ข่าว ข่าวฟุตบอล
ผู้ถูกรางวัลปฏิเสธ

ผู้ถูกรางวัลปฏิเสธ

อัพเดตเมื่อ : October 01, 2018 2:14am โดย : admin

วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงระหว่างที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ตอนนั้นยังไม่มีบรรดาศักดิ์ท่านเซอร์นำหน้า ชวน ไบรอัน ร็อบสัน มาดูเกมระดับเยาวชนของ แมนฯยูไนเต็ด ลงเล่นเพื่อจะได้ช่วยส่องฟอร์มของพวกเจ้าหนูกันหน่อยว่าคนไหนพอจะฝากผีฝากไข้ในอนาคตได้บ้าง..


จังหวะนั้นเองไอ้หนูหัวเหลืองทองรายหนึ่ง โชว์เทคนิคอันเหนือชั้นหลบสามผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ก่อนชิพบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างงดงามหมดจด


ดวงตา ร็อบโบ้ เบิกโพรงด้วยความทึ่ง พร้อมกับอุทาน บอกกับเจ้านายตัวเองว่า


"บอสๆๆ ต้องเก็บเจ้าหนูไว้กับทีมเลยนะ ห้ามปล่อยตัวเด็ดขาด เขาจะเป็นกำลังสำคัญของเราในอนาคตแน่ มันเจ๋งมากจริงๆเลย ช็อตอย่างนี้ผู้ใหญ่ยังทำไม่ได้เลย"



เฟอร์กี้ ได้ยินเข้า ก็เอามือลูบคางเหมือนชั่งใจอะไรคิดบางอย่าง แล้วตอบกลับไปว่า


"ไอ้หนูคนนี้มาจาก โอลด์แฮม อยู่ใกล้แค่นี้ แต่เรายังไม่แน่ใจว่าจะมีแผนเก็บเขาไว้หรือเปล่านะ..."


แต่กัปตันมาร์เวลไม่หยุดแค่นั้น ไล่บี้เจ้านายตัวเองต่อทันที


"ไม่ได้นะเจ้านาย ยังไงก็ต้องเก็บไว้ ไม่งั้นเราเสียหายแน่"


นั่นทำให้กุนซือสก๊อตติชยิ่งคิดหนักมากขึ้นไปอีกและสุดท้ายเจ้าหนูคนนี้ก็ได้อยู่ยาวกับทีมจนเลิกราแขวนสตั๊ดที่นี่ รวมทั้งขึ้นแท่นเป็นตำนาน แมนฯยูไนเต็ด นำความสำเร็จมาสู่ทีมมากมาย...


-----------------------------



ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 21 กันยายน 1994 สโคลซี่ ได้เปิดซิงชุดใหญ่ปีศาจแดงเป็นครั้งแรก เขาเนื้อเต้นระริกด้วยความตื่นเต้นปนประหม่า เมื่อประชุมทีมล่วงหน้า 1 วันแล้วรู้ว่าตัวเองมีชื่อเป็น 11 คนแรกในเกมลีกคัพที่บุกไปเยือน พอร์ทเวล

แฟนบอลหลายคนแปลกใจที่เห็นชื่อ พอล สโคลส์ ถูกดันขึ้นมาเป็นตัวจริง สำหรับเด็กจากทีมเยาวชนที่ถูกดันขึ้นมาในยุคโน้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ เฟอร์กี้ คือมือทองในเรื่องปั้นดินให้เป็นดาวอยู่แล้ว


แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่ากลับเป็นผลงานผุดผาดเปล่งปลั่งของเขาต่างหาก 2 ประตูที่เหมาทำไปนั้นช่วยให้ทีมคว้าชัย 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป


จากนั้นมาชื่อเสียงของ สโคลซี่ ก็ตีวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะนักเตะก้นกุฏิที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์และกองหน้า หรือขยับถอยลงมาเป็นเพลย์เมคเกอร์ อีกทั้งยังชอบที่จะใช้ผลงานในสนามแทนคำพูดมากกว่า..



