ข่าว

เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

อัพเดตเมื่อ : January 16, 2019 1:03am โดย : admin

คนพยัคฆ์ภูมิพิสัย มหาสารคาม จังหวัดมหาสารคามโดยกำเนิด

มีความเป็นเลือดอีสานขนานแท้ชนิดเข้มข้น จากพ่อและแม่ที่รับราชการด้วยกันทั้งคู่

ชีวิตราบเรียบตามประสาเด็กต่างจังหวัดและได้รับการฟูมฟักในระดับดีงามในแบบลูกคนสุดท้อง

แต่เพราะเป็นคนเล็กของบ้านนี่แหล่ะ อิทธิพลต่างๆจากพวกพี่ เลยแผ่ซ่านซึมซับเข้าสู่ตัวของ "เด็กชายโต่ย" อย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะพ่อกับพี่ชายเข้าข่ายเสพติดเกมลูกหนังมากๆ ถึงขั้นไม่ได้เล่นบอลวันไหนจะหงุดหงิดหัวใจ

พี่สาวเองก็เป็นนักกรีฑาระดับจังหวัด เขาจึงต้องคล้อยตามไปในทิศทางเดียวกับคนอื่นด้วย


แล้วฟุตบอลนี่แหล่ะจึงเป็นทางเลือกที่ดูเหมาะสุดแล้ว

จากนั้นความฝันก็ค่อยๆเปล่งปลั่งเจิดจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะได้เล่นฟุตบอลรายการใหญ่และติดทีมชาติ

แต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเป็น "นักฟุตบอลอาชีพ" หาเงินได้เป็นกอบกำล่ำสั่น เพราะสมัยก่อนนึกแค่เพียงว่า ฟุตบอลหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ เป็นเหมือนงานอดิเรก ต้องทำอย่างอื่นประกอบไปด้วย

สมัยนั้นการได้ดูเกมบอลไทยหรือบอลนอกหน้าจอทีวีแต่ละครั้ง เป็นเรื่องสุดยอดมาก แถมส่วนใหญ่แล้วยังเป็นจอภาพแบบขาวดำด้วย แทบจะแยกสีเสื้อไม่ออกเลยทีเดียว

ยิ่งดูมากเท่าไร แรงบันดาลใจก็มากขึ้นเท่านั้น



แล้วฟุตบอลก็พัดพาชีวิตของ "เด็กชายโต่ย" ให้ไปอยู่ในที่น่าจะเหมาะสมกับตัวเขามากที่สุด

--------------

จากเด็กชายเติบใหญ่มีคำว่า "นาย" นำหน้า แล้วชื่อของ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงลูกหนัง

จุดเริ่มต้นจากการเดินสาย แล้วไปต่อยอดเอากับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับประเทศในเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นไทยแลนด์ คัพ หรือกีฬาเขตที่ปัจจุบันคือกีฬาแห่งชาติ โดยตระเวนเล่นในชื่อจังหวัดต่างๆ ตามแต่จะได้รับการทาบทาม

ตอนนั้นชีวิตมีความสุขมาก ได้เจอเพื่อน ได้เล่นฟุตบอล เก็บประสบการณ์เรียนรู้ไปเรื่อยๆ

เพราะฟุตบอลอีกนั่นแหล่ะ ที่ทำให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพให้โควต้าเรียนฟรีแลกกับการหวดลูกหนังที่ถนัด


ด้วยความที่เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน นิสัยน่ารักและมักจะเป็นกันเอง ไม่ถือตนอวดโอ้ แม้ตอนนั้นจะมีชื่อเสียงแล้ว ทำให้ใครๆต่างก็ชอบอกชอบใจ ศิริศักดิ์ หรือ "บักโต่ย" ของพรรคพวกทั้งสิ้น

แน่นอนเขาชอบดื่มกิน แล้วในวงสนทนาส่วนใหญ่ก็มีแต่เรื่องฟุตบอลที่ฟุ้งกระจาย

กินง่าย อยู่ง่าย ไปไหนยกมือไหว้เสมอ แถมฝีเท้าพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักก็ได้เข้าสังกัดโอสถสภา ในรูปแบบทำงานไปด้วยเล่นบอลไปด้วย

เขาไม่ได้ย้ายไปไหนเลยในฐานะนักเตะอาชีพ นอกจากม.กรุงเทพที่เคยเล่นเพื่อตอบแทนวิชาความรู้แล้ว ก็มีโอสถฯนี่เองรับใช้อย่างยาวนานเกือบ 10 ปีด้วยกัน

ในตำแหน่งตัวรุกทางด้านซ้าย เขาโชว์ฟอร์มได้ไม่เบากระทั่งถูกเรียกติดทีมชาติ แม้จะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ ไม่กี่นัด แต่มันช่วยสร้างความภาคภูมิยืดอกได้เสมอมา

