ข่าว ข่าวฟุตบอล
อาร์เซน่อล เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

อาร์เซน่อล เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

อัพเดตเมื่อ : November 04, 2018 5:30am โดย : admin

บิ๊กแมตช์ พรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 แบ่งไปฝั่งละ 1 แต้ม ไปดูกันว่ามีแท็กติกจุดไหนน่าสนใจบ้างในเกมนี้
 
- อาร์เซน่อล ได้ข่าวดี เอ็คตอร์ เบเยรินกับ เซอัด โคลาซินัค ผ่านฟิตกลับมาประจำการแบ็กขวา-ซ้ายตัวจริง ทำให้ กรานิต ชาคา ที่ยืนแบ็กซ้ายเฉพาะกิจในเกมก่อนหน้านี้ ได้กลับไปยืนเป็นกองกลาง คู่ปราการหลังเป็น ชโคดราน มุสตาฟี่ กับ ร็อบ โฮลดิ้ง ผู้รักษาประตูเป็น แบร์นด์ เลโน่

แดนกลางไร้เงา มัตเตโอ เกว็นดูซี่ ที่ติดโทษแบน ทำให้เป็น ลูกัส ตอร์เรยร่า เชื่อมเกมกับ ชาคา แผงรุกดร็อป อเล็กซ์ อิโวบี้ แล้วใช้ เฮนริค มคิทาร์ยาน, เมซุต โอซิล และ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง สนับสนุน อเล็กซ็องด์ ลากาแซตต์


ลิเวอร์พูล กลับมาใช้แบ็กโฟร์ชุดแกร่งอีกครั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ผู้รักษาประตูเป็น อลีสซง เบ็คเคอร์

แดนกลางปรับมาใช้ 3 ตัวอีกครั้ง โดยส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ที่ฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง ผนึกกำลังกับ ฟาบินโญ่ และ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม หลัง นาบี เกอิต้า กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่สมบูรณ์ แดนหน้าจัด 3 เทพ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

- อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายครองเกมในแดนกลางด้วยหัวใจสำคัญอย่าง ลูกัส ตอร์เรยร่า ที่เป็นความแตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดระหว่าง "ปืนใหญ่" ในยุคของ อูไน เอเมรี่ กับ อาร์แซน เวนเกอร์


ตอร์เรยร่า เข้ามาเพิ่มความคึกคักในแดนกลางในแบบที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ทำให้ เชลซี ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งพล่านทั่วสนามตัดเกมคู่แข่ง, แบ่งเบาภาระกองหลัง และ เชื่อมเกมกลางสนาม

นาที 32 "หงส์แดง" กำลังเริ่มเกมสวนกลับเร็ว บอลกำลังจะถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แล้วแต่ ตอร์เรยร่า สไลด์ตัวตัดบอลได้ทันเวลาหวุดหวิด

เมื่อประสานงานร่วมกับ ชาคา ทำให้เกมแดนกลางของ "ปืนใหญ่" ดุดันขึ้นเป็นพิเศษ เทียบกับผู้มาเยือนแล้วเหนือกว่าอย่างชัดเจน

ไม่น่าแปลกใจที่เปอร์เซ็นต์การครองบอลของ อาร์เซน่อล ถึงเหนือกว่าเยอะด้วยตัวเลข 61 ต่อ 39 เปอร์เซ็นต์

- สืบเนื่องจากเหตุผลเดียวกัน แดนกลางของ ลิเวอร์พูล เป็นรองเนื่องจาก ฟาบินโญ่ ไม่สามารถทำในสิ่งที่ นาบี เกอิต้า หรือแม้แต่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำได้เลย


มันเป็นนัดที่ 3 ที่ ฟาบินโญ่ ลงเป็นตัวจริงติดต่อกัน แต่เหมือนผลงานในเกมถล่ม เซอร์เวน่า ซเวซด้า กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เป็นแค่ภาพลวงตาเมื่อได้เจอของจริงอย่าง อาร์เซน่อล ที่เล่นบอลเกมรุกและเน้นความเร็วเป็นพิเศษ

สิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ พูดไว้ก่อนหน้านี้ก็ถือว่าเป็นจริงที่บอกไว้ว่ายังไม่อยากรีบหย่อน ฟาบินโญ่ เป็นตัวหลักใน พรีเมียร์ลีก เพราะยังต้องปรับตัวกับฟุตบอลเมืองผู้ดีต่อไปก่อน

- เมื่อได้เห็นรูปเกมเป็นรองในช่วง 45 นาทีแรก (เปอร์เซ็นต์ครองบอล 58 : 42) คล็อปป์ ปรับแผนในครึ่งหลัง โดยจัดระบบ 4-1-4-1 โดยถอย ฟาบินโญ่ ลงไปเป็นกองกลางตัวตัดเกมเต็มตัว เนื่องจากมองว่าเจ้าตัวเจอเพรสซิ่งในแดนกลางจนลนลานอยู่บ่อยๆ แล้วให้ มิลเนอร์ กับ ไวนัลดุม ขับเคี่ยวแย่งชิงแดนกลางกับ ตอร์เรยร่า และ ชาคา

