเอชเช ให้ได้ซึ่งสุดท้ายแล้วบทสรุปมันอาจจะเหมือนเดิมก็ตามที


ทว่าฟุตบอลมันก็คือฟุตบอลครับ ทีมที่เหนือกว่าไม่จำเป็นว่าจะต้องชนะเสมอไปและ ลียง ก็ได้แสดงศักยภาพของทีมจาก ลีกเอิง ให้ได้เห็นกันเน้นๆแล้ว

เสียดายเหมือนกันที่ช่วงแรกผมไม่ได้รับชมคู่นี้เนื่องจากตัดสินใจชมเกมระหว่าง ยัง บอยส์ พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งทาง "ปีศาจแดง" ก็ปิดเกมไปตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกแล้ว

พอมาเช็คสกอร์ดูปรากฏว่าเพื่อนร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็สกอร์เดียวกันเป๊ะ เพียงแต่ว่า "เรือใบสีฟ้า" โดนทาง ลียง นี่แหละครับบุกมานำถึง 2-0

ครับตอนนั้นเรียกได้ว่าผมนี่ 'ใบ้แดก' เลย

จริงอยู่ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถูกโทษแบนห้ามคุมทีมข้างสนามต่อเนื่องมาจากฤดูกาลที่แล้วที่เขาตบะแตกวิ่งไปด่าผู้ตัดสินเกมที่ ซิตี้ แพ้ต่อ ลิเวอร์พูล 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย


แต่การมาเจอกับ โอลิมปิค ลียง โดยที่ไม่มี เป๊ป ข้างสนามมันก็ดูไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรกับโคตรทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกอย่าง ซิตี้ เลยแม้แต่น้อยหากเปรียบเทียบในเรื่องของขุมกำลัง

เควิน เดอ บรอยน์ ไม่อยู่แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แบร์นาร์โด ซิลวา ก็เล่นได้แบบไม่เคอะเขินไหนจะ อิลกาย กุนโดกัน ที่เมื่อได้เล่นสม่ำเสมอฟอร์มก็ดีวันดีคืนอีก

หลายเป็นว่ามาช็อตเอาดื้อๆนัดนี้หมดเลยซะงั้น

ผมกลับมาย้อนดูไฮไลต์ครึ่งแรกปรากฏว่า 2 ลูกที่ "เรือใบสีฟ้า" เสียนั้นเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของพวกเขาเองทั้งหมดโดยเฉพาะลูกแรกที่ แฟร์นันดินโญ่ จ่ายบอลพลาดจนทำให้ นาบิล เฟคีร์ หลุดทะลุไปริมเส้นเปิดเข้ามากลางและ ฟาเบียน เดลฟ์ หวดว่าวแบบน่าเขกกะโหลกจริงอะไรจริง


ความเฮงเลยไปตกใส่ เม็กซ์เวลล์ คอร์เน็ต ที่เปลี่ยนโอกาสทองให้เป็นประตูได้สำเร็จ จังหวะการยิงของแข้งวัย 21 ปีรายนี้เฉียบคมดีเหลือเกินครับ มันไม่ได้ทำโอกาสของทีมศูนย์เปล่าไป

หลังจากนั้นไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ดาบิด ซิลบา จะจ่ายบอลพลาดจนโดน นาบิล เฟคีร์ แข้งแชมป์โลกฉกไปยิง และก็ยิงได้เฉียบคมเหมือนกับ คอร์เน็ต เป๊ะๆเลยครับ

ยิงให้ 'หงส์' เขาดูหน่อย เพราะลึกๆแล้วยักษ์ใหญ่แถบ เมอร์ซีย์ ไซด์ อาจจะรู้สึกเสียดายที่ไม่คว้าแข้งรายนี้ไปร่วมทัพ


ใช่ หากคุณสังเกตุถึงความผิดพลาดจนเสียประตูนั้นมันมาจาก 2 มิดฟิลด์ตัวเก๋าที่สุดแล้วในทีม "เรือใบสีฟ้า" นั่นก็คือ แฟร์นันดินโญ่ กับ ซิลบา มันน่าเหลือเชื่อจริงๆครับ

มันเหมือนกับว่าก่อนเกม บรูโน่ เยเนซิโอ นายใหญ่ของ ลียง กำชับอย่างหนักแน่นว่าอย่าพยายามปล่อยโอกาสให้หลุดมือซึ่งพวกเขาก็ทำได้จริงๆ