ฝันแรกกับการได้ติดธงไตรรงค์ของเขาเป็นจริงแล้ว

พอแขวนสตั๊ดจบอาชีพค้าแข้ง ก็ยังคงอยู่ไม่ไปไหน ได้รับมอบหมายให้ดูแลทีมเยาวชนเรื่อยมา

ช่วงนั้นมีโอกาสก็ศึกษาหาความรู้และล่าใบเบิกทางอย่างไลเซนส์ต่างๆ เพื่อนำไปสู่การเป็นโค้ชในอนาคต ซึ่ง ศิริศักดิ์ เชื่อว่าความรู้และประสบการณ์ที่ตัวเองมีอยู่นั้น น่าจะช่วยผลักดันได้ในระดับหนึ่ง



เวลาที่ได้ดูฟุตบอลต่างประเทศ หัวสมองของ ศิริศักดิ์ จะเหวี่ยงไปคิดเรื่องอื่นด้วยเสมอ แล้วมักจะตั้งคำถามกับตัวเองเรื่อยมา

ทำไมตัวเองในวัยเด็ก จึงไม่มีโค้ชคอยพร่ำสอนแนะนำวิธีการเล่นหรือทัศนคติที่ถูกต้องเหมือนอย่างบ้านเมืองเขา

ดังนั้นจึงมุ่งมั่นเสมอที่จะได้เป็นโค้ชทีมฟุตบอล เพื่อจะได้ถ่ายทอดความรู้ต่างๆให้กับนักเตะ ชดเชยสิ่งที่เคยขาดหายไปในวัยเยาว์ของตัวเอง

สุมัญญา ปุริสาย กับ ศุภชัย ใจเด็ด 2 แข้งทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน ได้รับการเจียระไนจาก "โค้ชโต่ย" มาตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ

17 ปีเต็มที่เขาอยู่ช่วยทีมโอสถสภา เมื่อบวกกับตอนเป็นนักเตะอีก 9 ปี รวมแล้วมากกว่า 25 ปีที่สวมเสื้อยี่ห้อนี้

ทั้งเป็นนักเตะและผู้ช่วยโค้ช ทำงานอย่างหนักเรื่อยมา แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครมองเห็นเท่าไรนัก

เงินเดือนก็แทบไม่ขยับขึ้น อีกทั้งองค์กรเองก็มีนโยบายลดการสนับสนุนฟุตบอล นั่นทำให้เขาเริ่มมองหาลู่ทางใหม่ไว้บ้าง แม้จะผูกพันกับบ้านหลังนี้ เพราะปักหลักอยู่มายาวนานก็ตาม


ปลายปี 2015 ก็มีข้อเสนอที่น่าสนใจเข้ามาให้

และไม่มีทางที่เขาจะปฎิเสธไม่ได้เลย

----------------

หลังจากสะสมบ่มเพาะการเป็นผู้ช่วยมานาน ผ่านเสียงดูถูกหยามหยันจากใครต่อใครที่บอกว่า ไม่มีทางได้เป็นเบอร์หนึ่งหรือหัวหน้าผู้ฝึกสอนเด็ดขาด

แล้ว "โค้ชโต่ย" ก็ได้รับบทกุนซืออย่างเต็มตัวของไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี

ตอนแรกที่รับงานใหม่ก็หวาดหวั่นอยู่ในใจ เพราะเป็นผู้ช่วยมาตลอด แล้ววันหนึ่งต้องมาแบกภาระ สู้กับความกดดันเกือบคนเดียว มันต้องมีประหม่าบ้างเป็นธรรมดา


หนักถึงขั้นนอนก่ายหน้าผาก ข่มตาหลับไม่ลงเลยทีเดียว เพราะแม้ฝันจะเป็นจริงอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้ แต่มันยังไปไม่สุด เกรงว่าผลงานไม่ดีแล้วจะทำให้สโมสรเสียหาย

ยังดีที่ว่าผู้บริหารขอแค่ติด 1 ใน 5 ของศึกดิวิชั่น 1 ไม่ต้องถึงขั้นเลื่อนชั้น สอดคล้องกับงบประมาณและเงินลงทุนที่วางเอาไว้ก็น่าจะโอเคแล้ว

ความกดดันจึงลดลงไป เขาจึงมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก ซ้อมเต็มที่ เน้นวินัย หัวใจและพละกำลัง ซึ่งทั้งหมดต้องตีคู่ไปด้วยกัน ชัยชนะจึงจะบังเกิด

ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายแล้ว ไทยฮอนด้า จะคว้าแชมป์ลีกรอง พุ่งขึ้นไทยลีกได้สำเร็จ

หากเป็นคนอื่นอาจจะหันไปเย้ยพวกที่เคยหยามสมัยก่อน เป็นการตอบโต้เอาคืน แต่สำหรับ "โค้ชโต่ย" ไม่ใช่อย่างนั้นเลย คิดแต่เพียงว่าต้องสู้ต่อไป ทำผลงานให้ดีที่สุด


