ข่าว ข่าวฟุตบอล
ที่นี่บราซิล (ตอนที่ 2)

ที่นี่บราซิล (ตอนที่ 2)

อัพเดตเมื่อ : November 07, 2018 10:00am โดย : admin

     บรรยากาศในบราซิลยุคเผด็จการผลิบานนี่ เป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวอย่างมาก ผู้คนเริ่มรับรู้ได้แล้ว หลังจากที่ อฟอนซินโญ่ แข้งดังออกมานำเป็นต้นกระบอกเสียง ป่าวประกาศถึงความเลวร้ายก่อน

     ความแตกต่างกันสุดขั้วระหว่างฝ่ายปกครองกับรากหญ้า ผู้คนเริ่มอดอยากปากหมอง ไหนจะไร้ความยุติธรรม นึกจะจับใครยัดคุกก็ทำตามอำเภอใจ ไม่มีการสอบสวนอะไรทั้งสิ้น


     แม้รัฐบาลจะพยายามใช้ฟุตบอลและ เปเล่ เป็นเครื่องมือมอมเมาไปวันๆ แต่เมื่อนักฟุตบอลเองกลับออกมาต่อต้าน ถือว่าสถานการณ์ไม่ปกติอย่างยิ่ง

     ยิ่งหมดยุค "ไข่มุกดำ" แล้ว ทีมลูกหนังบราซิลก็ไม่อาจร่ายมนต์แซมบ้าได้อย่างเดิมด้วย ผลงานที่ตกต่ำทำให้รัฐบาลเผด็จการต้องหาวิธีการอื่นๆ มารับมือ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อกันต่อ

     ต้นทศวรรษ 80 โซคราเตส ก็โผล่มาเป็นตัวละครเอก


     เขาเพิ่มบทบาทตัวเองนอกจากเป็นนักเตะอาชีพอยู่ในสนามสี่เหลี่ยมสีเขียวแล้ว ยังลุกออกมาสู้กับเผด็จการที่ควบคุมอำนาจมืดอีกด้วย

     สำหรับแฟนบอลรุ่นกลางน่าจะพอคุ้นชื่อ โซคราเตส เป็นอย่างดี ที่คือแข้งที่เก่งฉกาจมาดมั่นสุดๆ คนหนึ่งในยุคสมัยนั้น

     เขาไม่ใช่เจ๋งในเรื่องเชิงลูกหนังอย่างเดียว แต่ยังเป็นนักคิด นักเขียน นักวิเคราะห์ที่ตกผลึกอย่างมาก เรื่องการเมืองและเศรษฐกิจถือเป็นของถนัด ทั้งที่เรียนจบแพทย์มา

     นอกจากเลือกที่จะถอดเสื้อกราวด์ แล้วมาสวมสตั๊ด โซคราเตส ยังปักธงเป็นศัตรูกับเผด็จการอย่างไม่ยอมก้มหัวให้ง่ายๆ

     คอลัมน์ของเขาที่ลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ สร้างความสั่นคลอนให้กับสถานะของรัฐบาลอย่างมากและในความเป็นจริงอีกด้าน การห้ำหั่นกับอำนาจมืดนั้นมันเหมือนกับนำพาอันตรายมาสู่ตัวเอง

     กูไม่กลัวมึง -- โซคราเตส ประกาศกร้าวไว้อย่างนี้

     อีกทั้งเขาได้รับการสนับสนุนจาก โครินเธียนส์ สโมสรต้นสังกัด โดย วัลเดอร์มาร์ ปิเรส ประธานสโมสรเองก็เริ่มเอือมระอากับเผด็จการ พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่

     นอกจากนี้ยังมีนักเตะในทีมบางส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะถูกเรียกให้ว่า Corinthians Democracy หรือประชาธิปไตยแห่งโครินเธียนส์นั่นเลย

     อย่างที่รู้กัน โครินเธียนส์ คือสโมสรระดับชั้นนำของบราซิล ดังนั้นเรื่องนี้ทำเอารัฐบาลเต้นหนักมากๆ วิ่งพล่านเพื่อจะหยุดกิจกรรมต่อต้านต่างๆ ที่พวกนักบอลจัดขึ้น

