ข่าว

เกิดมาเพื่อเป็นคนผิด

อัพเดตเมื่อ : January 10, 2019 11:59pm โดย : admin

     ตอนเวิล์ดคัพฉบับหมีขาวเมื่อกลางปีก่อน หลายคนน่าจะรู้สึกหมั่นไส้ เดยัน ลอฟเรน ไม่น้อย

     เพราะหลังพา โครเอเชีย ชาติบ้านเกิดทะลุเข้าชิงสำเร็จ สื่อก็เอาคำพูดของเขาที่ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าตนเป็นกองหลังดีสุดในโลกมาโหมเล่นทันที แล้วโซเชี่ยลต่างกันขานรับ ก่อนไปตีความเป็นเรื่องตลกซะอย่างนั้น


     ลอฟเรน พูดไว้ประมาณว่าเวลานั้นเขาควรได้รับการยกย่องว่าเป็นกองหลังดีสุดคนหนึ่งของโลก เพราะคือกำลังสำคัญพา ลิเวอร์พูล เข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกยังไม่พอ บอลโลกก็นำทัพโครแอตไปถึงจุดนั้นอีกด้วย

     ในเมื่อผลงานมันจับต้องได้อย่างนี้แล้ว เขาก็ควรได้รับเสียงชื่นชมบ้าง เท่าที่ผ่านมามักจะถูกมองข้ามตลอด

     จริงๆ แล้วถ้าเป็นคนอื่นพูด กระแสคงไม่แรงสักเท่าไร

     แต่พอเป็น ลอฟเรน ขึ้นมานี่ กลายเป็นประโยคเด็ดแห่งบอลโลก 2018 ทันที เพราะมีแผลเหวอะหวะเป็นแรงเสริมอยู่แล้ว


     หลายคนยังพอจำได้เกมพรีเมียร์ลีกที่เวมบลีย์เมื่อปลายปี 2017 ลิเวอร์พูล ยกก๊วนไป เยือน สเปอร์ส ก่อนพ่ายยับอัปยศ 1-4

     ลอฟเรน กลายเป็นเหยื่ออันโอชะ ถูกตราหน้าว่าคือความแปดเปื้อนของทีม เพราะพลาดอย่างน่าเกลียดถึง 2 ประตูด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นช็อตยืนประกบห่างหรือขึ้นโหม่งบอลจั่วลม จนเป็นเหตุให้ แฮร์รี่ เคน ระเบิดตาข่ายได้อย่างสบาย

     แม้กระทั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ เองยังอดไม่ได้ที่จะต้องตำหนิออกสื่อ ในทำนองว่าต่อให้เขาใส่รองเท้าผ้าใบ จังหวะอย่างนั้นก็ควรจะวิ่งถึงก่อน เคน ด้วยซ้ำ ไม่มีทางให้กระชากพรวดเดียวหลุดไปตะบันง่ายๆ หรอก

     อย่างไรก็ตาม ลอฟเรน เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก บางครั้งมากจนเกินลิมิต ทำให้ถูกมองว่ากลายเป็นคนคุยโตโอ้อวด

     จากขี้โม้ก็กลายเป็นตัวตลกอย่างที่เห็น โดยเฉพาะเมื่อสุดท้ายแล้วทั้งสองรายที่พูดมาไม่ว่าจะเป็นยูซีแอลหรือเวิล์ดคัพพ่ายมหดท่านัดชิง ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น

     แถมพอกลับสู่สโมสรอีกครั้งก่อนซีซั่นเปิดฉากก็เกิดอาการเจ็บเล่นงาน ซึ่งน่าจะมาจากความบอบช้ำกรำศึกหนักเกินไป


     แล้วเมื่อ โจเอล มาติป เซนเตอร์แบ็กกระดูกเปราะอาการเจ็บกำเริบอีกคน จึงทำให้ คล็อปป์ ต้องฝ่าวิกฤตด้วยการปรับใช้ โจ โกเมซ ที่ปกติประจำการแบ็กขวาลงเล่นแทน

     ปรากฏว่าไอ้แอ้ดรายนี้เล่นได้ดีเกินคาด จับคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ได้เหมาะเหม็งลงล็อกดีเหลือเกิน ถึงขั้นที่ว่าถูกเรียกเข้าทำเนียบทีมชาติอังกฤษอย่างไร้ข้อครหา

      เดอะ ค็อปแทบจะลืมชื่อ ลอฟเรน ไปแล้ว ถ้าปัญหาบาดเจ็บไม่พุ่งเข้าชน โกเมซ เข้า

     กระทั่งเขาได้คัมแบ็กเป็นตัวหลักอีกครั้ง ซึ่งทุกอย่างกำลังไปได้สวย ลงเล่นในลีกตั้งแต่ศึกแดงเดือดคว้าชัยมา 4 นัดรวด เสียเพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น

