ข่าว

เมื่อวินัยไม่จำเป็น

อัพเดตเมื่อ : January 25, 2019 1:16am โดย : admin

ตุลาคม 2017 แฟนบอลเวียดนามสลดกันทั้งประเทศ เมื่อหยุดเส้นทางแค่รอบแรกศึกซีเกมส์เท่านั้น

จากที่เคยคุยโวโออ้วดว่าคือเบอร์หนึ่งแห่งย่านอาเซียน อีกทั้งเคยเปรียบตัวเองว่าเล่นด้วยสไตล์ที่คล้าย บาร์เซโลน่า ทำเอาต้องกลืนน้ำลายตัวเองยกใหญ่

มันน่าอับอายเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อเจอเสียงแซว จิกกัด จากเหล่าเพื่อนบ้าน ที่ตอกย้ำด้วยวลีว่า "อย่าดีแต่ปาก"

อย่างที่เรารับรู้กันนั่นแหล่ะว่าสาวกตระกูลเหงียนนั้น กิตติศัพท์เป็นที่เลื่องลืออย่างมาก ในเรื่องหลงตนและชอบข่มประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง บางครั้งอวยจนลืมดูความจริงด้วยซ้ำ


ไปเอาความมั่นใจมากจากไหนกัน -- ใครต่อใครมักจะพูดกันอย่างนี้ทั้งสิ้น

ความล้มเหลวแบบหมดรูปในซีเกมส์ ทำให้สมาคมฟุตบอลเวียดนามอยู่เฉยไม่ได้ จำต้องทำการผ่าตัดครั้งใหญ่ เพื่อให้กลับมายืนหยัดเป็นแถวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีก

ปฏิบัติการเชือด เหงียน ฮู ธาง จึงเริ่มขึ้น เพราะใคร่ครวญแล้วว่า หากใช้กุนซือคนในต่อไปคงจะไม่เวิร์คแน่ ต้องเลือกต่างชาติที่วินัยเข้มข้น ทำงานหนัก มุ่งมั่นจริงจังมาฟื้นฟู

หวยจึงไปออกที่ พาร์ค ฮัง โซ กุนซือชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความเข้มข้น เคี่ยวหนักลูกทีมและเคยประสบความสำเร็จมีดีกรีรองรับ


พาร์ค เคยพาทีม ซังจู ซังมู ผงาดครองแชมป์เคทูหรือลีกรองของโสมขาวมาแล้วถึง 2 สมัยด้วยกัน รวมถึงถนัดทำงานภายใต้เงื่อนไขที่ค่อนข้างจำกัดอีกด้วย

นอกจากนี้สมัยค้าแข้ง พาร์ค ยังเคยเล่นกับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ดาวถล่มประตูระดับตำนานทีมชาติไทยอีกต่างหาก

ตอนนั้น "เดอะตุ๊ก" เขย่าลีกเกาหลีใต้ด้วยความรุนแรงระดับ 10 ริคเตอร์ ในสีเสื้อของ ลัคกี้ โกลด์สตาร์ ซึ่งปัจจุบันก็คือ เอฟซี โซล นั่นเอง

ปิยะพงษ์ เป็นกองหน้าครองดาวซัลโวสูงสุด ขณะที่ พาร์ค ปักหลักยืนกองกลาง โดดเด่นไม่เบา มีส่วนร่วมกับเกมรุกตลอดด้วย ถือเป็นแข้งสำคัญอีกคนในช่วงปี 1984-88

ก่อนจะรับงานนี้ พาร์ค มีเวลาเล็กน้อยศึกษาแนวทางการเล่น เวียดนาม พยายามหาสาเหตุว่าทำไม ทีมชุดยู 23 ถึงล้มเหลวในซีเกมส์ ซึ่งมันต้องต่อยอดกับทีมชุดใหญ่ด้วย

แน่นอนทัพลูกหนังเหงียน เล่นบอลแบบเท้าต่อเท้า มีการถ่ายและเคลื่อนตัว โดยยึดรูปแบบฟุตบอลละตินหรือพวกยุโรปใต้เป็นหลัก


พาร์ค กลับมองในทางตรงกันข้าม แม้วิธีการเล่นนี้จะเอนเตอร์เทนเร้าใจ ทว่ามักจะมีปัญหาตรงแนวรับ ที่เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีง่ายดาย

เขาจึงเน้นน้ำหนักในเรื่องของการป้องกันมากยิ่งขึ้น เอาแนวทางแบบโสมขาวมาใส่ รวมทั้งให้ความสำคัญเรื่องวินัย นักเตะทุกคนต้องอยู่ในกรอบที่วางเอาไว้ ห้ามบิดพลิ้วเป็นอันขาด หากต้องการประสบความสำเร็จ

