ข่าว ข่าวฟุตบอล
เชลซี กระโดดขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูง

เชลซี กระโดดขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูง

อัพเดตเมื่อ : November 05, 2018 6:28am โดย : admin

เชลซี กระโดดขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงเหนือ ลิเวอร์พูล ด้วยผลต่างประตูได้-เสียที่ดีกว่าหลังเปิดบ้านทุบ คริสตัล พาเลซ 3-1 ในศึก ลอนดอน ดาร์บี้

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นชัยชนะที่ได้มาแบบไม่ต้องเสียเหงื่อ แถมยังมีช่วงที่ คริสตัล พาเลซ ปั่นป่วนพวกเขาจนเกือบหลุดด้วยซ้ำในช่วงต้นครึ่งหลัง

สำหรับเกมนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ยึด 11 ตัวจริงชุดเดิมจากเกมลีกก่อนหน้านี้ที่บุกถล่ม เบิร์นลี่ย์ 4-0 เกปา อาร์รีซาบาลาก้า เฝ้าประตู คู่ปราการหลังเป็น อันโตนิโอ รือดิเกอร์ กับ ดาวิด ลุยซ์ วิงแบ็กขวา-ซ้ายเป็น เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า กับ มาร์กอส อลอนโซ่


แดนกลางวางใจ เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ แดนหน้าใส่ เปโดร โรดริเกซ กับ วิลเลี่ยน ขนาบข้าง อัลบาโร่ โมราต้า แต่ได้ข่าวดีเมื่อ เอแด็น อาซาร์ สลัดเดี้ยงกลับเป็นตัวเลือกอีกครั้ง

รอย ฮ็อดจ์สัน ปรับทัพจากเกมไล่ตีเสมอ อาร์เซน่อล 2-2 เพียงจุดเดียว มักซ์ เมเยอร์ เป็นตัวจริงแทนที่ จอร์แดน อายิว โดยเป็นปีกซ้าย อีกฝั่งใช้งาน เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ คู่มิดฟิลด์จัด ลูก้า มิลิโวเยวิช กับ ชีกู กูยาเต้ ขณะที่ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ล่าประตูเคียงข้าง วิลฟรีด ซาฮา

แผงหลังจากขวาไปซ้ายประกอบด้วย อารอน วาน บิสซาก้า, เจมส์ ทอมกิ้นส์, มามาดู ซาโก้ และ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ผู้รักษาประตูเป็น เวย์น เฮนเนสซี่ย์

- เชลซี ต่อบอลและครองเกมเหนือกว่าตามความคาดหมาย เพียงแต่เป็นการผ่านบอลกันแบบไม่ได้รุกขึ้นหน้าอย่างที่ควรจะเป็นเพราะไม่ได้สร้างความปั่นป่วนแก่แนวรับของ พาเลซ เลย

แต่ในขณะเดียวกัน เชลซี ไม่ได้ผ่านบอลเข้าเป๊ะๆ 100 เปอร์เซ็นต์ มันมีหลายครั้งที่จ่ายขาดๆ เกินๆ จนเป็นการเปิดโอกาสให้ พาเลซ ได้เดินเกมเคาน์เตอร์แอทแท็คเข้าใส่ โชคดีที่ พาเลซ ยังไม่เฉียบคมกันเอง



วิลฟรีด ซาฮา กับ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เป็นตัวอันตรายของ พาเลซ และเหมาะเป็นพิเศษในเกมสวนกลับเร็ว แต่หากฝากความหวังในการจบสกอร์คงยากหน่อย มันเป็นเหตุผลที่ พาเลซ ต้องหากองหน้าตัวเป้ามาแทนที่ คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่ยังต้องรักษาโรคเดี้ยง มาเป็นการด่วน

- เชลซี ได้ประตูปลดล็อกใน นาที 32 เปโดร โรดริเกซ กึ่งยิงกึ่งผ่านจากในเขตโทษฝั่งขวาไปหน้าประตู อัลบาโร่ โมราต้า จับก่อนตวัดยิงเสียบตาข่าย

จังหวะนี้ต้องบอกว่า เชลซี โชคดีที่ได้ประตูนำเพราะจังหวะแรกที่ เปโดร บรรจงโยนไปหน้าประตู โมราต้า ยืนในตำแหน่งล้ำหน้า แต่ เจมส์ ทอมกิ้นส์ ทิ้งตัวโหม่งทิ้งไปได้

แต่ไม่พ้นอันตราย กลายเป็น เปโดร ได้บอลอีกครั้งก่อนยิงยัดมาตรงกลาง ตรงจุดนี้ โมราต้า ถอยตัวเองมาอยู่ในไลน์แล้วเพราะ ทอมกิ้นส์ ลุกขึ้นมาช้าด้วย ก่อนเจ้าตัวสังหารเข้าประตูไป


- สำหรับประตูตีเสมอของ พาเลซ ต้องยกนิ้วให้ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เป็นพระเอกเลย

ทาวน์เซนด์ ฉีกหนีตัวประกบอย่าง ดาวิด ลุยซ์ ไปรับบอลจาก เจมส์ ทอมกิ้นส์ ก่อนแตะจังหวะเดียวให้ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์

จากนั้น ทาวน์เซนด์ สปีดตัวเองขึ้นหน้าไปตรงช่องว่างที่ ลุยซ์ เปิดไว้อย่างต่อเนื่องเพราะตัวเองวิ่งเข้าไปหวังจะปิด แม็คอาร์เธอร์