ไทยลีกสร้างความตื่นเต้นและตื่นตาให้กับเขามากในฐานะโค้ชใหญ่ แต่แล้วมันก็มีอายุอยู่ได้ไม่นาน เพียงแค่ 11 เกมเท่านั้น

ศิริศักดิ์ เสียใจ แต่ไม่เสียดายเลยเมื่อมาถึงตรงนี้ พร้อมทั้งบอกกับตัวเองเสมอมาว่าจะไม่ทิ้งโอกาสที่มีเข้ามาแน่

แล้วบทบาทผู้ช่วยหันหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย จึงเป็นป้ายต่อไป

------------------

จากที่พา ไทยฮอนด้า เลื่อนขึ้นไทยลีกว่าเป็นเรื่องบ้าแล้ว

การพาทีมชาติไทยแหกด่านผ่านวิกฤต เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกเอเชียน คัพ 2019 ยิ่งบ้าหนักกว่าหลายเท่า


เรื่องราวของ "โค้ชโต่ย" ถูกนำไปเปรียบกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้ชุบชีวิต แมนฯยูไนเต้ด ให้กลับมาเปรี้ยงปร้าง

นอกจากมีความบากบั่นมุ่งมั่น รวมทั้งความสามารถแล้ว เขายังมีความอ่อนนอมถ่อมตน อันเป็นอาวุธสำคัญของการใช้ชีวิตอีกต่างหาก

ภาพที่ ศิริศักดิ์ ยกมือไหว้ อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ กุนซือทีมชาติญี่ปุ่นอย่างนับถือเลื่อมใส ทำให้ใครต่อใครชื่นชมกันทั้งสิ้น

นิสัยจริงๆ ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว หลายเสียงที่เคยใกล้ชิดสัมผัสมาต่างพูดเหมือนกันหมด ไม่ได้เสแสร้งแกล้งสร้างภาพเรียกคะแนนเลย

อีกทั้งเรื่องเงินเดือน 5 หมื่นนิดๆ ที่ได้รับจากสมาคมฟุตบอลไทยนั้น เขาเองก็ไม่ได้เป็นคนพูดเพื่อเรียกร้องเอง แต่เป็นคนอื่นได้รับข้อมูลมาแล้วนำมาเผยต่างหาก

พลันที่ชาวไทยทั้งปนะเทศได้ยินเข้าก็แทบเอามือทาบอก เพราะมันน้อยเกินไปกับสิ่งที่ลงแรงไป จนเกิดดอกผลสำเร็จ


ยิ่งเมื่อรู้ว่า มิโลวาน ราเยวัช นายใหญ่คนก่อนฟันร่วม 2 ล้านบาทพร้อมทีมงาน จึงได้เห็นความเหลื่อมล้ำดำขาวกันแบบชัดเจน

กระทั่งผู้บริหารส.บอลต้องออกมาบอกว่า คงต้องมีการพิจารณาภายหลังกับเรื่องปรับเงินให้เหมาะสม

"โค้ชโต่ย" เองยังยอมรับด้วยความใสซื่อว่าไม่อยากเชื่อที่จะพาทีมชาติมาไกลขนาดนี้

บางทีเขาอาจจะไม่รู้หรือไม่คาดคิดมาก่อนว่า ตัวเองมีความสามารถขนาดไหน จนกระทั่งได้รับโอกาสนั่นแหล่ะ

ราวกับว่าหลายคนพยายามมองข้ามเขาไป โดยใช้รูปลักษณ์และคุณสมบัติภายนอกมาเป็นตัวชี้วัดตัดสิน

ไม่แปลกที่ "โค้ชโต่ย" เคยระบายความรู้สึกทำนองนี้ออกมา เขาเองก็รับรู้ได้ ขึ้นอยู่ว่าจะพูดหรือเปล่า


เป็นมาหมดแล้ว ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ทีม , คนขับรถตู้ให้นักเตะนั่ง , เตรียมอุปกรณ์การซ้อม , เตรียมอาหารให้เด็ก , เป็นที่ปรึกษานักเตะ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการพานักเตะต่างชาติไปต่อวีซ่า

แล้วตอนนี้มาเป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทย พาเข้ารอบน็อกเอาท์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ไม่เคยมีโค้ชคนไหนทำได้

เป็นทุกอย่างที่เธออยากให้เป็นเลยจริงๆ

โค้ชโต่ยเป็นทุกอย่างแล้วอะไรแล้วแต่ถ้าใครกำลังมองหาเว็บไซด์ที่ 'มีทุกอย่าง' เท่าที่นึกออกและต้องการล่ะก็นี่เลย MYSBOBET ที่ไม่ว่าจะยังไงเรามีให้คุณเสมอ ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น