แล้วนิสัยพื้นฐานอย่างหนึ่งของคนเวียดนามคือ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อีกทั้งมีวินัยเสมอ หากได้ทำเพื่อประเทศ

นั่นจึงสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงภายใต้คอนโทรลของ พาร์ค ทันที

นอกจากนี้ พาร์ค ยังปรับเรื่องโภชนาการด้วย เพราะเรื่องกินคือหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จ

เขาจะมีสูตรโภชนาการของตัวเอง นักเตะทุกคนต้องได้รับคาร์โบไฮเดรตซึ่งให้พลังงานอย่างเพียงพอ รวมไปถึงการให้ต้องดื่มนมวันละเป็นลิตรอย่างน้อยในช่วงที่เข้าแคมป์เก็บตัว

ชา กาแฟที่คุ้นเคยจะถือเป็นของต้องห้าม เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีส่วนฉุดให้ร่างกายไม่แกร่งถึงขีดสุด


ส่วนเรื่องซ้อมหนักนั้น ไม่ต้องห่วงเลย เพราะเป็นเอกลักษณ์ของโค้ชแดนโสมอยู่แล้ว อีกทั้งความสำเร็จเท่าที่ผ่านมาของ พาร์ค คือการซ้อมนี่แหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นสมัยนักเตะหรือเปลี่ยนมาเป็นกุนซือ

พาร์ค ดึงคนรู้ใจอย่าง อี ยอง อิน อดีตเพื่อนร่วมทีม ลัคกี้ โกลด์ สตาร์ มาเป็นแขนขาในฐานะผู้ช่วยเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น สต๊าฟฟ์ส่วนอื่นที่เหลือปล่อยให้ทางสมาคมฟุตบอลเวียดนามจัดการไป

ใครจะไปคิดว่า เปลี่ยนแปลงเพียงแค่นี้ จะเปลี่ยนโฉมหน้าลูกหนังเวียดนามได้อย่างมหาศาล

---------------

ภารกิจแรกของ พาร์ค ถือว่าทำได้สำเร็จ พาทัพเหงียนทะลุเข้ารอบสุดท้ายเอเชียนคัพ เป็นหนึ่งในสองชาติอาเซียนเมื่อรวมกับทีมชาติไทย

อย่างไรก็ตามยังไม่ค่อยสร้างความประทับใจได้เท่าไรนัก ทั้งพวกสื่อและแฟนบอลเท่าไรนัก มีการตั้งคำถามเรื่องสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนมาใช้ระบบเซนเตอร์แบ็ก 3 คน

แล้วยังมีประเด็นเรื่องอานิสงส์จากุนซือคนก่อน ที่ถูกหยิบยกมาเป็นหนามแทงใจอีกต่างหาก

แต่ พาร์ค ไม่ใส่ใจเท่าไร เพราะยังไงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ งานแรกทำได้ตามเป้าก็ถือว่าโอเคแล้ว

อย่างที่บอกก่อนจะตัดสินใจรับงานนี้ เขาศึกษาค้นคว้ามาพอสมควรแล้วได้เห็นความร้ายกาจของทีมเหงียนชุดเยาวชน โดยเฉพาะรุ่น 19 ปี ที่หลายแข้งมีแววว่าจะเติบใหญ่ได้

เขานำเด็กบางคนมาใช้ทำศึกชิงแชมป์ยู 23 เอเชีย ที่ได้รับไฟเขียวให้คุมด้วย


แล้ว พาร์ค ก็สร้างประวัติศาสตร์พาทีมเข้าถึงนัดชิงได้สำเร็จ ด้วยไสตล์การเล่นแบบวิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย ผสมกับเทคนิคอันยอดเยี่ยมของผู้เล่นที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

รอบตัดเชือกผ่าน กาตาร์ มาอย่างน่าหวาดเสียวต้องสู้กันถึงฎีกา ซัดจุดโทษชี้วัด ก่อนจะแสดงให้เห็นความนิ่งและเยือกเย็นกว่า

นัดชิงก็ยังสู้กับ อุซเบกิสถาน ที่เหนือกว่าทุกกระบวนเพลงได้อีก ยันเสมอ 1-1 ในเวลาปกติ น่าเสียดายจะยื้อไม่ไหวไปพ่ายในช่วงต่อเวลาพิเศษ

แต่เท่านี้ก็ทำให้เสียงแตรรถและพลุดังก้องไปทั้งประเทศแล้ว


จากนั้นในศึกซูซูกิ คัพหรือชิงความเป็นใหญ่อาเซียน ก็ดึงผู้เล่นจากชุดยู 23 บางคนขึ้นมาช่วย ก่อนจะประกาศศักดาครองแชมป์อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก ซึ่งแฟนๆต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้นเอง ของจริงยังมาไม่ถึงเลย

