ข่าว ข่าวฟุตบอล
'ผี' บุกแค่เจ๊า 'นักบุญแดนใต้'

'ผี' บุกแค่เจ๊า 'นักบุญแดนใต้'

อัพเดตเมื่อ : December 02, 2018 5:17am โดย : นับหนึ่ง.

     แมนฯ ยูไนเต็ด พ.ศ. นี้ ยังทำตัวเป็นกรรมกรเหมือนเดิม คือกว่าจะได้สักแต้ม ต้องได้มาจากทุกหยาดเหงื่อแรงกายจริงๆ

     เมื่อกลางสัปดาห์ แมนฯ ยูไนเต็ด ลิ้นห้อยตลอด 90 นาที กว่าจะได้ประตูชัยจาก มารูยาน เฟลไลนี่ ก็ต้องจนเข้าช่วงทดเจ็บ


     ศรัทธาของเหล่าแฟนผีที่มีต่อ โชเซ่ มูรินโญ่ เริ่มลดน้อยลงไปอีก เพราะแม้ว่ากำชัยได้ก็จริง แต่มันไม่ได้จากฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจใดๆ เลย

     มาถึงช่วงสุดสัปดาห์ มูรินโญ่ รวมถึงขุนพลผีแดงได้โอกาสที่จะกอบกู้ศรัทธา แถมมันก็ไม่ใช่เกมยากด้วยเพราะ เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นหนึ่งในทีมที่ทำผลงานเลวร้ายที่สุดใน พรีเมียร์ลีก เวลานี้เลย ถึงขั้นที่ มาร์ค ฮิวจ์ส อาจโดนปลดถ้าพบความปราชัยในนัดนี้

     แต่กลายเป็น มูรินโญ่ ทำเอาแฟนผีปวดหัวกันอีกครั้งกับการจัดทัพในเกมมาเยือน เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม

     ในไลน์อัพที่ปรากฎ แมนฯ ยูไนเต็ด มาในระบบ 4-4-2 ไดมอนด์ ผู้รักษาประตูเป็น ดาบิด เด เคอา

     แนวรับต้องปรับเพราะ คริส สมอลลิ่ง เดี้ยงตามไปสมทบกับ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ และ เอริก ไบยี่ แต่แม้ว่ามีชื่อ มาร์กอส โรโฮ ทว่า สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ถูกส่งไปจับคู่กับ ฟิล โจนส์ แบ็กขวา-ซ้ายเป็น แอชลี่ย์ ยัง กับ ลุค ชอว์

     เนมานย่า มาติช ปักหลักตัดเกม คู่มิดฟิลด์เชื่อมเกมกลางสนามเป็น มารูยาน เฟลไลนี่ กับ อันเดร์เรร่า ส่วน ปอล ป๊อกบา รับบทมิดฟิลด์ตัวรุกสนับสนุนคู่หน้า โรเมลู ลูกากู กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด


     แต่พอลงไปในสนาม รูปแบบการยืนของแข้ง ยูไนเต็ด กลับเป็นระบบ 3-5-2 โดยแนวรับประหลาดเพราะถอย แม็คโทมิเนย์ กับ มาติช มายืนขนาบข้าง โจนส์

     มูรินโญ่ เคยพูดไว้ว่าตนอยากให้ลูกทีมลงสนามด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือตั้งแต่ได้ยินเสียงนกหวีดเริ่มเกม แต่มันดูไม่เหมือนว่านักเตะของ ยูไนเต็ด ทำได้เลย

     ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าปัญหาตรงนี้ต้องแก้ยังไง เพราะ ยูไนเต็ด ยังคงเนิบนาบเหมือนเคย


     และเป็นอีกครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนคู่แข่งขึ้นนำก่อน หากให้นับจริง นี่เป็นครั้งที่ 8 แล้วใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

     สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ตะบันประตูเบิกร่องให้ เซาธ์แฮมป์ตัน จากในเขตโทษฝั่งซ้าย

     เดากันไม่ยาก มันเป็นความผิดพลาดในการจัดระเบียบเกมรับของทีมเยือน พื้นที่ตรงนั้นเป็นความรับผิดชอบของ มาติช แต่กลายเป็นเจ้าตัวขยับไปยืนตรงกลางมากเกินไปจนเปิดช่องให้ อาร์มสตรอง ได้สับไกเน้นๆ

     เกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงแพ็คแน่นกันตรงกลางมากเกินไป เหมือนหลายๆ นัดก่อนหน้านี้ มาติช ยืนเป็นตัวรับแต่ถอยตัวเองมาเป็นเซนเตอร์แบ็กตัวที่ 3 จนเปิดพื้นที่หน้าเขตโทษโล่งอยู่บ่อยๆ


     ผ่านไปอีกไม่กี่นาที เซาธ์แฮมป์ตัน ทิ้งห่าง 2-0 จากฟรีคิกของ เซดริก โซอาเรส ปั่นโค้งข้ามกำแพงเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ตรงนี้ต้องให้เครดิตความยอดเยี่ยมของแบ็กขวา "นักบุญ" ไปเต็มๆ

     หลังถูกทิ้งห่าง 2-0 ตากล้องเลยจับภาพไปที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่มานั่งชมเกมนี้ด้วย เพื่อที่นั่งข้างๆ ตบไหล่ปลอบใจ แต่ "เฟอร์กี้" กลับมีรอยยิ้ม เหมือนไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจใดๆ หรือว่ามั่นใจว่าขุนพลผีแดงชุดนี้จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้อีกครั้ง?