     แล้วนิสัยเผด็จการอย่างหนึ่งคือ ถ้าไม่พอใจขึ้นมาจะใช้อำนาจไปขมขู่ หาเรื่องสารพัด ซึ่งทั้ง โซคราเคส และ โครินเธียนส์ ก็เจออย่างไม่มีทางเลี่ยงเช่นเดียวกัน

     วิธีการแบบตื้นเขินคือ ไปจัดการกดดันสหพันธ์ฟุตบอลบราซิลก่อน จากนั้นมีจดหมายมายังสโมสรให้ยุติการกระทำเช่นนั้่นซะ

     พอ โครินเธียนส์ ไม่รับฟังยังเดินหน้าตามเจตนารมณ์ ขั้นตอนต่อมาคือส่งกำลังทหารและตำรวจมายังสโมสร เพื่อบีบบังคับทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้ ไม่นับจดหมายหรือโทรศัพท์ที่ขู่อาฆาตถึงขั้นเอาชีวิตอีกต่างหาก


     งานเขียนของ โซคราเตส อธิบายได้อย่างชัดเจนถึงเสรีภาพทางความคิดในระบอบประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนพึงมี เด็กรุ่นใหม่ที่เติบใหญ่ขึ้นมา นอกจากเป็นแฟนประจำเขาในสนามแล้ว ยังติดตามงานมาตลอด

    "ถ้าเรากลัว เราก็จะกลัวตลอดไป" นี่คือสิ่งที่ถ่ายทอดไว้อย่างชัดเจน


     เช กูวารา , ฟิเดล คาสโตร และ จอห์น เลนน่อน คือ 3 บุคคลที่ โซคราเตส นับถือมากๆ และยกเป็นไอดอลของตัวเองมาตลอด

     นักปฏิวัติ , ผู้นำในระบอบคอมมิวนิสต์ และ นักดนตรี คนที่เขาหลงใหลเหล่านี้น่าจะพอเป็นนัยยะบอกอะไรได้อย่างดี

     ไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่า ทั้ง 3 คนนั้นมีบทบาทและอิทธิพลถึงขั้นเปลี่ยนแปลงโลกได้เลยทีเดียว

    "ผมสูบบุหรี่ ดื่มจัดและผมคิดไปด้วย" นี่คืออีก 3 สิ่งที่เป็นปรัชญาในการใช้ชีวิตของคุณหมอยอดนักเตะ

     แน่นอนแพทย์รักษาคนไข้กับนักฟุตบอลอาชีพ มันแทบมาบรรจบกันไม่ได้เลย ยิ่งในสังคมบราซิลช่วงนั้นแล้วหมอถือเป็นอีกวรรณะที่อยู่เหนือกว่าและนักฟุตบอลคือเส้นทางของพวกชั้นล่าง ปากกัดตีนถีบกรรมาชีพทั้งหลาย

     แต่ โซคราเตส สามารถผนวกสองอย่างให้เข้าด้วยกันอย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยตัวตนและจิตวิญญาณ

     เขาอาจเกิดมาในชนชั้นสูงของประเทศ ครอบครัวมีหน้ามีตาในสังคม แต่ โซคราเตส กลับมองลงมาข้างล่าง เห็นชนิดลงลึกรายละเอียดต่างๆและต้องการจะเปลี่ยนแปลง

     ในโลกของฟุตบอลเขาอาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนอย่าง เปเล่ หรือแข้งรุ่นพี่คนอื่นๆ เวิล์ดคัพรอบสุดท้ายไม่เคยไปไกลกว่ารอบควอเตอร์ไฟนั่ล ส่วนในปี 1982 ที่เขารับบทกัปตันทีมยกพลไปลุยที่สเปน ก็หยุดแค่รอบ 2 เท่านั้นเอง ทั้งที่นักเตะขบวนนั้นได้รับการยกย่องอย่างมากในเรื่องของฝีเท้า

     อย่างไรก็ตาม โซคราเตส นำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาใช้กับวิธีการเล่นในสนาม โดยเฉพาะไหวพริบปฏิภาณต่างๆ ที่เขาเคยพูดไว้อย่างน่าสนใจว่า "คนที่วิ่งจะไม่ค่อยคิด คนที่คิดมักจะไม่วิ่ง"