หลายครั้งที่นักข่าวไปรอเขาที่สนามซ้อม ต้องการจะสัมภาษณ์ แต่กลับไปด้วยความว่างเปล่า เพราะ สโคลส์ ที่รู้แกวจะเผ่นพรวดออกจากทางด้านหลัง ไม่ยอมเปิดปากเปลือยใจอะไรง่ายๆ


เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงไม่ค่อยชอบตกเป็นข่าว สโคลส์ ให้เหตุผลกระชับว่าเขาสันโดษและไม่ค่อยอยากจะคุยกับคนที่ไม่คุ้นเคย สำหรับเขาเวลาเป็นเครื่องมือสำคัญในการก่อร่างสร้างมิตร


นอกจากนี้ สโคลส์ เชื่อว่าบทบาทหน้าที่ของเขาคือเล่นฟุตบอล ไม่ใช่มานั่งตอบคำถามสื่อ ซึ่งนั่นปล่อยให้คนที่เกี่ยวข้องโดยตรงทำงานน่าจะดีกว่า


ชีวิตของเขาเรียบง่ายเหลือเกินในแต่ละวัน จนเป็นวัฏจักร เริ่มตั้งแต่ซ้อมตอนเช้า จากนั้นไปรับลูกที่โรงเรียนในตอนบ่าย เล่นกับพวกเขาตามประสา ดื่มชา พาลูกเข้านอน ปิดท้ายด้วยดูทีวี ก่อนที่ตัวเองจะขึ้นเตียงหลับเอาแรงไว้ซ้อมพรุ่งนี้ต่อ



แต่กว่าจะได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายเช่นนี้ เขาต้องฝ่าอุปสรรคมาสารพัด


เขาเป็นโรคหืดหอบตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเป็นตัวฉุดให้ร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ เพื่อลงเล่นในบางเกม เพราะระบบหายใจติดขัดมีปัญหา


เฟอร์กี้ เคยเล่าให้ฟังว่าจำเป็นต้องให้ สโคลส์ พักเป็นพิเศษบางช่วงเวลา หากเห็นว่าเริ่มที่จะกรำศึกมากเกินไป เพื่อถนอมร่างกายไว้ใช้งานให้นานที่สุด


นอกจากนั้นเขายังเป็น Osgood–Schlatter disease หรือโรคที่ข้อเข่ามีลักษณะปูดนูนในวัยเด็ก มักจะมีอาการปวดยามที่ต้องวิ่ง คุกเข่าหรือออกแรงกระโดด ซึ่งมันทำให้ สโคลส์ เกือบตัดสินใจหันไปเอาดีทางคริกเก็ตที่ถนัดแทน


แน่นอนถ้าคนอื่นมาเจอสถานการณ์เจอโรครารุมเร้าอย่างนี้ อาจต้องล่าถอยยอมแพ้ แต่ สโคลส์ กลับไม่คิดเช่นนั้น..


เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องทะยานไปข้างหน้าต่อ ไม่มีมามัวรีรออะไรอีก ต่อให้ขวากหนามสองข้างทางจะรกกว่าใครอีกหลายคนก็ตาม



เฟอร์กี้ เคยบอกว่านอกเหนือจากจินตนาการอันล้ำลึกแล้ว ข้อดีอีกอย่างของ สโคลซี่ คือใจสู้บู๊ไม่ถอย ผิดไปจากรูปร่างที่เคยคิดว่าน่าจะเป็นตัวเหนียวรั้งไม่ให้ไปได้ไกลบนเส้นทางสายนี้อย่างที่ควรจะเป็น


หลายคนอาจไม่รู้ว่าเลือดเนื้อในกายของเขามีความเป็นไอริชอยู่ด้วย จากคุณยายที่เป็นไอร์แลนด์และคุณตาที่มาจากไอร์แลนด์เหนือ ดังนั้นเรื่องใจสู้จึงถูกถ่ายทอดส่งต่อมายัง สโคลส์ ด้วย


นอกจากนี้เรื่องความจงรักภักดีมีปีศาจแดงแค่ทีมเดียว ก็ยังเหนือกว่าใครทุกคนเช่นเดียวกัน



