ข่าว ข่าวฟุตบอล
ตกลงจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

ตกลงจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

อัพเดตเมื่อ : October 07, 2018 2:44am โดย : เค.เค.

เป็นชัยชนะที่สวยสดงดงามในรอบหลายเดือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จริงแต่หลังจากจบเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด นั้นมันมีคำถามตัวเป้งที่ผุดชึ้นมาว่า 'จริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?'

กระแสถาโถมมาตลอดตั้งแต่ฟอร์มของ "ปีศาจแดง" ดิ่งลงเหวเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับความปราชัยในบ้านต่อ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ในศึก คาราบาว คัพ ที่ถึงแม้จะเป็นการดวลจุดโทษแต่มันก็ไม่สมควรเกิดขึ้นด้วยประการทั้งปวง

นอกเหนือจากฟอร์มที่ตกเอาและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นก็มีเรื่องราวกอสซิปภายในหลุมผีว่า พอล ป็อกบา กับ โชเซ่ มูรินโญ่ มีความขัดแย้งกันมาตลอด


ไม่ว่าจะด้วยคลิปที่หลุดออกมา หรือลักษณะท่าทางในหลายๆอย่างมันทำให้ดูเหมือนว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ

ก่อนเริ่มเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีข่าวมาตั้งแต่เช้าตรู่ว่า มูรินโญ่ จะโดนปลดออกจากตำแหน่งไม่ว่าผลกับ "สาลิกาดง" จะเป็นตายร้ายดียังไงมาจาก 'Mirror'

อย่างไรก็ตามสองสำนักที่ไว้ใจได้ทั้ง 'BBC' และ 'SkySports' ก็รายงานเป็นเสียงเดียวกันว่าบอร์ดบริหารยังคงให้การสนับสนุนตัวกุนซือชาวโปรตุกีซอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

ข่าวมันค่อนข้างสับสนและมึนงงมากๆ แน่นอนคิดว่าเหล่านักฟุตบอลในสมัยนี้มันจะไม่รู้เรื่องเลยหรือยังไง ? เพราะแต่ล่ะคนก็มีโซเชี่ยลและช่องทางการรับข่าวสารเป็นของตัวเองอยู่แล้ว


ครึ่งเวลาแรกที่ "ปีศาจแดง" โดน นิวคาสเซิ่ล บุกมาสอยไปก่อน 2-0 บอกตามตรงครับว่ากากที่สุด กากมากๆ เล่นกันไม่เป็นชิ้นเป็นอัน สมาธิไม่มี ความกระหายในชัยชนะก็ดูเหมือนจะเป็นกระหายในการนอนกันซะมากกว่า

อีกทั้ง เอริค ไบยี่ นี่คือแพะรับบาปชัดๆในช่วงต้นเพราะ 2 ลูกที่เสียไปในฐานะปราการหลังตัวกลางพี่แกวิ่งเหมือนจะสับสนในช่วงชีวิตว่าลงสนามไปทำไมมากๆ

เอาจริงๆการตัดสินใจของ มูรินโญ่ ที่เอา ไบยี่ ออกในทันทีมันกลับกลายเป็นว่าถูกต้องเพราะคนที่ลงไปอย่าง ฆวน มาต้า นี่แหละครับคือตัวพลิกเกมได้อย่างแท้จริง

มาต้า เป็นคนที่ใช้สื่อโซเชี่ยลพูดคุยกับแฟนบอลค่อนข้างบ่อยหลังจบเกมการแข่งขัน และก็เป็นอีกหนึ่งแข้งที่ไม่ว่าจะอยู่ทีมไหนก็ทุ่มเทเกินร้อยเสมอและนัดนี้เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้ง


ฟรีคิกกระตุ้นต่อมผีของ มาต้า มันเป็นเหมือนประตูที่ทำให้อาดรีนาลีนของแข้ง "ปีศาจแดง" ถูกปลุกขึ้นมาภายในตัวโดยผสมจิตวิญญาณที่แทบจะสูญสลายออกไปจากโรงละครแห่งความฝันเข้าไปแล้วเขย่าให้เข้ากันอีกครั้ง

จู่ๆแข้งของ ยูไนเต็ด ก็คึกในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล การต่อบอลของพวกเขาค่อนข้างยอดเยี่ยมและดูออกว่ามีการซ้อมกันมาจริงไม่เหมือนนัดก่อนๆ

การวิ่งหาช่องของนักเตะในแดนหน้าทั้ง มาต้า, มาร์กซิยัล หรือแม้แต่ตัวลงมาใหม่อย่าง อเล็กซิส ก็ทำได้ค่อนข้างดีและป่วนแนวรับของ นิวคาสเซิ่ล จนหัวหมุนได้


