ข่าว

แผลใจใหญ่กว่าแผลเป็น

อัพเดตเมื่อ : January 10, 2019 12:39am โดย : admin

     อายุยังไม่ทันครบ 2 ขวบดี ฟร้องค์ ริเบรี่ ก็ต้องประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

     ใบหน้าเขาอาบนองไปด้วยเลือด จนครอบครัวคิดว่าอาจจะต้องสูญเสียลูกชายคนนี้ไปแล้ว แต่จิตใจ ริเบรี่ แข็งแกร่งอย่างมาก ต่อสู้กับความตาย จนกลายเป็นผู้ชนะ


     แต่ต้องแลกด้วยรอยแผลเป็นอย่างชัดเจนที่หน้า ซึ่งเกิดจากรอยเย็บถึง 100 เข็มด้วยกัน

     ลองนึกดูเด็กยังไม่ถึง 2 ขวบ ต้องเจอมาขนาดนี้ มันจะสาหัสแค่ไหนกัน

     ริเบรี่ ต้องกลายเป็น "ไอ้หน้าบาก" และตัวตลกของเพื่อนฝูงตั้งแต่ยังตัวกระเปี๊ยก

     แน่นอนว่าสำหรับเด็กในวัยนี้มันต้องเป็นปมด้อย การโดนเพื่อนล้อทุกวัน อำเรื่องหน้าตาที่บิดเบี้ยวผิดปกติ

     โตขึ้นมาย่างเข้าวัยรุ่น คนอื่นเค้าไปจีบหญิงชิงดีชิงเด่นในเรื่องความหล่อ ริเบรี่ ต้องคอยฉากหลบลี้หนีหน้า ชอบใครสักคนก็ไม่กล้าเดินเข้าไปคุย เพราะกลัวว่าหน้าตาอันอัปลักษณ์จะทำให้สาวเจ้ารังเกียจ
   
     แต่แทนที่เขาจะฟูมฟายร้องไห้หรือน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง บาดแผลบนใบหน้ากลับทำให้จิตใจแกร่งตั้งแต่เด็ก กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง แม้จะเจ็บปวดไม่น้อยก็ตาม

     ครอบครัวที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบกับอุบัติเหตุยิ่งเจ็บปวดมากกว่า เมื่อมองรอยแผลนี้

     มันเหมือนเป็นอนุสาวรีย์รำลึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายในครั้งนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยเคี่ยวกรำให้ ริเบรี่ เติบโตขึ้นมาต่างจากเด็กคนอื่น


     แล้วฟุตบอลนี่เองที่ทำรอยบากบนใบหน้า เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบเล็กๆของชีวิต

     เพราะความสามารถในเชิงลูกหนังของเขาคือปมเด่น ที่แทบจะกลบปมด้อยซะสนิทเลย

     แต่นั่นอาจเป็นแค่ภายนอกที่เราได้รับรู้กันเท่านั้น

     ช่วงปีใหม่ที่ซึ่งบุนเดสลีกายังเบรกพักหนีหนาว ริเบรี่ หอบหิ้วครอบครัวไปหาหาดทราย สายลม แสงแดดที่ดูไบ เมืองซึ่งเต็มไปด้วยความหรูหราและเป็นที่นิยมของนักฟุตบอลดังๆ

      ทัพ บาเยิร์น มิวนิค ก็ยกขบวนกันมาเข้าแคมป์ที่นี่เช่นเดียวกัน ถือเป็นการพักผ่อนหย่อนอารมณ์ก่อนสู้ศึกในครึ่งฤดูกาลหลัง


     ว่าแล้วเขาเลยสบโอกาสก็เลยแวะไปที่ร้านของ นูสเรต โกเช เชฟชาวตุรกีที่โด่งดังมาจากท่าโรยเกลือหรือ "ซอลต์ เบ" และมาเปิดสาขาอยู่นี่ด้วย

     ความจริงทั้งคู่เคยรู้จักกันมาก่อน ตั้งแต่ยุคแรกการเป็นแข้งอาชีพของ ริเบรี่ ซึ่งเคยไปเล่นอยู่กับ กาลาตาซาราย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมาเจอกันนอกรอบ

     ริเบรี่ สั่งสเต็กเนื้ออย่างดีที่หุ้มด้วยฟอยด์สีทอง สนนราคาราว 1,200 เดอร์แฮม ซึ่งเป็นสกุลเงินสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตกแล้วก็ประมาณ 11,000 บาทบ้านเรา


