ข่าว

บอกลาคำว่า "คนสุดท้าย"

อัพเดตเมื่อ : January 21, 2019 1:55am โดย : admin

ฟุตบอลทำให้ "เจ้าอาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด ได้ไปสวีเดนตั้งแต่อายุเพียงแค่ 10 ขวบเศษๆ

ละแวกบ้านเกิดของเขาที่ปัตตานี ไม่มีอะไรที่น่าบันเทิงเริงรมณ์ไปมากกว่าเกมลูกหนังอีกแล้ว แทบทุกวันจะเห็นรุ่นพี่วิ่งฝุ่นตลบแย่งบอลลูกเดียวกันอยู่ในสนาม

แล้วพอได้สัมผัสบ้าง ศุภชัย ก็เริ่มติดใจ เล่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ 8 ขวบ โดยมี อ.เสรี เบญอาหมัด ครูลูกหนังคนแรกสนับสนันผลักดันอย่างเต็มที่ เพราะเห็นพรสวรรค์ที่แฝงอยู่ในตัว

เล่นจบครบ 10 ขวบ มีโครงการคัดนักเตะเยาวชนรุ่นอายุ 13 ปี เพื่อไปหวดทัวร์นาเมนต์ที่โกเตนเบิร์ก ประเทศสวีเดน อาจารย์ก็เลยจับใส่รถพาไปร่วมด้วย


ปรากฏว่า อาร์ม เป็น 1 ใน 10 ที่ถูกเลือกด้วย แต่ความจริงเขาคือคนสุดท้ายที่คณะกรรมการใส่ชื่อไว้ ตอนแรกชั่งใจอยู่นาน อายุน้อยกว่าเกณฑ์เกือบ 3 ปี ก่อนเห็นพ้องว่า ควรให้เด็กที่ฉายแววเช่นนี้ไปเปิดโลกกว้างบ้าง

นั่งเครื่องบินครั้งแรก อีกทั้งไปไกลหลายพันไมล์ สร้างความตื่นเต้นให้เจ้าหนูอาร์มอย่างมากและการเดินทางครั้งนี้แหล่ะ คือแรงขับดันสำคัญที่ส่งให้สัญญากับตัวเองว่า โตขึ้นมาต้องเป็นแข้งอาชีพให้ได้

ทีมชุดนั้นคว้าอันดับ 9 มาครองอย่างน่าประทับใจ  ศุภชัย จึงได้รับการทาบทามให้ไปคัดตัวที่ปทุมคงคา หนึ่งในสถาบันลูกหนังขาสั้นชั้นนำของประเทศ

เขาลิงโลดด้วยความดีใจ รีบกลับไปบอกที่บ้าน แต่แล้วก็ต้องปล่อยโฮออกมา เพราะพ่อไม่ยอมให้ลูกชายคนนี้ ไปใช้ชีวิตลำพังในเมืองหลวงอย่างเด็ดขาด ต้องให้โตพอจะดูแลตัวเองได้ก่อน

แน่นอนการได้เล่นฟุตบอลในโรงเรียนมีชื่อเสียงที่กรุงเทพ เปรียบเสมือนก้าวแรกไปสู่ฝัน ฉะนั้นเมื่อโดนครอบครัวปฏิเสธ จึงร้องไห้จนแทบจะเป็นสายเลือด

เมื่อแผนบีบน้ำตาไม่ได้ผล อาร์ม จึงต้องไปขอร้องครูที่โรงเรียน ผู้หลักผู้ใหญ่ที่พ่อแม่นับถือ แถมร้อนถึงผู้ใหญ่บ้านให้มาคุยทำความเข้าใจ

เรียกว่าวุ่นวายกลายเป็น "วาระแห่งหมู่บ้าน" เลยทีเดียว


สุดท้ายพ่อยอมใจอ่อน ปล่อยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเก็บเสื้อผ้า 5 ชุดเดินทางออกจากปลายด้ามขวานทอง นั่งรถไฟฟรีมายังกรุงเทพเพียงคนเดียว

เด็ก 12 ขวบบนรถไฟชั้น 3 พกกระเป๋าเล็กๆมาหนึ่งใบ เงินสด 1,500 บาท โทรศัพท์เก่าๆอีกเครื่อง

ตั้งแต่โตจำความได้นี่คือเงินที่พกมากสุดในชีวิตแล้ว เขาพยายามเอามือคลำกระเป๋ากางเกงตลอดเวลา กอดเป้แน่น หวั่นว่าจะกลัวใครมาฉวยขโมยไป

ด้วยความที่บ้านฐานะไม่ดีนัก เงินจำนวนนี้จึงมีค่ากับ อาร์ม อย่างมาก สำหรับการมาใช้ชีวิตในกรุงเทพ