ตอนแรก โมเมนตั้ม มันอาจจะเข้าทาง "สาลิกาดง" บ้างเล็กน้อยด้วยลีลาการเซฟของ มาร์ติน ดูบราฟก้า ที่องค์ลงซะอย่างนั้นทว่าสุดท้ายวันนี้เราได้เห็น 'ปีศาจ' ในแบบฉบับที่เหมือนว่าถูกขุดลึกมาจากอดีตกาลอีกครั้ง

ปีศาจตัวนั้นก็คือไม่ว่านายด่านเม่งจะองค์ลงแค่ไหน เซฟจนมือบวมยังไงพวกเขาก็จะทะลวงเข้าไปอย่างไม่หยุดยั้งจนลูกบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จ

ใช่ครับ วันนี้เราได้เห็นแล้วจริงๆ

ทำไมล่ะ ? ทำไมไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก

มันคือคำถามที่ก้องอยู่ในหัวผมตลอดนับตั้งแต่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันไปพร้อมๆกับการที่ "ปีศาจแดง" คว้า 3 แต้มกับเขาได้ซักที


แล้วตกลงปัญหาระหว่าง ป็อกบา กับ มูรินโญ่ นี่ได้บทสรุปกันแล้วอย่างนั้นเหรอ ? เพราะในเกมนี้สถิติของ ป็อกบา ที่ออกมานี่โคตรท็อปฟอร์มเลยนะครับและแฟนๆของ ยูไนเต็ด ก็โหวตให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ซะด้วย

ซึ่งเราเห็นกันได้อยู่แล้วล่ะในเกมว่า ป็อกบา แกทุ่มเทขนาดไหน แม้แต่นักเตะเอื่อยๆเฉื่อยๆ และโดนแฟนผีด่าว่าไร้ใจมากที่สุดคนหนึ่งอย่าง มาร์กซิยัล ยังวิ่งพล่านป่วนเกมรับของ นิวคาสเซิ่ล ได้แบบมันส์ตีนมากๆ

การเล่นของไอ้หมากกับ ชอว์ เริ่มเข้าขากันเรื่อยๆหากเราสังเกตุกัน จังหวะรอจังหวะตะลุยเองมันค่อนข้างลงล็อคดีซะเหลือเกิน

แม้แต่ครับเกมนี้ แม้แต่คนที่ไม่ยิงเม่งมาเป็น 800 กว่านาทีอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ ยังทะลึ่งยิงได้แถมเป็นการโขกซะอีก


มันไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจแบบนี้มานานมากๆแล้วกับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เกมนี้เกมเดียวพวกเขาก็จัดให้เห็นซะเต็มสองตาแบบถึงข่าถึงตะไคร้

อยากรู้มากๆครับ อยากรู้สุดหูรูดไปเลยว่าในช่วงพักครึ่งนั้นเกิดอะไรขึ้น เพราะเราก็เห็นกันแล้วว่านักเตะของ ยูไนเต็ด ต่างรีบวิ่งเข้าอุโมงค์ไปห้องแต่งตัวเช่นเดียวกับ มูรินโญ่ ที่ก็วิ่งเข้าไปเช่นกัน

"ในช่วงพักครึ่งเรามีการพูดคุยที่ดี เราไม่ได้สัญญากันว่าจะกลับมาเอาชนะแมตช์นี้ได้ เราสัญญาแค่ว่าจะกลับลงไปโดยไม่มีความกลัวอะไรอีกต่อไป ลงไปโดยไม่มีความกดดัน เพียงแค่ความกดดันมันหายไปพวกเขาก็ทุ่มลงไปทุกๆอย่าง ทุกอย่างจริงๆ"

"เราต่อสู้กันอย่างหนัก พวกเขาสมควรได้รับสิ่งนี้แม้เกมอาจจะจบที่ 2-2 ความรู้สึกมันควรเป็นแง่บวกมากๆ เพราะในตอนแรกเราไม่มีใครพูดถึงในเรื่องของการกลับมาชนะ"


มันเป็นบทสัมภาษณ์ที่ทำให้อยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นภายในกันแน่ การไม่มี อันโตนิโอ วาเลนเซีย ทั้งตัวจริงและสำรองมันส่งผลขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอ ?

การเรียกสปิริตของทีมกลับคืนมาในแบบที่เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคดั้งเดิมนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายนับตั้งแต่หมดยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่ในตอนนี้ มูรินโญ่ ทำมันได้แล้ว

ชัยชนะนัดนี้ผมเชื่อว่าบรรดา 'เร้ด เดวิลส์' คงภาวนาให้เป็นการเริ่มต้นใหม่ของทั้งตัวนักเตะและ มูรินโญ่ นั่นแหละครับ

และถ้าใครเบื่อกับสิ่งเดิมๆแต่ยังอยากหาความท้าทายอยู่ลองมาเริ่มใหม่กับอะไรที่สนุก เร้าใจ พร้อมกับไว้ใจได้ต้องนี่เลย Sbobet777 ที่เต็มไปด้วยทีมงานคุณภาพ ติดต่อเลยที่  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น