     ใครได้มากินเนื้อสเต็กฝีมือของเชฟรายนี้ ต่างก็มักโพสต์ลงโซเชี่ยลโชว์หน่อยว่า เคยไปมาแล้ว เพราะไม่ง่ายเลยที่นัดจองคิวได้ ต่อให้ร่ำรวยคนอวยแค่ไหนก็ตาม

     ดาวเตะหน้าบากก็เลยโพสต์ลงอินสตราแกรมหรือไอจีของตัวเองบ้างตามประสา ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น

     หลังจากลงได้ไม่นานโพสต์นี้ของเขาก็ร้อนฉ่าทันที เพราะมีผู้ติดตามไม่น้อย โดยเฉพาะที่เป็นชาวฝรั่งเศส ต่างวิจารณ์ไปในทิศทางคล้ายๆกันว่าเอาเงินจำนวนนี้ไปช่วยเหลือคนอื่นที่ขัดสนจะเป็นประโยชน์มากกว่า

     ริเบรี่ อ่านแล้วก็เดือดของขึ้นสุดขีด เลยโพสต์ตอบโต้ไป

     หากค้านด้วยเหตุผลมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประมาณว่านี่คือเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงการค้าแข้งและอยากจะหาความสุขส่วนตัวบ้าง ก็ไม่น่าจะผิดอะไร

      ส่วนเรื่องบริจาคเงินช่วยเหลือองค์กรการกุศล เขาก็ทำเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นพวกแล้งน้ำใจ ปฎิเสธให้ความช่วยเหลือเจือจาน

     โพสต์แนวนี้น่าจะดูดีกว่าและทำให้เขาจะกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบทันที


     แต่ ริเบรี่ กลับใช้คำหยาบคาย ด่ากราดชุดใหญ่ว่าเป็นพวกขี้อิจฉา แล้วก็ลามหนักไปว่าเกิดมาได้เพราะถุงยางอนามัยขาด ก่อนจะหนักถึงขุดโคตรเหง้ามามั่วไปหมด

    "แม่งมึงสิ" -- ประโยคนี้แหล่ะที่ทำให้เขาตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพลั้งทันที

     เรื่องดูรุนแรงขึ้นเมื่องานนี้มี ออเดรย์ ปุลวาร์ นักข่าวและพิธีกรจาก sport24 มาร่วมวงด้วย โดยโพสต์ว่าผู้คนขัดสนอดอยากทั่วโลก น่ากำลังต้องการเงินจาก ริเบรี่ อยู่

      แล้วตัวรุกจาก บาเยิร์น มิวนิค ก็เปิดฉากฟาดฟันกันในโซเชี่ยลอย่างดุเดือดกับนักข่าวสาว ซึ่งเขาเชื่อว่ามีความริษยาเป็นทุนเดิม

     อย่างที่บอกนั่นแหล่ะ หาก ริเบรี่ ใจเย็นใช้สติตรึกตรองสักหน่อย แล้วคัดค้านสู้กันด้วยเหตุผลน่าจะจบสวยกว่ามาก

     เพราะความจริงอีกด้านที่เราไม่รู้เลยคือมื้อนี้เพื่อนเขาเป็นเจ้ามือเลี้ยงต้อนรับ แต่ไปโต้ด้วยอารมณ์อยากจะเอาชนะ ว่านี่เงินของตน จะเอามาทำอะไรก็ได้ไม่ผิด

     ประกอบกับใช้คำหยาบมากๆ ด่าไปถึงพ่อแม่ด้วยวาจาที่ไม่เหมาะสม โดยอาจลืมไปว่าตัวเองคือนักเตะชั้นนำของสโมสรยิ่งใหญ่สุดในเยอรมัน ควรระมัดระวังเรื่องอย่างนี้มาก


     นี่คือต้นทุนของการเป็นคนมีชื่อเสียง เขาไม่ใช่ตาสีตาสาหรือโนบอดี้ที่ไหนเลย

     ข้อคิดที่ควรเคร่งครัดอย่างหนึ่งของบุคคลมีชื่อเสียงก็คือ จำไว้ว่าปากเป็นนายเรา จะพูดอะไรออกไปต้องใคร่ครวญให้ดีก่อน

     เพราะพูดไปแล้ว เราจะต้องกลายเป็นทาสและรับผิดชอบทันที

     แม้ของ ริเบรี่ จะเป็นการพิมพ์ก็ตาม แต่เมื่อออกสู่สายตาคนอื่นไปแล้ว มันก็ไม่ต่างจากสิ่งที่ได้พูดไปหรอก

     บิลด์ ไซตุ้งสื่อแถวหน้าของเยอรมัน ตามติดเล่นประเด็นนี้ไม่เว้นแต่ละวัน พยายามจะฉายภาพด้านลบของ ริเบรี่ ให้คนอื่นได้รับรู้