- รูปเกมของ ลิเวอร์พูล กระเตื้องขึ้นมาบ้างก่อนได้ประตูนำใน นาที 61 จาก เจมส์ มิลเนอร์ ทำให้ อูไน เอเมรี่ ต้องแก้เกม แต่ตัวเลือกก็ไม่ได้ถือว่าเยอะเยอะเพราะส่งตัวรุกที่ดีที่สุดลงสนามไปเป้นตัวจริงหมดแล้ว


อเล็กซ์ อิโวบี้ ถูกส่งลงไปแทน มคิทาร์ยาน จากนั้นเป็น อารอน แรมซี่ย์  ถูกหย่อนไปแทน โอบาเมย็อง และสุดท้าย แดนนี่ เวลเบ็ค แตะมือ โคลาซินัค ลงไปพลิกเกม

ในการเปลี่ยนตัวครั้งสุดท้าย ด้วยการถอด โคลาซินัค ทำให้ อิโวบี้ ถอยไปยืนแบ็กซ้าย และเจ้าตัวดันสูงขึ้นมาแทงทะลุช่องให้ ลากาแซตต์ หลุดไปแตะหนี อลีสซง ก่อนตะบันเสียบตาข่ายเป็นประตูตีเสมอ 1-1

- ก่อนหน้าโดนตีเสมอ ลิเวอร์พูล ยังหวังที่จะเก็บชัยชนะเพราะส่งตัวรุกอย่าง เซอร์ดาน ชากิรี่ ลงไปแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แต่กลายเป็นว่าผิดแผนเพราะลงไปเพียง 2 นาที พวกเขาโดนตีเสมอ

อาร์เซน่อล เดินหน้าบุกเข้าใส่ต่อเนื่องเพราะโมเมนตั้มกำลังมา พวกเขาลุ้นถึงชัยชนะได้เลย


แต่ในทางตรงกันข้าม ลิเวอร์พูล ดูพอใจแล้วกับ 1 แต้มและการยืดสถิติไร้พ่ายตั้งแต่เปิดฤดูกาลต่อไป หลังส่ง โฌแอล มาติป ลงไปดึงเวลาแทนที่ ซาลาห์ ในช่วงทดเจ็บ นาที 90+4 เพราะถ้าต้องการ 3 แต้มจริงๆ พวกเขายังเหลือ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รวมถึง อดัม ลัลลาน่า ที่สามารถลงมาพลิกเกมได้จากม้านั่งสำรอง

- มันเป็นอีกครั้งที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โชว์ฟอร์มไม่เด่นในการเจอทีมใหญ่ คล็อปป์ ควรพิจารณาในเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนได้แล้ว

ไม่มีใครปฏิเสธว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นแบ็กขวาอนาคตไกล และทำได้ดีเป้นพิเศษในการเติมเกมรุก แต่เกมรับยังเป็นสิ่งที่เจ้าตัวต้องพัฒนาต่อไป

หาก "หงส์แดง" ต้องการให้แนวรับเหนียวแน่นกว่านี้ แบ็กขวาควรเลือกใช้ โจ โกเมซ ที่เด่นกว่าในแง่เกมรับ ไม่เช่นนั้นอาจต้องเจอผลการแข่งขันที่ไม่คาดหวังเช่นนี้อยู่ร่ำไป


คล็อปป์ ทุ่มเงินมหาศาล 142 ล้านปอนด์ คว้าตัว เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ อลีสซง เบ็คเคอร์ มาเสริมขุมกำลัง ลิเวอร์พูล ยกระดับตัวเองขึ้นมาอีกขั้นสำหรับการลุ้นคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ด้วยเกมรับที่เสียประตูยากเหลือเกิน

แต่ถ้าแบ็กขวายังเป็นจุดอ่อนแบบนี้ต่อไป เห็นที คล็อปป์ คงต้องผลาญงบสโมสรล่าสมาชิกใหม่ในตำแหน่งดังกล่าวเข้ามาสู่ แอนฟิลด์ ในช่วงหน้าหนาวนี้ก็ได้ ไม่เช่นนั้น โทรฟี่แชมป์ พรีเมียร์ลีก ก็คงได้แค่ลอยผ่านหน้าพวกเขาไปอีกเหมือนเดิม

ส่วนใครถ้าไม่อยากให้โอกาสลอยผ่านไปล่ะก็ลองให้โอกาส MYSBOBET มั้ยล่ะครับ ที่นี่มีทุกอย่างให้คุณเลือกและร่วมสนุกไปด้วยกันติดต่อเลย https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น