     ใน นาที 33 ทีมเยือนได้ประตูจุดประกายความหวัง แรชฟอร์ด จิ้มให้ ลูกากู ได้ดวลเดี่ยวกับ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ก่อนยิงเสียบตาข่ายเข้าไป โดยมันเป็นประตูแรกของ ลูกากู ในรอบ 981 นาทีรวมทุกรายการ

     จากนั้น แรชฟอร์ด แผลงฤทธิ์อีกครั้งหลัง ลากเข้าเขตโทษฝั่งขวาจนถึงสุดเส้นหลังแล้วตบไปหน้าประตู เอร์เรร่า สอดเข้ามายิงไขว้หลังเสียบตาข่ายเป็นประตู 2-2

     ตรงจุดนี้น่าคิดว่า แรชฟอร์ด อาจทำได้ดีกว่าหากได้ยืนเป็นกองหน้าคู่กับใครสักคน เพราะก่อนหน้านี้ถูกจับไปยืนริมเส้น บางจังหวะถูกปล่อยให้โดดเดี่ยวเกินไปจนต้องฝืนเล่นและสุดท้ายไม่ได้ประโยชน์ใดๆ

     ตลอดทั้งเกม มูรินโญ่ ไม่ได้ปรับเกมอะไรเลย แม้กระทั่งตอนนำ 2-0 แนวรับ 3 ตัวยังคงยืนหยัดต่อไป


     แต่มันเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เริ่มตั้งเกมได้ดีขึ้นต่างหากก่อนทวงประตูคืนจาก "นักบุญ" ได้สำเร็จ ขณะที่เจ้าบ้านได้ 2 ประตูจากจังหวะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังจัดระเบียบตัวเองกันไม่ได้

     ทีมเยือนเร่งเครื่องจนไล่ตีเสมอ 2-2 สำเร็จก่อนผ่อนเครื่องไปเอง โดยในช่วง 45 นาทีหลัง แทบไม่ได้สร้างโอกาสลุ้นประตูแซงชนะเลย

     หลังจบเกม มูรินโญ่ บอกว่าหนึ่งในเหตุผลที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอเป็นเพราะขาดนักเตะพันธุ์หมาบ้าบนสนาม

     ลองคิดภาพ รอย คีน สวมปลอกแขนกัปตันทีมชุดนี้ดูสิ ในสถานการณ์ที่ถูกนำ 2-0 รับรองเพื่อนๆ โดนเรียกมาด่ารายตัวไปแล้ว


     หันมาดูกองกลางชุดนี้ เจอแต่ตัวเนิบๆ ไม่ว่าจะ ป๊อกบา หรือ เฟลไลนี่ รวมถึงผู้เล่นคนอื่นๆ ที่แทบไม่มีความเป็นผู้นำที่พร้อมจะปลุกเร้าเพื่อนๆ ได้เลย ความดุดันก็เลยขาดหายไปอย่างช่วยไม่ได้

     นอกจากนี้ มูรินโญ่ ยังบอกว่าพวกเขาเสียบอลกันง่ายๆ แถมการต่อบอลสั้นๆ ก็ทำกันได้ไม่ดี แต่จุดนี้ต้องไปดูที่การซ้อมมากกว่า เพราะมันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะว่าไปก็ตั้งแต่ มูรินโญ่ มารับงานในโรงละครแห่งความฝันนั่นแหละ

     ดูไปยังไงก็ไม่มีพัฒนาการ เล่นกันได้เท่านี้ เป้าหมายท็อป 4 ที่ มูรินโญ่ บอกว่าจะพา แมนฯ ยูไนเต็ด กลับขึ้นไปให้ได้ก่อนเริ่มต้นปีใหม่ คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก

     เพราะมันคงไม่มีทีมหัวแถวที่ไหนปล่อยให้คู่แข่งนำก่อนแล้วค่อยไล่ตีเสมอหรือแซงชนะกันทุกนัด

     การทำแบบนั้นได้ถือเป็นส่วนหนึ่งในคุณสมบัติของทีมแชมป์ แต่ไม่ใช่ว่าจะใช้มันพร่ำเพื่อ เพราะถ้าคุณเจอสถานการณ์นี้ตลอดเวลา มันแปลว่าคุณนั่นแหละที่ยังไม่ดีพอเอง


     ยังไงก็ได้แต่พูดว่า มูรินโญ่ นับถอยหลังสู่การโดนตะเพิดพ้นเก้าอี้จริงๆ เพราะมองไม่เห็นวี่แววว่าจะได้ลุ้นความสำเร็จอะไรเลย ช่วงนี้ แฟนผีก็อดทนกันไปก่อนก็แล้วกัน แล้วมารอกุนซือคนใหม่ช่วงซัมเมอร์หน้ากันดีกว่า

     แต่ถ้าใครอยากได้ความสนุกแบบไม่โดนตะเพิด เราขอแนะนำ Sbobet777 ที่พร้อมบริการทุกท่านอย่างสะดวกและรวดเร็ว ติดต่อมาเลยที่  https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99 รอทุกท่านอยู่นะจ๊ะ!!
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น