     ก่อนจะต้องมาเผชิญหน้า แมนฯซิตี้ ในเกมที่เชื่อกันว่าชี้เป็นชี้ตายแห่งฤดูกาลเกมหนึ่ง

     แล้วเขาก็ทำให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่ออันโอชะในโลกโซเชี่ยลจนได้

     ลอฟเรน เกิดในครอบครัวชาวโครแอต ตั้งแต่สมัยอาณาจักรยูโกสลาเวียยังไม่ล่มสลาย แตกออกเป็นเสี่ยงๆ หลายประเทศเหมือนเวลานี้

     แต่ช่วงเขาลืมตาดูโลกใหม่ สงครามกลางเมืองกำลังคุกรุ่นเหลือเกิน พอได้ 3 ขวบพ่อแม่ต้องอพยพหนีตายย้ายไปอยู่ที่มิวนิค

     ลอฟเรน จึงเติบโตและเรียนหนังสือที่เยอรมันช่วงเริ่มจำความได้ กระทั่งพอย่าง 10 ขวบ ไฟสงครามมอด เสียงระเบิดจางหาย ครอบครัวจึงหอบหิ้วกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดอีกครั้ง

     ปัญหาคือ ลอฟเรน ต้องมาเรียนรู้ภาษาโครแอตเพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ่งมันยากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเด็กที่จำความได้ดีและกำลังคล่องภาษาเยอรมันกับอิงลิช

     กระนั้นที่นี่ทำให้เขาได้รู้จักเกมลูกหนัง ต่อยอดความต้องการจะเป็นนักเตะอาชีพ แล้วเมื่อฉายแววเปล่งปลั่งจึงได้เข้ามาอยู่ในอะคาเดมี่ของ ดินาโม ซาเกร็บ สโมสรเบอร์หนึ่งของลีกโครเอเชีย


     อายุเพียงแค่ 17 ก็ถูกผลักดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ แม้จะมีถูกปล่อยยืมไปฝึกวิทยายุทธ์กับ อินเตอร์ ซาเปรซิช 2 ฤดูกาล แต่นั่นไม่อาจหยุดยั้งผลงานอันยอดเยี่ยมในเกมรับได้

     ปี 2010 ลียง ทีมชั้นนำของลีกเอิง ยอมควัก 10 ล้านยูโรกระชากตัวไปร่วมขันนอตหลังบ้านด้วย ลอฟเรน จึงต้องหอบหิ้ว อนิต้า แฟนสาวซึ่งครบกันมาตั้งแต่อายุ 16 มาใช้ชีวิตด้วยกันต่างบ้านต่างเมือง

     เช่นเดียวกับตอนโยกมายัง เซาธ์แฮมป์ตัน ในปี 2014 เขาก็นำครอบครัวมาลงหลักปักฐานกันที่อังกฤษด้วย

     เพียงแต่บางช่วงเวลา อนิต้า ต้องพาลูกๆกลับไปยังโครเอเชีย ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นเองได้เกิดตราบาปกับ ลอฟเรน ขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

     มันหนักถึงขั้นเกือบทำให้ชีวิตเสียศูนย์ด้วยซ้ำไป


     ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือยูโร 2016 โครเอเชีย ฝ่าด่านรอบคัดเลือก ได้สิทธิ์เข้าไปโม่แข้งในรอบสุดท้ายที่ฝรั่งเศสสำเร็จ

     แต่พอกางโผรายชื่อ 23 แข้งออกมา ปรากฏว่าไร้ ลอฟเรน อย่างน่ากังขา

     ตอนแรกคิดว่ามีปัญหาไม่ลงรอยกับ อันเต้ ซาซิช กุนซือของทัพตาหมากรุกขบวนนั้น เลยโดนถีบหัวส่งตามระเบียบ

     ข่าวนี้ถูกปล่อยออกมาจากทางฝั่งโครแอต เพื่อลดกระแสและกลบความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พรม

     ความจริงคือ อินาต้า ภรรสุดที่รักของ ลอฟเรน นี่แหล่ะ ทิ้งลูกชาย 2 คน แล้วแอบไปสานสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายคนหนึ่งหรือพูดง่ายๆ คือมีชู้นั่นแหล่ะ

     แต่ที่ต้องไปหาไออุ่นจากอกชายอื่น ว่ากันว่า ลอฟเรน เองก็บกพร่องในเรื่องบางอย่างด้วย

     ดังนั้นตัวเขาก็เลยขอสละสิทธิ์ยอมไม่ไปลุยยูโร เพื่อหวังจะใช้ช่วงเวลานั้นเคลียร์ปัญหาหัวใจให้เรียบร้อย

