ข่าว ข่าวฟุตบอล
จะมาแก้แค้น แต่เกือบตาย!

จะมาแก้แค้น แต่เกือบตาย!

อัพเดตเมื่อ : September 30, 2018 2:28am โดย : Fanaway

โคจรกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่าง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล ซึ่งในนัดนี้เป็นการเล่นในบ้านของทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ 

ทำให้ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล ต้องพกความแก้แค้นมาอย่างเต็มเปี่ยม หลังจากที่ต้องชอกช้ำด้วยน้ำมือของ เชลซี ที่บุกไปคว้าชัยได้ถึง แอนฟิลด์ และเขี่ยตกรอบศึก คาราบาว คัพ รอบที่สาม ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้

ทั้งสองทีมจัดส่งผู้เล่นลงสนามด้วยขุมกำลังตัวหลักที่เต็มสูบ ต่างจากนัดกลางสัปดาห์ที่ลงฟาดแข้งกัน

หลังจากเป่านกหวีดเริ่มเกมได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าทั้งสองทีมเปิดแลกเกมกันทั้งคู่ โดยวิ่งเข้าใส่อย่างไม่กลัวเสียประตู

จนเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 25 เป็นฝ่ายพลพรรค "สิงห์บลู" ที่ได้ออกเฮก่อน 1-0 จากลูกยิงของ "เดอะแบกทีม" อย่าง เอเด็น อาซาร์ ซึ่งเป็นคนเดิมหน้าเดิมกับที่ยิงประตูชัยให้กับ เชลซี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา


ซึ่งทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ถึงกับต้องกุมขมับ หลังจากลูกทีมพลาดท่าเสียประตูกันอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่ เชลซี เล่นลูกสวนกลับกันเพียงไม่กี่จังหวะเท่านั้น

และก่อนหน้าที่จะเสียประตู เหล่าพลพรรค "หงส์แดง" มีโอกาสทำประตูตั้งหลายครั้ง แต่กลับไม่คมพอที่เปิดซิงสกอร์แรกได้

ซึ่ง ลิเวอร์พูล เองก็สมควรได้รับบทลงโทษนี้ ทั้งทั้งที่มีโอกาสลุ้นยิงประตูมากมาย แต่กลับทำไม่ได้เอง จนเป็นเหตุเสียประตูแรกให้กับทางเจ้าบ้านอย่าง เชลซี ในที่สุด

และในครึ่งเวลาแรกของเกม สกอร์ก็หยุดไว้เพียงแค่ 1-0 เท่านั้น สำหรับทั้งสองทีม


พอเริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เปิดเกมบุกมากขึ้นหวังที่จะทวงประตูตีไข่แตกมาให้ได้ ซึ่งก็บุกแลกเปิดเกมกันอย่างเมามันส์ และมันก็ทำให้ "สิงห์บลู" มีพื้นที่ในการโต้กลับอย่างมากมาย

โดยมีจังหวะลุ้นประตูที่สองอยู่ไม่กี่จังหวะ ซึ่งมันก็เป็นจังหวะหวาดเสียวของแฟนบอล ลิเวอร์พูล เหมือนกันว่าทีมรักของตัวเองจะโดนประตูที่สองหรือเปล่า

ในช่วงครึ่งเวลาหลัง "หงส์แดง" เป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่าทาง เชลซี แต่ก็ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์แบบจังๆ จนทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องขยับเปลี่ยนตัวสำรองส่ง เซอร์ดาน ชากิรี่ ลงมาแทนที่ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ในวันนี้ยังหาสกอร์ของตัวเองยังไม่เจอ

ส่วนทาง เชลซี ยังคงต้องการประตูเพิ่มอีก ทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ตัดสินใจส่ง อัลบาโร่ โมราโต้ ลงมาสร้างความปั่นป่วนน่ากลัวแทนที่ของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์


ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ หยอดเข้าไปที่กลางประตูให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ซัดจ่อๆ แต่โชคร้ายที่ยิงไปตรงตัวแนวรับของ เชลซี ทำให้อดได้ปประตูตีเสมอ

ซึ่งเป็นจังหวะแบบที่น่าจะได้ประตูแล้วแท้ๆ แต่ เชลซี ยังรับกันเหนียวแน่นพอ ผสมกับมีความโชคดีและดวง ทำให้รอดจากการเสียประตู

เกมทีท่าว่าจะไม่ดีขึ้น คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนหมากอีกครั้ง โดยตัดสินใจส่ง นาบี เกอิต้า กับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงมาเปลี่ยนเกม

และก็ไม่ทำให้โค้ชต้องผิดหวัง หลังจากลงสนามมาเพียงแค่ 2 นาทีครึ่ง ซูเปอร์ซัพอย่าง สเตอร์ริดจ์ จัดการตะบันส่องไกลจากบริเวณนอกเขตโทษ ทำให้ ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอได้เป็น 1-1


ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ ทำให้จบเกมทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปคนละหนึ่งแต้ม

และในนัดนี้ทำให้ "หงส์แดง" รอดจากความตายเอาไว้ได้ ซึ่งทำให้พวกเขาไม่ต้องโดนย้ำแค้นเป็นนัดที่สองติดต่อกัน

แต่เป็นฝ่าย "สิงโตน้ำเงินคราม" ต่างหากที่ต้องเสียใจ เพราะทีมของตัวเองกำลังจะชนะอยู่แล้ว แต่ดันมีลูกปาฏิหาริย์ของ สเตอร์ริดจ์ ที่ยิงแบบนึกว่าผีจับยัดเข้าไป ทำให้หมดหวังที่จะได้ 3 แต้ม ไปในที่สุด

ซึ่งทำให้ในตอนนี้อันดับตารางพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะว่าคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะเหนือ ไบรท์ตัน ได้อย่างสบายๆ ทำให้ขึ้นไปรั้งเป็นจ่าฝูง มีคะแนนถึง 19 แต้ม เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล ที่มีอยู่ 19 แต้ม แต่ลูกได้เสีย "เรือใบสีฟ้า" ดีกว่า

และสำหรับใครที่อยากลุ้นสนุกไปกับฟุตบอลแบบนี้ เราขอแนะนำ Sbobet777 ที่มีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะความสนุกหรือความเพลิดเพลิน ติดต่อได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น