     อีกทั้งยังเป็นตัวจุดชนวนให้ บาเยิร์น ในฐานะเป็นต้นสังกัดออกมาแสดงความรับผิดชอบทำอะไรสักอย่างด้วย จะปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปตามกระแสไม่ได้อย่างเด็ดขาด

     ด้วยความเป็นสื่อที่ปราดเปรื่อง บิลด์ เลยจุดประเด็นว่าเสือใต้คงไม่กล้าทำอะไรแข้งรายนี้หรอก เพราะนอกจากมี อูลี่ เฮอเนส ผู้บริหารตัวดีคอยหนุนหลังให้ท้ายแล้ว

     อีกทั้งฟอร์มในช่วงหลังกลับมาพีกอีกครั้ง 4 ประตูจาก 4 เกม คงต้องประคบประหงมเอาใจกันน่าดู

     นอกจากนี้ยังมีการนำรายได้ของดาวเตะเฟร้นช์มาเปิดเผยอีกต่างหาก ระบุว่าทุกวันนี้ฟันนิ่มปีละ 14 ล้านยูโร สูงเป็นแถวหน้าของบุนเดสลีกา ถ้าจะลงดาบปรับเงินสักหลักแสนคงไม่สะเทือนอะไรอยู่แล้ว

     จริงๆนี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่ ริเบรี่ ตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ตัวเอง ไม่ยอมควบคุมให้ได้ ทั้งที่ผ่านบทเรียนมาไม่น้อย

     เพราะสุดท้ายสำหรับเขา บทเรียนก็คืออดีตธรรมดา หากคุณไม่คิดว่าจะนำมาเป็นอุทธาหรณ์สอนใจ

     อย่างที่ ริเบรี่ เล่าชีวิตอันแสนรันทดในวัยเด็กให้ฟังนั่นแหล่ะ นอกจากจะเฉียดตายจากอุบัติเหตุแล้ว การต้องมีรอยบากอันน่าเกลียดติดแหมะอยู่ที่ใบหน้า จากรอยเย็บ 100 เข็ม มันก็ทรมานจิตใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน

     เขาจึงต้องพยายามเข้มแข็งเข้าไว้ ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นด้วยการร้องไห้เป็นอันขาด


     อาจจะจริงที่ว่าหลายต่อหลายครั้งที่เผชิญกับเสียงล้อเลียน สายตาหมิ่นแคลนดูถูกเขาอาจจะพอรับมือได้ แต่ก็มาในแบบ "เก็บเอาไว้ข้างใน"

     เพื่อให้ยืนหยัดอยู่ในสังคมได้ ริเบรี่ จึงต้องทำตัวให้ปกติมากสุด ไม่ให้ใครรู้ถึงความเจ็บปวด เพราะเชื่อว่าจะทำให้คนอื่นสงสารเขามากกว่าเดิม ซึ่งเขาไม่ต้องการ

     ต่อให้ฟุตบอลจะเข้ามีมีบทบาทช่วยเยียวยาได้ไม่น้อย โดยเฉพาะทำให้เขามีตัวตน มีชื่อเสียงเปรี้ยงปร้าง เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก แต่ลึกๆแล้วบาดแผลบนใบหน้าก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้เสมอมา

     การแสดงออกด้วยพฤติกรรมที่ก้าวร้าว หยาบคาย ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆเช่นนี้ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งจากบาดแผลฉกรรจ์นั้น

     เขาอาจจะเก็บมันไว้มากเกินไป แล้วรอวันที่จะปลดปล่อยระเบิดออกมา ชนิดที่ว่าไม่อาจคอนโทรลได้เลย

     เราไม่รู้เลยว่านี่จะเป็นระเบิดโทสะครั้งสุดท้ายของ ริเบรี่ หรือไม่

     บางทีเรื่องอย่างนี้ก็พูดลำบาก ถ้าเราไม่เคยประสบพบเจอกับตัวเองมาก่อน เราไม่มีทางเข้าใจความรู้สึก ริเบรี่ ได้หรอก


     แผลในใจนี้ใหญ่กว่าแผลเป็นที่ใบหน้าไม่พอ

     ยังยากที่จะรักษาให้หายขาดด้วย

     หากใครอดรนทนไม่ไหวจะระเบิดโทสะ มาลองพบกับความตื่นเต้นดับความโกรธดีกว่าที่ MYSBOBET คุณจะสบายใจกับการบริการที่ยอดเยี่ยมแน่นอน ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น