แต่กลายเป็นผิดพลาดกว่าเดิมเพราะ แม็คอาร์เธอร์ เลือกแทงทะลุช่องให้ ทาวน์เซนด์ หลุดเข้าเขตโทษไปยิงด้วยขวาให้สกอร์เป็น 1-1

- ประตูที่ เชลซี เสียไปเป็นการแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของ เชลซี ที่หลายคนอาจมองข้ามไป นั่นคือการที่พวกเขาไม่มีกองกลางตัวรับ

ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีกองกลางตัวรับ แต่พวกเขาใช้ไม่ถูกที่เองต่างหาก จอร์จินโญ่ ถูกวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลาง ขณะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ถูกถ่างไปเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางฝั่งขวา


ก็องเต้ ทำได้ตามมาตรฐานในบทบาทใหม่ แต่ถ้าเขาได้กลับมายืนตรงตำแหน่งถนัด ประตูแบบนั้นอาจไม่เกิดขึ้น

แม็คอาร์เธอร์ คงไม่มีเวลาเหลือเฟือทั้งจับบอลและผ่านบอลให้ ทาวน์เซนด์ เพราะจะโดน ก็องเต้ ไล่บี้แน่ๆ แต่ในความจริง ตรงนั้นเป็น จอร์จินโญ่ ที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านเกมรับอยู่แล้ว ทำให้ พาเลซ ยิ่งมีพื้นที่เล่น

และในหลายๆ จังหวะที่ พาเลซ ได้สวนกลับเร็วขึ้นมาก็เป็นเพราะพื้นที่ที่ จอร์จินโญ่ เปิดไว้นี่เอง

- จุดเปลี่ยนของ เชลซี เป็นการเปลี่ยนตัว เอแด็น อาซาร์ กับ มาเตโอ โควาซิช ลงไปใน นาที 63 แทนที่ วิลเลี่ยน กับ รอสส์ บาร์คลี่ย์


คล้อยหลังไม่กี่นาที อาซาร์ พลิกสถานการณ์ให้ เชลซี ขึ้นนำ 2-1 หลังเป็นคนเรียกฟาวล์ก่อนเปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษ โดยแม้ไม่ได้ตั้งใจ แต่บอลหลุดไปถึง โมราต้า สับไกด้วยซ้ายไม่เหลือ

อาซาร์ มาประจำการทางฝั่งซ้าย ประสานงานกับ โควาซิช ที่ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางฝั่งซ้าย เกมรุกของ เชลซี ไหลลื่นขึ้นชัดเจนเลย

วิลเลี่ยน ไม่ได้ทำผลงานเลวร้าย แต่เขาดูไม่ถนัดกับการยืนเป็นตัวรุกฝั่งซ้าย แม้สลับกับ เปโดร ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในสนามแล้วก็ตาม

ส่วน บาร์คลี่ย์ ในภาพรวมก็ไม่ได้ด้อยกว่า โควาซิช แต่ยังขาดประสบการณ์ และเป็นมิดฟิลด์สายพละกำลังเป็นทุนเดิม ทำให้ยังขาดจังหวะพลิกแพลงช่วยเหลือทีม ผิดกับ โควาซิช ที่ช่วยให้การต่อบอลไหลลื่นกว่าเดิม

ประตูที่ 3 ก็มาจากการขึ้นเกมทางซ้าย มาร์กอส อลอนโซ่ เปิดเรียดไปตรงกลาง เปโดร สอดขึ้นมายิงแถวจุดโทษไม่เหลือ


- ช่วงท้ายเกม น่าเสียดายที่ เชลซี ไม่ได้เพิ่มจากจังหวะโต้กลับเร็ว อาซาร์ ไหลขึ้นหน้าให้ โมราต้า หลุดไปดวลเดี่ยวกับ เวย์น เฮนเนสซี่ย์ ก่อนเลือกชิพทว่าไม่พ้นปลายมือนายประตูพาเลซอย่าง่นาผิดหวัง

ด้วยความมั่นใจที่กำลังพุ่งกระฉูด ทำให้ โมราต้า เลือกโชว์เหนือเลยพลาดโอกาสทำแฮตทริก

แต่อีกมุม มองว่า โมราต้า เป็นกองหน้าที่ขาดความเลือดเย็น ในเมื่อจังหวะนั้นได้ดวลเดี่ยวแล้วแท้ๆ แต่ดันวิ่งตรงดิ่งเข้าหา เฮนเนสซี่ย์ ทำให้มุมแคบกว่าเดิม แทนที่จะเลี้ยงทแยงมุมเพื่อเปิดช่องยิงให้กว้างขึ้นและทำให้ เฮนเนสซี่ย์ ลังเลด้วย

หรือว่า โมราต้า เป็นกองหน้าที่ไม่ควรให้เวลาต้องคิดมาก? ลองดูจาก 2 ประตูที่ยิงได้ก็มาจากจังหวะที่ต้องยิงแบบไม่ต้องลังเลเพราะมันเป็นตัวเลือกเดียวแล้ว

ถ้ายังแก้ไขตรงนี้ไม่ได้ โมราต้า อาจต้องกลับไปเป็นตัวสำรองรอโอกาสทีหลัง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ อีกครั้งก็ได้

ส่วนใครกำลังหาโอกาสดีๆที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆเพราะว่าเบื่อสิ่งเดิมๆล่ะก็ต้องนี่เลย Sbobet777 ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมันเร้าใจในทุกระดับ ติดต่อเลยที่  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น