เขามุ่งมั่นเต็มที่ในการคัดตัว ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์ ประสบการณ์จากแดนไวกิ้งและความสามารถส่วนตัวถูกงัดนำมาใช้จนหมดสิ้น ด้วยความหวังที่เปล่งประกายว่า ยังไงก็ต้องมีชื่อติดทีม

พอผลออกปุ๊บ รีบวิ่งไปดูที่บอร์ด ไล่ดูหลายรอบ ไม่เจอชื่อตัวเองเป็น 1 ใน 9 คนที่ถูกเลือก

กลับห้องมาน้องร้องไห้กระซิกๆ ด้วยความเสียใจ เก็บข้าวของเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นคงต้องเดินทางอีกครั้ง หอบความผิดหวังกลับปัตตานี พ่อแม่คงไม่ปลื้มด้วยเช่นกัน

แต่แล้วระหว่างครุ่นคิดกับชีวิตตัวเอง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายบอกว่าที่จริงเขามีชื่อติดโควต้าของปทุมคงคา เป็นคนที่ 10 สุดท้ายพอดิบพอดี แต่ทางเจ้าหน้าที่ลืมใส่ชื่อ



เท่านั้นเอง ศุภชัย กระโดดโลดเต้นไปรอบห้องอย่างไม่รู้ตัว คราบน้ำตายังเลอะอยู่บนหน้า แต่หัวใจเตลิดไปไกลไหนต่อไหนแล้ว

2 ครั้ง 2 คราวแล้วที่เขาถูกเลือกเป็นคนสุดท้าย

----------------------

แม้จะมีพรสวรรค์เชิงลูกหนังที่ฟ้าประทานมาให้ แต่ฟุตบอลที่โรงเรียนในเมืองหลวง ต่างจากบ้านเกิดเหลือเกิน การแก่งแย่งแข่งขันอันเข้มข้น ทุกคนจริงจังมากเมื่ออยู่ในสนาม

จุดด้อยอย่างร้ายกาจของ ศุภชัย คือรูปร่างที่แกร็นและเล็ก รู้อย่างนั้นเขาจึงดื่มนมอย่างหนักทุกวัน เพื่อให้ร่างกายแกร่งพอต่อกรกับคนอื่นในสนามได้

คาถาของ อาร์ม ยามท้อแท้คือนึกถึงหน้าพ่อแม่เข้าไว้ ตั้งใจเหลือเกินจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองผิดหวังเลย

นอกจากซดนมโฮกๆทุกวัน จนเป็นนิสัยแล้ว ยังพยายามสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงไว้บวกไว้ปะทะกับฝ่ายตรงข้าม ด้วยการเล่นเวทเทรนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ


จากไอ้ตัวเล็กของพี่ๆเพื่อนๆที่โรงเรียน ร่างกายของ ศุภชัย ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รับโอกาสให้ลงสนามในนามโรงเรียนเรื่อยมา

กระทั่งอาจารย์วัลลภ สนามทอง แนะนำให้ไปคัดตัวทีมชาติไทยรุ่น 14 ปี คราวนี้มีชื่อติดโผด้วย แต่เพราะเริ่มติดเพื่อนตามประสาวัยรุ่น อีกทั้งอยากจะช่วยโรงเรียนเล่นในรายการอื่น จึงสละสิทธิ์ไป

เขายอมรับว่าเสียดายที่ทิ้งโอกาสอันล้ำค่าหลุดมือ แต่นั่นเป็นเหมือนพลังผลักดันให้ต่อสู้เพื่อไปให้สุดบนถนนสายลูกหนัง

คราวนี้โอกาสมาถึง อาร์ม ไม่ยอมปล่อยให้หนีไปอีก เขาจัดการตะครุบมันไว้ทันที

ในวัย 15 ปี ได้ไปคัดกับโอสถสภา แล้ว "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เห็นเข้าก็ประทับใจอย่างมาก บอกกับตัวเองว่าไอ้หนูคนนี้ไปไกลแน่ ถ้าขยันมุ่งมั่นและจริงจังเต็มที่

ตอนนั้นจากไอ้ตัวเล็ก ชื่อเรียกขานของเขาเปลี่ยนตามกายภาพ

"ไอ้ก้านยาว" คือสมญานามในเวลาต่อมา ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งเกือบ 180 เซนติเมตร


ระหว่างฝึกซ้อมและอยู่ในทีมเยาวชนของนายห้างขายยา "โค้ชโต่ย" บอกให้ลองไปคัดทีมชาติไทยรุ่น 19 ปีดู ทีมชุดนี้จะเอาไว้ทำศึกชิงแชมป์อาเซียนที่ลาว

จริงๆ เขาไม่น่าจะมีชื่อติด เพราะ "โค้ชจุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด หัวหน้าผู้ฝึกสอน ต้องการเด็กที่อายุเต็มพอดี ยังไงก็กระดูกแกร่งกว่า ประสบการณ์โชกโชนกว่า