ได้ฟังแล้วก็เกิดความหมั่นไส้ เชื่อว่าเพื่อนบ้านทั้งหลายรอให้ล้มหัวทิ่ม พลาดเมื่อไรจะเหยียบซ้ำแน่

ศึกใหญ่เอเชียนคัพ 2019 รออยู่เบื้องหน้า เวียดนาม ต้องมาอยู่ในสายแข็งร่วมกับอีก 3 ชาติจากตะวันออกกลาง ยิ่งเห็นชื่อของ อิหร่าน และ อิรัก แล้วได้แต่ครั่นคร้ามเกรงขาม

2 นัดแรกพวกเขาไม่อาจต้านความแกร่ง อิรัก และ อิหร่าน แต่ก็ยังยืนหยัดต่อกรได้อย่างสูสี ไม่ได้เป็นรองมากนัก ถ้าจะแพ้จริงมาจากกระดูกบอลที่ยังอ่อนกว่า

แต่ พาร์ค กระตุ้นลูกทีมว่าห้ามท้อ ยังมีโอกาสในฐานะอันดับ 3 ดีสุด ซึ่งจะเอาเข้าอีก 4 ทีม แล้วต้องเอาชนะ เยเมน ให้ได้ด้วยสกอร์ที่เยอะหน่อย

ลุกหลานลุงโฮสู้กันยิบตา ก่อนขย่ม 2-0 คว้าตั๋วหวุดหวิด โดยต้องวัดกันจากจำนวนใบเหลือง ซึ่งโดนน้อยกว่า

รอบ 16 ทีมสุดท้ายแม้จะเจอกับ จอร์แดน ซึ่งสร้างชื่อเป็นทีมแรกผ่านรอบแบ่งกลุ่ม อีกทั้งยังล้ม ออสเตรเลีย แชมป์เก่าลงได้ เวียดนาม กลับไม่ได้ยำเกรงเลยสักนิด


ยืนหยัดประหมัดได้อย่างสูสี ก่อนจะชนะจุดโทษ ฝ่าด่านถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

มันเป็นการตอกย้ำด้วยถึงมาตรฐานอันยอดเยี่ยม ในการยิงเป้าตัดสินว่าเด็ดขาดแค่ไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจและการฝึกซ้อมมาอย่างหนักเป็นสิ่งสำคัญ

รอบควอเตอร์ไฟนั่ล แม้จะพ่ายญี่ปุ่น แต่พวกเขาแพ้แค่ประตูเดียวและมาจากจุดโทษอีกต่างหาก รวมทั้งสร้างความลำบากใจให้กับทัพซามูไรตลอด 90 นาทีด้วย

สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือ พละกำลัง ความอึด ความแกร่งของร่างกายที่ช่วยให้มาไกลอย่างน่าเหลือเชื่อ

ไม่มีอะไรน่าเสียใจเลย ตรงกันข้ามกลับน่าปลาบปลื้มด้วยซ้ำ

แน่นอน พาร์ค ฮัง โซ คือผู้อยู่เบื้องหลังและต้องได้รับเครดิต

---------------------

ตัดกลับมาที่บ้านเรา การผ่านเข้าถึง 16 ทีมสุดท้ายแล้วพ่ายให้ จีน ถือไม่ขี้เหร่อะไรนัก


แต่เมื่อได้ยินนายกสมาคมฟุตบอลพูดถึงกุนซือคนใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ ไม่อยากได้ชาวญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ เพราะวินัยเข้มเกินไป ไม่เหมาะกับนักเตะไทยนั้น

ได้แต่เศร้าสลดใจอย่างบอกไม่ถูก

ตกลงไม่อยากได้โค้ชที่เข้มวินัย เพื่อที่จะเอาใจนักเตะทีมชาติอย่างนั้นหรือ?

เห็นชัดเจนแล้วว่าศึกชิงแชมป์เอเชีย ไทยเราไม่ได้เป็นรองเรื่องสกิล แต่ความแกร่งและพลังต่างหาก ทำให้ไปได้แบบไม่สุด

ดังนั้นเราต้องการกุนซือที่มีวินัยมากๆ และเน้นหนักเรื่องการฝึกซ้อม เข้ามาเสริมในจุดที่หายไป

เราจำเป็นต้องสร้างหรือปลูกฝังความมีวินัยให้กับผู้เล่นรุ่นใหม่ต่างหาก


เพราะนี่คือสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่นเลย หากต้องการประสบความสำเร็จ

ไม่เชื่อไปถามใครดูก็ได้

ส่วนใครกำลังอยากถามอะไรแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหน มาปรึกษาหรือรับคำแนะนำกับทีมงานมืออาชีพที่ MYSBOBET ได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อมาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177
Cheerball Comment Facebook Comment

รวมความคิดเห็น


ยังไม่มีความคิดเห็น