     ด้วยนิสัยที่มีความมุ่งมั่น บากบั่น ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมาตลอด โซคราเตส จึงเป็นแข้งที่เต็มไปด้วยวินัย ถึงเวลาจะซ้อมอย่างหนัก ดูแลร่างกายตัวเองอย่างดี ดื่มและสูบน้อยลงมาก

     การเล่นแบบ "โจโก้ โบนิโต้" อันหมายถึงการสลับตำแหน่งกันตลอดเวลา ไม่มีพื้นที่ตายตัวนอกจากผู้รักษาประตู เกิดขึ้นกับบราซิลชุดนี้ ซึ่งท้าทายระบบ "โททั่ล ฟุตบอล" ที่ทางฮอลแลนด์เป็นผู้จุดประกาย

     โซคราเตส เชื่อว่าอิสระภาพในสนาม ไม่ต่างจากจากอิสระภาพในชีวิตจริง เผด็จการควรตายไปจากโลกนี้ได้แล้ว

     ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นมากมายในยุคอำนาจมืดปกคลุมประเทศนั้น ทำให้ "ปราชญ์ลูกหนัง" มักมีผ้าคาดหัวติดข้อความว่า Need Justice หรือ "ต้องการความยุติธรรม" ยามลงเผดียงแข้ง จนมันแทบจะกลายเป็นเอกลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้าอย่างหนึ่ง

     นอกจากนี้ยังมีข้อความ Vote on the Fifteenth (เลือกตั้งครั้งที่ 15) แปะอยู่บนเสื้อของนักเตะแต่ละคน เพื่อรณรงค์ให้เกิดการเลือกตั้ง ซึ่งหายไปจากประเทศมานานหลายสิบปี

     หลังจากรวมพลังต่อต้านไม่นาน เผด็จการก็เริ่มอ่อนแอ จนสุดท้ายต้องพ่ายแพ้ไป ฟ้าที่บราซิลกลับมาเปิดอีกครั้ง แล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่า โซคราเตส คือหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้น

    "ทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็น ทุกเสียงมีสิทธิเท่าเทียมกัน"


     นี่คือวรรคทองที่ โซคราเตส เคยประกาศไว้ในวันที่เขาลุกขึ้นมาต่อสู้โดยไม่กลัวอำนาจมืดของเผด็จการ

     หลังจากเลิกราค้าแข้งแล้ว โซคราเตส มุ่งหน้าสู่ตามวิถีที่ตัวเองต้องการ เขายังคงเขียนคอลัมน์หรือบทความเกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจที่ศึกษามาอย่างถ่องแท้

     นอกจากนั้นก็สูบบุหรี่และดื่มเหล้าเบียร์เรื่อยมา โดยเขาบอกกับครอบครัวอันหมายถึงภรรยาและลูกอีก 4 คนแล้วว่า เลือกแล้วที่จะใช้ชีวิตอย่างนี้

     ต้นเดือนธันวาคมปี 2011 ลมหายใจสุดท้ายของ โซคราเตส หยุดลง เขาจากไปด้วยวัยเพียงแค่ 57 ปี จากอาการติดเชื้อในลำไส้

     แต่แน่นอนสิ่งที่เขาสร้างไว้มันเหมือนอนุสรณ์ย้ำเตือนให้คนรุ่นหลังรับรู้ถึงหัวใจอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในสนามฟุตบอลหรือต่อต้านเผด็จการ

     อย่างไรก็ตามวันนี้เผด็จการที่บราซิลถูกปลุกผีให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ในวันที่ โซคราเตส เหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ

     แล้วจะมีนักเตะคนไหนตามรอยเขา ลุกขึ้นมาต่อต้านบ้าง

     พรุ่งนี้ว่ากันต่อตอนสุดท้ายของเรื่องนี้กันครับ...
     
     ติดตามกันมันถึงจุดนี้ ก่อนจะไปอ่านกันต่อตอนสุดท้ายขอฝากกับ MYSBOBET รับรองดูแลดี บริการเยี่ยม ติดต่อมาเลยที่ : https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น