กระทั่งมารู้ภายหลังว่า เขาถูกใส่ชื่อไว้เป็นคนสุดท้าย

นี่คือ "คนสุดท้าย" ครั้งที่ 3 ของชีวิต

-----------------------------------

"ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ผมจะอยู่โอสถสภา จนกระทั่งเลิกเล่นไปเลย"

ศุภชัย เคยพูดอย่างนี้ไว้กับคนใกล้ตัว เพราะมีความสุขดี รวมทั้งอยากตอบแทนสโมสรที่เลี้ยงดูฟูมฟักไม่ขาดตกบกพร่อง

แต่แล้วเหตุผิดพลาดกลับเกิดขึ้น อย่างคาดไม่ถึง


โอสถสภา ยกเลิกเงินสนับสนุนทำทีม ทำให้ สุรศักดิ์ ณ นคร หนึ่งในบอร์ดบริหารต้องหาเงินจากหลายด้านมาโปะ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ซูปเปอร์พาวเวอร์ ในเวลาต่อมา

จากนั้นก็แบกภาระอันหนักหน่วงไม่ไหว ทางออกสุดท้ายคือต้องขายแข้งคนสำคัญ เพื่ออุดอาการเลือดไหลไม่หยุด

ตอนนั้น อาร์ม กำลังฟอร์มพุ่งน่าจับตามองอย่างมาก เมืองทอง ยูไนเต็ด อาศัยสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันติดต่อมาก่อนใคร แต่อิดออดเรื่องค่าตัว ซึ่งเรียกแพงเกิน

กลายเป็นว่า บุรีรัมย์ ยอมควัก 10 ล้านบาท แลกกับเด็กวัยแค่ 18 ปี หยิบชิ้นปลามันไปครองหน้าตาเฉย

ปี 2017 แทบไม่ได้ลงเล่น กระดูกยังอ่อนเหลือเกิน แต่ปีรุ่งขึ้นได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง การได้เล่นกับผู้เล่นระดับโลกอย่าง ดีเอโก้ หลุยส์ ซานโต หรือ ออสวัลโด ฟิลโญ่ ทำให้พัฒนาอย่างรวดเร็ว


เขาถูกเรียกติดเอเชียนเกมส์ 2018 ยิงได้ 1 ตุงนัดเจอบังคลาเทศ แล้วยังมาติดศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิหรือชิงเจ้าอาเซียน กดไปอีก 3 ประตูด้วยกัน

ชื่อเสียงมาเปรี้ยงสุดขีดก็ในศึกเอเชียนคัพ 2019 นี่แหล่ะ เมื่อ อดิศักดิ์ ไกรษร เกิดเจ็บกะทันหันก่อนเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับทีมชาติจีน เขาจึงได้รับไฟเขียวให้ลงแทน

แล้วก็แสดงให้เห็นถึงหัวใจอันเด็ดเดี่ยวสมชื่อ ต่างกับวัยที่เพิ่งครบ 20 ปีเมื่อ 1 ธันวาคมปีก่อน

จังหวะพลิกตัวในเขตโทษตะบันประตูขึ้นนำในครึ่งแรก น่าจะเป็นโมเมนต์ที่ ศุภชัย จะต้องจดจำไปตลอดชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย

หลังจากนั้นเขาก็ยังสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับมังกรจีนอีก รวมถึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าไม่มียำเกรง แม้จะต้องปะทะหรือเล่นนอกเกมก็ตาม


หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้หนุ่มจากปัตตานี ถึงโดนเปลี่ยนตัวออก ต่อให้มีใบเหลืองติดตัวอยู่ก็ตาม

ความเร็ว ความกล้าของเขาคือสิ่งที่แผงหลังของจีนหวาดหวั่นพรั่นพรึงที่สุดแล้ว

เสียงบ่นเสียดายดังกระจายไปหมด เมื่อ อาร์ม ไม่ได้อยู่ในสนามครบ 90 นาที

อย่างไรก็ตาม แม้ทัพช้างศึกจะไปได้แค่ 16 ทีมสุดท้าย

แต่จากนี้ไป ศุภชัย จะไม่เป็นตัวเลือกคนสุดท้ายอีกแล้ว

เชื่อเถอะว่าอีกไม่นาน เขาจะก้าวมาเป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมชาติไทยอย่างแน่นอน...

Cr : ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก four four two thailand

ส่วนใครกำลังหาเว็บไซด์หมายเลข 1 ในใจอยู่ล่ะก็ขอแนะนำ MYSBOBET ที่มีพร้อมทุกอย่างรวมมถึงทีมงานที่ทำงานกันแบบมืออาชีพ ว่องไว รวดเร็ว ไม่มีทำให้หัวร้อน ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น