     เตียงที่หักในตอนแรกเริ่มได้รับการซ่อมแซมจากทั้งสองคน โดยมีลูกชาย 2 หน่อนี่แหล่ะเป็นที่ยึดเหนี่ยวไว้ ไม่ให้อะไรต่อมิอะไรมันลุกลามเลยเถิดไปไกล


     ภาพ ลอฟเรน พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจออกมาให้เห็นเรื่อยๆ จนคาดว่าไม่น่าจะมีอะไรติดค้างคาใจกันอีก

    อย่างไรก็ตามความมาปูดภายหลังว่า เหตุที่เตียงหักรักร้าวนั้นเพราะกองหลังหน้าโหดถูกโยงกับมาเฟียขาใหญ่ระดับประเทศที่ชื่อว่า ดาริโอ ทอร์บิช

     นี่ไม่ใช่นักเลงกระจอกที่ไหน แต่คือผู้ทรงอิทธิพลด้านมืดระดับประเทศ ทำหมดทุกอย่างที่คนดีๆ ไม่สนใจทั้ง ปล้น ฆ่า ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ กรรโชก ขมขู่ อะไรต่อมิอะไรสารพัดเท่าที่จะรีดเงินจากกระเป๋าคนอื่นได้

     กระซิบกันมาว่า ทอร์บิช คือตัวการสำคัญทำให้ความรักของ ลอฟเรน มีปัญหา เพราะหากมีการหย่าเกิดขึ้น ฝ่ายหญิงจะได้รับส่วนแบ่งสินสมรสร่วมๆ 4 ล้านปอนด์

     ช่วงเวลาเดียวกันแฟลตหรูหรา 3 ห้องนอนในซาเกร็บของ ลอฟเรน เคยถูกวางแกสยานอนหลับ แล้วพวกมิจฉาชีพ กวาดทรัพย์สินมูลค่าไม่น้อยลอยนวลหายจ้อยไปด้วย

     ลอฟเรน เองเริ่มห่วงลูก 2 คนมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นลบข้อมูลต่างๆ ออกจากแอคเคาท์โซเชี่ยลของตัวเองทั้งหลาย เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเบาะแสแก่พวกประสงค์ร้าย

     ปัญหาครอบครัวที่ยุ่งตุงนัวพันกันวุ่นนี้เอง มันส่งผลกระทบไม่น้อยกับผลงานในสนามของเขา จนทำให้หลายต่อหลายครั้งดูเหมือนจะสมาธิหลุดดื้อๆ นำไปสู่การเสียประตู

     ใครที่ต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้เข้ารับรองได้ว่าไม่ต่างจาก ลอฟเรน หรืออาจจะเตลิดไปไกลกว่าด้วยซ้ำ

     เขายังพยายามสงบจิตใจเพื่อลงเล่นได้ขนาดนี้ ต้องนับถือเลยทีเดียว

     เกมปราชัยนัดแรกในลีกของ ลิเวอร์พูล ดูเหมือนว่าแสงสปอร์ตไลต์จะส่องมาที่กองหลังโครแอตอย่างช่วยไม่ได้


     ประตู 1-0 แมนฯซิตี้ ขึ้นนำจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" หลายคนมองว่า ลอฟเรน ประมาท ประกบห่างเกินไป จนทำให้โดนลงโทษ

     ขณะเดียวกันช่วงท้ายเกมที่เต็มไปด้วยความเครียดและหงส์แดงตามหลัง 2-1 นั้น จะเห็นได้ว่ามีอยู่จังหวะหนึ่ง ฟาน ไดค์ โวยใส่เพื่อนเซนเตอร์ฮาล์ฟที่ลนลานรีบโยนบอลมั่วๆ ไร้ทิศทาง แทนที่จะเปิดออกข้างเพื่อให้ตัวริมเส้นครอสเข้าไป ซึ่งน่าจะกดดันได้ดีกว่า

     ช็อตนี้แหล่ะที่โซเชี่ยลนำมาเล่นกันเยอะ

     และแน่นอน ลอฟเรน กลายเป็นเหยื่อเหมือนเช่นเคย

     ถ้าฟุตบอลคือการเล่นเป็นทีมและความพ่ายแพ้ควรต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด อย่างที่เราพูดกันไว้อย่างสวยๆ หล่อๆ นั้น


     มันคงไม่ยุติธรรมกับ ลอฟเรน เลยใช่ไหม?

     แต่ไม่ว่าเรื่องไหนยุติธรรมหรือไม่ เว็บไซต์นี้มีความสนุกแบบแฟร์ๆแน่นอนกับ MYSBOBET รับรองความสนุก ตื่นเต้น ซื่อตรง บริการรวดเร็ว ติดต่อมาที่เราเลย : https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น