นี่ตัวผมเองยังแอบเสียดายจังหวะของ เมมฟิส เดปาย ช่วงครึ่งหลังอยู่เลยครับที่ยิงไปเจอซูปเปอร์เซฟของ เอแดร์ซอน ปัดไปชนเสาไม่งั้นพี่แกคงจะมีความสุขมากกว่านี้


เพราะก่อนเกมหากใครติดตามอ่านข่าวก็จะทราบดีว่า เดปาย ประกาศกร้าวเลยว่าเมืองแมนเชสเตอร์ยังคงเป็นสีแดงไม่ใช่สีฟ้าตามที่ ซิตี้ กล่าวอ้าง !

สถิติหลังเกมที่ออกมามันแน่นอนว่า "เรือใบสีฟ้า" ครองบอลมากกว่า มีโอกาสยิงมากกว่าครึ่งต่อครึ่ง พวกเขายิงเข้ากรอบไป 8 ครั้ง ลียง 4 ครั้ง

น่าแปลกใจที่ ซิตี้ ไม่สามารถเปลี่ยนมันให้เป็นประตูได้เลย

ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่ อ็องโทนี่ โลเปส มือกาวของ ลียง ดันมาองค์ลงในวันนี้ด้วยก็เป็นได้นะครับ

การยืนตำแหน่งของเขาค่อนข้างโอเคเลยทีเดียวล่ะ เพราะจังหวะที่ ซิตี้ ยิงเข้ากรอบมันก็ไปเข้ามือของเขาซะหมด ตอนที่เสียประตูให้จากการยิงของ แบร์นาร์โด ซิลวา เพื่อนร่วมชาตินั้นเหยียดขาออกไปแล้วมันไม่ถึงจริงๆเพราะบอลมันแฉลบ เจสัน เดนาเยอร์ ด้วย (ไม่งั้นเผลอๆตรงตัวอีกหากดูวิถีบอล)

ทำไม ซิตี้ ถึงกลายเป็นแบบนี้ ?

จัดตัวประมาทงั้นเหรอ ? ในความคิดของผมก็ไม่นะครับ แบร์นาร์โด ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ กาเบรียล เฮซุส มันก็ไม่ใช่ชื่อชั้นที่จะมาดูถูกอะไร


แถมในครึ่งหลังก็มีการแก้เกมด้วยการส่ง เลรอย ซาเน่ กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ลงมาตั้งแต่ช่วงต้น

เกมนี้ต้องชมล่ะกับแนวรับของ ลียง ที่สามารถจัดการเกมรุกของ ซิตี้ ได้อยู่หมัดไม่ว่าใครจะลงมา จะมีหลุดวงจรไปก็ตอนที่ เลรอย ซาเน่ ลงมาใหม่ๆแล้วสร้างความหวือหวาด้วยการเลี้ยงกินตัวเปิดให้ แบร์นาร์โด ยิงนั่นล่ะ

การที่ ซิตี้ ได้ประตูไล่มา 1-2 นั้นเอาตรงๆเลยนะ ผมคิดว่าเอาว่ะ อย่างน้อยอย่างแย่สุดๆอาจจะเป็นเสมอแต่ไม่ถึงกับแพ้ ที่ไหนได้เกมวันนี้มันไม่เป็นใจให้กับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

โอกาสเยอะ เยอะมากๆ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่โยนลงมาก็คือ ริยาด มาห์เรซ ทว่าเขากลับยังคงไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้ต้นสังกัดใหม่ได้เลย

ความพ่ายแพ้ 4 นัดรวดในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก (รวมตั้งแต่ฤดูกาลก่อน) มันกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการลูกหนังอังกฤษไปแล้วเรียบร้อย และทีมที่ทำได้มันกลับกลายเป็นทีมที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ด้วยการเก็บ 100 คะแนนเต็มใน พรีเมียร์ลีก ซะอย่างนั้น


นี่แหละครับความสนุกของฟุตบอล บางอย่างมันก็ย้อนแย้งเกินกว่าจะให้อภัยได้จริงๆ

และถ้าใครอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในความสนุกของวงการฟุตบอลแบบนี้ล่ะก็ต้องนี่เลยครับ Sbobet777 ที่มีทุกอย่างให้มาร่วมสนุกกัน ดำเนินงานโดยมืออาชีพที่ไว้ใจได้ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sb หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น