มัสซิโม โมรัตติ อดีตประธานสโมสรอินเตอร์ มิลาน หลงใหลสไตล์การเล่นของกองกลางหัวเหลืองอย่างมากที่สุด ต้องการคว้ามาร่วมทีมให้ได้ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเกี้ยวพาราสี จะหว่านล้อมสักเท่าไร คำตอบก็ยังเหมือนเดิมคือ "ไม่"


"เราพยายามอย่างมากที่จะคว้าตัว พอล สโคลส์ มาร่วมทีม เรามอบเช็คเปล่าให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และเราพูดคุยกับตัวนักเตะด้วย เขาตอบผมกลับมาว่าอย่างไรรู้เปล่า"

"หากคุณอยากให้ผมลงเล่นให้ คุณต้องซื้อสโมสรแห่งนี้ไปเป็นของคุณเอง เขาคือนักเตะที่ไม่มีเอเย่นต์ และ นี่คือเรื่องที่ยากที่สุดหากคิดจะซื้อตัวเขา"


นั่นแหล่ะคือ สโคลซี่ ตัวจริง !!



ตลอดเวลาการเป็นนักเตะอาชีพเขาให้ผลงานพูดแทน การที่นักเตะอาชีพสักคนจะถูกยอมรับนับถือโดยผู้เล่นระดับพระกาฬในยุคเดียวกัน คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือ


- ซีเนดีน ซีดาน บอกว่าความผิดพลาดอย่างหนึ่งของเขาตอนยังค้าแข้งคือไม่ได้เล่นร่วมทีมเดียวกับ สโคลส์


- อันเดรส อีเนียสต้า เล่าให้ฟังว่ามีอยู่วันหนึ่ง แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด กุนซือบาร์เซโลน่าในเวลานั้นบอกไม่ต้องซ้อม แล้วเอาวิดีโอของ สโคลส์ ให้ศึกษาแทน นั่นเป็นวันที่ดาวเตะสแปนิชอิ่มเอมใจอย่างมาก ก่อนจะยก สโคลซี่ เป็นอาจารย์ในเวลาต่อมา


- ก่อนจะปิดฉากค้าแข้ง อันเดรีย ปีร์โล่ เผยว่านักเตะคนเดียวที่เขาต้องการจะเล่นด้วยมากสุด ไม่ใช่ใคร สโคลซี่ คนนี้ไง



- มาร์เชลโล่ ลิปปี้ ผู้พาอิตาลีคว้าแชมป์โลกในปี 2006 พูดสั้นๆ กระชับว่า สโคลส์ คือแข้งคนแรกที่เขาจะซื้อทันทีเมื่อมีโอกาส


- โคตรบอลอย่าง ชาบี เอร์นานเดซ เปิดใจว่า 15-20 ปีที่ผ่านไป ไม่มีกองกลางคนไหนสมบูรณ์แบบเท่า สโคลส์



นี่เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยไม่ต้องไปถาม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เจ้านายผู้ปลุกปั้นมากับมือให้เสียเวลา เพราะเราจะได้คำตอบเหมือนเดิมว่า นี่คือหนึ่งในนักเตะที่เยี่ยมยุทธ์สุดตั้งแต่เป็นผู้จัดการทีมมา


บางคนหล่นความเห็นว่า เขาควรได้รับรางวัลส่วนตัวเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ แต่กลับถูกมองข้าม ด้วยบุคลิกที่เป็นอยู่


แต่เสียงชื่นชมสดุดีจากนักเตะด้วยกัน ที่สำคัญเป็นนักเตะระดับโลก มันน่าจะยิ่งใหญ่กว่ารางวัลไหนๆ ด้วยซ้ำ



24 ปีก่อน สโคลส์ โผล่มาเล่นชุดใหญ่ แมนฯยูไนเต็ด พร้อมกับความฉงนและคำถามมากมาย


วันนี้เราได้รับคำตอบกันเรียบร้อยและคำตอบนี้จะเป็นนิรันดร์อีกด้วย..

และใครที่กำลังมองหาคำตอบอยู่ MYSBOBET อาจตอบโจทย์ในสิ่งที่คุณกำลังหาอยู่ก็ได้ ลองหาคำตอบได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177

Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น